'สมชัย' มั่นใจร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน ต้องเกิดขึ้นแน่ - 'ก้าวไกล' ล่าชื่อจัดประชามติพร้อมเลือกตั้ง

หลังสภาไม่รับหลักการ ร่างแก้รัฐธรรมนูญ ม. 272 ปิดสวิตช์ ส.ว.เลือกนายกฯ 'สมชัย' ชี้ เสียงส่วนใหญ่ที่ปฏิเสธ คือ พลังประชารัฐ และส.ว.สายทหาร มั่นใจร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน ต้องเกิดขึ้นแน่ ด้าน 'ก้าวไกล' ล่าชื่อส่งตรงถึงนายกฯ ให้จัดประชามติพร้อมเลือกตั้ง เปิดทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

8 ก.ย.2565 หลังจากที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ให้ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ร่างดังกล่าวถูกล่ารายชื่อและเสนอโดย คณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 

สมชัย ศรีสุทธิยากร จากพรรคเสรีรวมไทย หนึ่งในคณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า  ผลการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ คือ ของพรรคเพื่อไทย 3 ฉบับ และของประชาชน 64,151 รายชื่อ อีก 1 ฉบับ ปรากฏว่าร่างของประชาชน ได้รับคะแนนเสียงรับหลักการ 356 เสียง ไม่รับหลักการ 253 เสียง งดออกเสียง 53 เสียง เท่ากับ ร่างแก้ไขของประชาชนไม่ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 จากที่ประชุมร่วมของรัฐสภา

หนึ่งในคณะรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ระบุว่า ความพยายามของประชาชนในครั้งนี้ เป็นข้อเสนอที่ประนีประนอม และเป็นข้อเสนอที่อ่อนที่สุดในข้อเสนอทุกครั้งที่ผ่านมา เพื่อเป็นการนำประเทศเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์และลดปัญหาความขัดแย้งในสังคมจากการออกแบบรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นธรรม แต่เมื่อได้รับการปฏิเสธจากรัฐสภา โดยเสียงส่วนใหญ่ที่ปฏิเสธ คือ พรรคพลังประชารัฐ และ สมาชิกวุฒิสภาสายทหาร

"ปรากฏการณ์ดังกล่าว เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองยังคงหวงแหนอำนาจของตน และพยายามรักษากติกาที่ตนเองได้เปรียบให้คงอยู่ยาวนานที่สุด สิ่งที่ภาคประชาชนสามารถทำได้ คงไม่ใช่เดินหน้าในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใต้กติกาที่ต้องพึ่งคะแนนจากสมาชิกวุฒิสภาอีก แต่พึงจดจำทุกคน ทุกพรรค ที่ร่วมลงมติไม่เห็นชอบในเรื่องดังกล่าว และใช้วิจารณญาณในการเลือกบุคคลและพรรคการเมืองที่เหมาะสมในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเวลาอีกไม่นานนี้" สมชัย ระบุ พร้อมกล่าวถึงสมาชิกวุฒิสภาที่ได้ใช้สิทธิในการสงวนอำนาจตนเองนั้น ขอให้ได้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติตามที่ท่านตั้งใจในช่วงเวลาที่เหลือ

"ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นของประชาชน เพื่อล้างสิ่งที่เป็นอัปมงคลของสังคมไทย จะเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่งในอนาคตอย่างแน่นอน" สมชัย ระบุ

'ก้าวไกล' ล่าชื่อส่งตรงถึงนายกฯ ให้จัดประชามติพร้อมเลือกตั้ง เปิดทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

ขณะที่ พรรคก้าวไกล - Move Forward Party โพสต์ กิจกรรมล่ารายชื่อส่งตรงถึงนายกฯ ให้จัดประชามติพร้อมเลือกตั้ง เปิดทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในชื่อ #RESETประเทศไทย เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ ชวนประชาชนร่วมลงชื่อ ให้ได้อย่างน้อย 50,000 ชื่อ เพื่อเสนอต่อ ครม. ให้จัดประชามติในวันเลือกตั้ง ถามประชาชนด้วยคำถามสั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ ว่าประเทศไทยควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แทนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ฉบับปัจจุบัน โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน?” ( ลิงก์ลงชื่อ: https://www.resetthailand.org/ )

โดยมีรายละเอียดดังนี้ : 

วันนี้เป็นอีกครั้งที่รัฐสภาแห่งนี้ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรู้สึกผิดหวัง และ เป็นอีกครั้งที่ภารกิจ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ล้มเหลว จากผลการลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่เสนอโดยภาคประชาชน เพื่อยกเลิกมาตรา 272 ซึ่งแม้จะได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. ถึง 333 จาก 500 คน (67%) แต่ ส.ว. เพียงแค่ 23 จาก 250 คน (9%) ลงมติเห็นชอบ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 1 ใน 3 ของเสียง ส.ว. ที่ต้องใช้

ที่น่าผิดหวังเป็นพิเศษ เพราะแม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเยอะมาก แต่ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอพื้นฐานที่สุด และ เป็นมาตราที่ขัดแย้งต่อหลักการประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะแทนที่ประชาชนทุกคนจะมี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากันในการกำหนดทิศทางของประเทศตามหลักการประชาธิปไตยที่ทุกคนเข้าใจ แต่การมีอยู่ของมาตรา 272 ทำให้ ส.ว. 1 คน มีอำนาจกำหนดตัวนายกฯ เทียบเท่าประชาชนกว่า 70,000 คนรวมกัน / ส.ว. 250 คน รวมกัน มีอำนาจกำหนดตัวนายกฯ เทียบเท่าประชาชนเกือบ 19 ล้านเสียงรวมกัน

แต่ในเมื่อเราไม่สามารถยกเลิกมาตรา 272 หรือ ตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ทันการเลือกตั้งที่จะมาถึงแล้ว พรรคก้าวไกลจำเป็นต้องเรียกร้องให้ ส.ว. ใช้จิตสำนึกของตนเอง ในการไม่นำตัวเองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมาเป็น “ผู้ชี้ขาด” ในการจัดตั้งรัฐบาลและการเลือกนายกฯ หลังเลือกตั้ง แต่ควรเคารพและยึดตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ที่จะถูกสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เท่านั้นไม่พอ - เราทุกคนรู้ดี ว่าต่อให้ยกเลิกมาตรา 272 วิกฤติทางการเมืองก็ยังไม่จบ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ตั้งแต่ที่มา-กระบวนการ-เนื้อหา

จุดยืนที่พรรคก้าวไกลประกาศต่อประชาชนมาโดยตลอด คือการแก้ไขวิกฤติทางการเมืองครั้งนี้ ต้องไม่ใช่แค่ “ปะผุ” หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแล้วจะเพียงพอ แต่ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

ที่ผ่านมา การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การร่างฉบับใหม่ผ่านช่องทางของรัฐสภา เจอทางตันทุกครั้ง พรรคก้าวไกลจึงเห็นว่าจำเป็นต้องใช้ “ไพ่ใบใหม่” ที่ยังไม่มีใครเคยใช้มาก่อน ด้วยการอาศัยช่องทางตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่เพิ่งบังคับใช้เมื่อ ก.ย. 2564 ซึ่งเปิดช่องทาง 2 ช่อง ที่พรรคก้าวไกลต้องการดำเนินการอย่างคู่ขนาน เพื่อนำไปสู่การจัดทำประชามติเพื่อสอบถามความเห็นประชาชนว่าอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ช่องทางที่1 = รัฐสภา (มาตรา (9(4)) - แม้พรรคก้าวไกลเตรียมจะยื่นญัตติ แต่ช่องทางนี้ต้องการเสียงสนับสนุนเกินครึ่งของ ส.ว. ซึ่งยากจะเห็น

ช่องทางที่2 = ประชาชน 50,000 รายชื่อ (มาตรา 9(5)) - แนวทางนี้เป็นสิ่งที่เรามีความหวังที่สุด เพราะจะเป็นการยื่นตรงไปที่ ครม. ให้อนุมัติการจัดทำประชามติ โดย ส.ว. กี่คนก็หยุดไม่อยู่

เพื่อสร้างหนทางสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคก้าวไกลเราจึงขอใช้โอกาสนี้ แถลงเปิดตัวแคมเปญ “RESET ประเทศไทย เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” เพื่อเชิญชวนประชาชนอย่างน้อย 50,000 คน ร่วมลงชื่อเสนอต่อ ครม. ให้มีการจัดทำประชามติเพื่อถามประชาชน 1 คำถามสั้นๆ ง่ายๆ ว่า

“ท่านเห็นชอบหรือไม่ ว่าประเทศไทยควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แทนที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ฉบับปัจจุบัน โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน?”

เพื่อประหยัดงบประมาณ และเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรัฐบาล แต่คือการเปลี่ยนกติกาประเทศ เราจะเสนอให้จัดประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะต้องเกิดขึ้นไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2566

พรรคก้าวไกลมั่นใจว่าวิธีการนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และ ไม่ควรมีอุปสรรคหรือเหตุผลอะไรที่จะทำให้ถูกคัดค้าน เพราะ 

หนึ่ง เป็นหนทางที่จะนำพาประเทศออกจากวิกฤตทางการเมืองและไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้จริง เพราะเป็นแนวทางที่ไม่ต้องง้อเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. ซึ่งเป็นอุปสรรคมาโดยตลอด

สอง เป็นแนวทางที่รัฐบาลปฏิเสธยาก เพราะการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. เป็นสิ่งที่ ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว. เคยสนับสนุน จากการให้ความเห็นชอบหลักการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่าน สสร. เมื่อเดือน พ.ย. 2563 อีกทั้งการจัดประชามติตามที่เราเสนอ ก็เป็นไปตามความเห็นของ ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว. เอง ที่เคยอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความว่าต้องมีการจัดทำประชามติก่อนเสนอเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าสู่สภาในขั้นรับหลักการ

สาม เป็นการทวงถามและเรียกความรับผิดชอบโดยตรงจาก นายกฯ และ ครม. ว่าจริงใจแค่ไหนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากที่เคยประกาศในปีแรกที่รับตำแหน่งนายกฯ ว่าเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

สี่ เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนโดยตรง เพราะหากมีการจัดทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง และประชาชนเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะมาจากขั้วไหน ก็ต้องดำเนินการจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามคำสั่งของประชาชนที่แสดงออกผ่านผลประชามติ

ห้า เป็นการช่วยประหยัดงบประมาณและทรัพยากรของประเทศ เพราะจะทำให้เราจัดการเลือกตั้งและจัดประชามติในวันเดียวกันได้เลย

แคมเปญ “#RESETประเทศไทย เลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” จะเริ่มรณรงค์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าได้รายชื่อครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด

พรรคก้าวไกลขอแรงสนับสนุนจากประชาชน อย่าเพิ่งถอดใจ มาร่วมลงชื่อกับเรา ส่งแรงกดดันไปยังรัฐบาลให้จัดประชามติ และคืนประเทศให้ประชาชน เพื่อให้ปลายทางในปีหน้า เราจะมีความหวังได้ว่ามีสิ่งที่ดีกว่ารอเราอยู่ คือคนไทยจะได้เลือกตั้งใหม่ ได้เริ่มนับหนึ่งสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนฉบับใหม่ และมีโอกาสร่วมสร้างอนาคตใหม่ของประเทศไทยอีกครั้ง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์