พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์: ผลพวง เพโลซี เยือนเอเชียที่ฝ่าย ปชต.ไทยพึงได้

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ในที่สุดนาง แนนซี เพโลซี ก็ถึงไทเปและพบกับผู้นำของไต้หวัน นาง ไช่ อิง เหวิน จนได้  หลังจากที่ปล่อยให้สื่อมวลชนและชาวโลกเดาถูกเดาผิดว่า สุภาพสตรีซึ่งตำรงตำแหน่งประธานคองเกรสสหรัฐฯ  (พรรคเดโมแครต) จะกล้าลุยไฟที่จุดก่อรอฟืนตามตามคำขู่ของรัฐบาลจีนสีจิ้นผิงหรือไม่ 

จากภาพข่าวนางแนนซี่ได้รับการต้อนรับอันแสนอบอุ่นยิ่งจากรัฐบาลไต้หวันและชาวไต้หวันและแสดงให้เห็นว่าจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยของเธอหนักแน่นเพียงใด ขณะที่ก่อนหน้านั้น มีข่าวแว่วๆ ว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เกิดอาการลังเลว่าจะอนุญาตให้เธอไปเยือนไทเปหรือไม่ท่ามกลางวิกฤตการณ์เลวร้าย ความขัดแย้งในช่องแคบไต้หวันที่เพิ่มความร้อนแรงขึ้นทุกขณะทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ

ก่อนทริปไต้หวันของเธอ เพโลซี บินไปยังสิงคโปร์ประเทศเพื่อนบ้านของไทย พบผู้นำสิงคโปร์และบุคคลในคณะรัฐบาลฯ ในรูปแบบการต้อนรับที่อบอุ่นเช่นกัน โดยที่ต้องไม่ลืมว่า สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประชาติอาเซียนเช่นเดียวกับไทย

ดังนั้นภาพที่เห็นจึงเป็นว่า เพโลซี หรืออีกนัยหนึ่งคือรัฐบาลอเมริกันไบเดนนั้นแล ไม่ยี่หระจีนเท่าจินตนาการของสลิ่มไทยผู้คลั่งรัฐบาลปักกิ่งจะไปได้ถึงมากนัก

ยิ่งถ้าดูโปรไฟล์ของนางเพโลซี ในอดีตแล้ว ย่อมเห็นได้ชัดถึงความมั่นคงชัดเจนในหลักการประชาธิปไตยของเธอตลอดช่วงการทำงานการเมืองในสหรัฐฯของเธอที่ผ่านมา รวมถึงการร่วมประท้วงที่ปักกิ่งในอดีต จนเคยถูกเจ้าหน้าที่จีนจับกุมกรณีเหตุการณ์จตุรัสเทียนอันเหมินมาแล้ว กลับทำให้โปรไฟล์ด้านอุดมการณ์ประชาธิปไตยของเธอเด่นชัดขึ้น จนยากจะหาแก่นสารเชิงดัดจริตได้

และเมื่อมองกรณีการเยือนไต้หวันของเธอแล้ว ย่อมน่าฉงนสนเท่ห์แลทั้งปริศนาว่า ไฉนนางเพโลซี ถึงกล้าท้าทายเหยียบไทเป ขณะที่ฝ่ายจีนซ้อมรบโดยใช้อาวุธจริงอยู่ใกล้ๆ เกาะไต้หวันนั้นแล โดยที่อีกมุมหนึ่งกองทัพสหรัฐฯ ก็เทียบเรือซ้อมรบประกบคู่เช่นกันอยู่ในฐานทัพโอกินาวา ญี่ปุ่น ดังเราเห็นภาพการซ้อมเติมน้ำมันเครื่องบินบนอากาศ นั่นแหละเป็นต้น

ก็แล้วไงเล่า ใครจะเป็นเป็นคนคลี่ปมปริศนาที่มาที่ไปของการเดินทางของนางเพโลซี ไปยังไต้หวันครั้งนี้ได้?? นอกเหนือไปจากคณะผู้ประสานงานเบื้องต้นของรัฐบาลไต้หวันที่แคปปิตัล ฮิลล์ วอชิงตันดีซี (ที่ทำการสภาคองเกรสอเมริกัน) ที่มีการเตรียมการกันมายาวนานอย่างต่อเนื่องภายใต้กระบวนการล็อบบี้อันทรงพลังของรัฐบาลจีนขาวแผ่นดินเล็กไทเป แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกของการทำงานล็อบบี้แบบอนุโลมตามวัฒนธรรมการเมืองอเมริกันที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม

มันได้ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไทเปทำงานเชิงการล็อบบี้เป็นมวยอย่างไรบ้าง โดยที่รัฐบาลไต้หวันยอมทุ่มทุกอย่างเพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งแรงกดกันไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ของสีจิ้นผิง ชี้ให้ชาวโลกเห็นและยืนยันสถานะอย่างเป็นทางการในโลกให้เด่น ให้ชัดขึ้น ในฐานะของการเป็นประเทศเอกราช หรือเป็นรัฐชาติหนึ่งในโลกของไต้หวัน

ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนฝ่ายไทยเชื่อว่า นางเพโลซี แค่บินมาทิ้งบอมบ์ในเอเชียแล้วเปิดตูดกลับ พวกเขาพยากรณ์เชิงวิเคราะห์ว่า โลกโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกจะถูกจัดระเบียบใหม่นับแต่นี้ หากข้อเท็จจริงกลับเป็นอีกด้าน เพราะการมาของนางเพโลซี กลับทิ้งปมปริศนาเอาไว้มากมาย อย่างน้อยก็ “ท่าที” ของของสหรัฐที่มีต่อประเทศเอเชียตะวันออกเชิงอุดมการณ์การเมือง (โลก)

ท่าทีที่เกี่ยวข้อง เชื่อมสัมพันธ์กับบทบาทของสหรัฐฯ กับกระบวนการประชาธิปไตยในบรรดาประเทศเอเชียตะวันออก อันมาจากจุดยืนที่มั่นคงของประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐนางนี้ ซึ่งก็เป็นปัญหาว่า ใคร หน่วยงานใดของรัฐบาล หรือองค์กรเอกชนของแต่ละประเทศนั้นๆ จะเข้าถึงท่าทีอันเปิดเผย ตรวจสอบได้ของสส.เพโลซี นางนี้มากน้อยเพียงใดหรือไม่

ในประเทศไทยมิพักต้องพูดถึง เรามีการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการมาอย่างยาวนานหลายปี โดยเฉพาะการต่อสู้ระหว่างปีกประชาธิปไตยกับปีกเผด็จการรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ฟัดกันมายาวนานนัวเนีย แลด้วยเหตุที่ฝ่ายเผด็จการเป็นฝ่ายกุมอำนาจรัฐจึงเป็นฝ่ายมีเปรียบหลายเท่ากว่าฝ่ายประชาธิปไตยไทยอย่างเทียบกันไม่ติด

ไม่รวมผู้ถูกจองจำ ยัดข้อหาอีกจำนวนมากในขณะนี้ จะผ่านจบกระบวนความแห่งการกระบวนการยุติธรรมก็หาไม่ คู่ขัดแย้งฝ่ายประชาธิปไตยถูกรุมทึ้งรุมขังคุกรอไว้ก่อน ชี้ให้เห็นความอิหลักอิเหลื่อ ความน่าสมเพชเวทนาเป็นที่ยิ่ง

ถ้ามองจากท่าทีของนางเพโลซี ในเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนแล้วก็จะเห็นได้ว่า นางเพโลซี มีปฏิกิริยาหรือจุดยืนเชิงบวกกระบวนการประชาธิปไตยที่ชัดเจนมาอย่างยาวนาน ก็แลจากมูลความจริงของเรื่องนี้ย่อมประจักษ์ได้ดีว่า

ถ้าเกิดการประสานงานระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยเชิงการล็อบบี้พูดคุยหารือกับคองเกรสสหรัฐภายการนำของนางเพโลซี จะมิเป็นการพลิกผันสถานการณ์ทางการเมืองของไทย เร่งปฏิกิริยาประชาธิปไตยในไทยให้เกิดเห็นผลสันดาปเร็วขึ้นหรือไม่? หาไม่แล้วเยาวชนไทยก็จะถูกจับมาเป็นเหยื่อป้อนรัฐบาลอสูรตะกละให้สวาปามกันอยู่เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

จะหวัง ชวน หลีกภัย หวังนักการเมืองฝ่ายค้านที่เข้าไม่ถึงนัยแห่งสนเทศวัฒนธรรมการทำงานระหว่างประเทศย่อมลำบาก ก็ดังเราจะเห็นเห็นว่า แค่นางเพโลซี เอ่ยปากพูดเรื่องใดแม้เพียงแผ่วๆ เรื่องนั้นก็ย่อมกลายเป็นอาเจนดาของโลก (World Agenda) ไปโดยปริยายเช่นนั้นแล

เราเพียงต้องการเอาวาระไทย วาระเผด็จการคุกคามชาติมาขึ้นเป็นหัวสื่อโลก....โลกล้อมไทย กดดันรัฐบาลเผด็จการอีเดียต

กวาดสายตาไปกว้างๆ รอบๆ เราจะเห็นว่า ไม่จริงเสมอไปกับคำพังเพยที่ว่า “หนูตัวไหนจะกล้าเอากะพรวนไปสวมคอแมว” ผมเชื่อว่า หนูตัวนั้นมีอยู่...

เพียงแค่ว่า เราจะหาเจอเขาหรือเธอคนนั้นหรือไม่ รวมถึงฝ่ายประชาธิปไตยในไทยปัจจุบันจะกล้าหาญชาญชัยมุ่งมั่นเพียงใดกับหนทางการต่อสู้ที่ก้าวหน้ามากไปกว่าเดิม หรือแค่เย้วๆ ปาวๆ แบบที่ผ่านมา และแล้วก็ยืนอยู่กับที่ไม่ก้าวหน้านอกนอกแทรคเดิมๆ คอยส่งเด็กไปให้ยักษ์อสูรกินอยู่ทุกวี่วัน หรือไม่??

หรือแค่ตกกระไดพลอยแดงก็พอแล้วเท่านั้น??

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์