สมาคมสิทธิเสรีภาพประชาชนจี้ยุติการดำเนินคดีอาญาจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ 'รัฐบาลต้องยุติการดำเนินคดีอาญาทั้งหมดที่เกิดจากการใช้อำนาจตามประกาศ ข้อกำหนดและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ใช้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน'


แฟ้มภาพแมวส้ม

25 ก.ย. 2565 สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ 'รัฐบาลต้องยุติการดำเนินคดีอาญาทั้งหมดที่เกิดจากการใช้อำนาจตามประกาศ ข้อกำหนดและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ใช้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน' ระบุว่าตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก “ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563” และการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 19) ลงวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 รวมทั้งบรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่ง ที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีใช้อำนาจแห่งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งหมด โดยให้มีผลในวันที่ 30 กันยายน 2565 เป็นต้นไป เนื่องจากเหตุของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว คือการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้คลี่คลายลงอย่างมาก โดยหน่วยงานของรัฐทั้งฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคงสามารถนำมาตรการตามกฎหมายอื่นเข้าแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้วนั้น

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) มีความยินดีที่รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมาตรการพิเศษต่างๆ ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สสส.ยังคงมีความวิตกและห่วงใยอย่างยิ่งต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้อำนาจตามข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ที่ชุมนุมและเดินขบวนเพื่อเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและต่อสาธารณะ ให้มีการถกเถียงกันอย่างมีอารยะ อันเป็นการแสดงออกตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ ที่พึงกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)  แต่กลับถูกดำเนินคดีอาญา

ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่านับแต่วันประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จนถึง วันที่ 22 มี.ค. 2565 มีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีภายใต้อำนาจสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้นถึง 1,447 รายใน 629 คดี ในจำนวนนี้มี 24 รายที่ถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงที่มีการประกาศในช่วงวันที่ 15-21 ต.ค. 2563 และศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง อย่างน้อย 28 คดี โดยศาลพิพากษาว่าการชุมนุมเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น และยังไม่มีรายงานว่ามีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการชุมนุม จึงเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ  นอกจากนี้ยังนี้มีเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกดำเนินคดี 241 คน

สสส. เห็นว่า เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกคนและเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศแห่งเสรีภพและประชาธิปไตย โดยเฉพาะในสถานการณ์การเลือกตั้งที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้ จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังต่อไปนี้

1. ขอให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อให้ยกเลิกหรือยุติการดำเนินคดีประชาชนที่ออกมาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็น ชุมนุม หรือฝ่าฝืน ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร หรือถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ยกเว้นข้อหาความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของบุคคล  เพื่อให้มีผลในการยุติการสอบสวน ยกเลิกหมายเรียก หมายจับ ไม่ฟ้อง ถอนฟ้อง ยุติหรือยกเลิกการดำเนินคดีในทุกขั้นตอนต่อประชาชนกลุ่มดังกล่าว 

2. ขอให้รัฐบาลชดเชยเยียวยาผู้ต้องหาและจำเลยที่ถูกขัง หรือควบคุมตัว เนื่องมาจากถูกดำเนินคดีในข้อหาต่างๆ ในข้อ 1

3. ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้มีการทบทวนและแก้ไข พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และกฎหมายความมั่นคงอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน เช่น การจำกัดอำนาจของฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่ การตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่าบบริหารโดยฝ่ายนิติบัญญัติและตุลาการ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการชดเชยเยียวยาประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษดังกล่าวโดยมิชอบเกินสมควร เป็นต้น

ทั้งนี้ สสส.ขอให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อคืนสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน อันเป็นพื้นฐานและหลักประกันที่จะทำให้สังคมไทย สามารถก้าวพ้นกับดักความขัดแย้งรุนแรงทางการเมือง ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท