ยกอุทธรณ์คำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา กรณีพลทหารประจักษ์ ถูกทำร้ายเจ็บสาหัสในค่ายทหาร

คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนฯ ส่งหนังสือตอบกลับ ยกอุทธรณ์คำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา คดีพลทหารประจักษ์ ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสในค่ายทหาร

 

8 ส.ค.2565 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ค ที่ผ่านมา สำนักงานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสงขลาส่งหนังสือคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำขอรับค่าตอบแทนคดีอาญา กรณีพลทหารประจักษ์ แก้วคงธรรมถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสในค่ายทหาร คำวินิจฉัยมีมติให้ยกอุทธรณ์อีกครั้ง อ้างยังคงเห็นพ้องเรื่องการยื่นคำร้องเกินกำหนดระยะเวลา 1 ปีหลังทราบเหตุ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุว่า สืบเนื่องจากมารดาของพลทหารประจักษ์ คือ ปพิชญา เอียดนุ่ม ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขออุทธรณ์คำวินิจฉัยค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ประจำจังหวัดสงขลา วินิจฉัยให้ยกคำร้องด้วยเหตุว่าการยื่นขอรับค่าตอบแทนของพลทหารประจักษ์เกินกำหนดระยะเวลาภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำผิด จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ที่ผ่านมา มารดาของพลทหารประจักษ์ได้ร้องเรียนเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับนายประจักษ์ที่ถูกกระทำการละเมิด โดยได้ยื่นหนังสือถึงกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เพื่อขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาในชั้นคำร้องและอุทธรณ์ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุที่เกิดขึ้นกับพลทหารประจักษ์ และได้เข้ายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อีกด้วย

ล่าสุดคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พิจารณาคำขออุทธรณ์ มีมติเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการฯที่วินิจฉัยยกคำร้องไป โดยคณะกรรมการฯ ยังคงยึดความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ เรื่องการยื่นคำร้องเกินกำหนดระยะเวลาเป็นสำคัญ เห็นว่าควรนับอายุความตั้งแต่นายประจักษ์เริ่มจดจำเหตุการณ์ได้หลังจากเกิดเหตุคือ 5 เดือนหลังวันเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2562 จึงถือว่าผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำผิดประมาณวันที่ 1 ต.ค. 2562 แต่ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอรับค่าตอบแทนเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 จึงเป็นการยื่นคำขอเกินกำหนดระยะเวลา

ปพิชญา เห็นว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้มีเพื่อเยียวยาความเสียหายในคดีอาญา ซึ่งก็คือลูกชายของตนที่ถูกทำร้ายจนต้องกลายมาเป็นผู้พิการไปตลอดชีวิต ดังนั้นเมื่อรัฐบกพร่องและไม่สามารถคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากอาชญากรได้ รัฐจึงต้องทำหน้าที่ตาม พรบ. ดังกล่าว เพื่อเป็นหลักประกันในการเยียวยาประชาชนให้มีประสิทธิภาพ แต่กลับปรากฎว่า รัฐกลับไม่ได้คำนึงถึงจุดประสงค์หลักของ พรบ. ดังกล่าวเป็นที่ตั้ง ย่อมเป็นการสร้างความบอบช้ำให้กับครอบครัวของข้าฯเพิ่มยิ่งขึ้น 

ปพิชญาและมูลนิธิผสานวัฒนธรรมจะดำเนินการเรียกร้องขอค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญานี้ต่อไป จึงขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ติดตามคดีนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รัฐให้ความยุติธรรมแก่เหยื่อผู้ถูกกระทำการละเมิดโดยรัฐ อย่างสมควร

สำหรับ ประจักษ์ นั้นเป็นอดีตพลหทารที่ถูกซ้อมระหว่างประจำการ สังกัดกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 56 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนกลายเป็นผู้พิการที่ต้องเขัารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์