ผลสำรวจสิทธิบัตรทองปี 65 พบ ‘มีความพึงพอใจเพิ่มขึ้น’ - สภากทม.ชงญัตติถามหลังยกเลิกสิทธิ์ 9 รพ. ในพื้นที่

  • บอร์ด สปสช. รับทราบผลสำรวจความเห็นของ ประชาชน-หน่วยบริการ-ภาคีเครือข่าย ต่อระบบบัตรทอง ปี 2565 พบ มีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของ สปสช. และระบบบัตรทองเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเป็นผลจากการพัฒนาระบบบริการและนโยบาย ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที-ผู้ป่วยในไม่ต้องใช้ใบส่งตัว-มะเร็งรักษาทุกที่  
  • สภากทม.เตรียมเสนอญัตติสอบถามแนวทางการดูแลประชาชน หลังสปสช.ยกเลิกสิทธิ์บัตรทอง 9 รพ. ในพื้นที่กทม.

26 ก.ย.2565 ทีมสื่อ สปสช. รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 9/2565 เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน มีมติรับทราบผลสำรวจความเห็นของประชาชน ผู้ให้บริการและองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยพบว่า ความพึงพอใจของประชาชนอยู่ที่ 97.69% ส่วนของภาคีเครือข่ายและภาคประชาชน 97.62% และหน่วยบริการอยู่ที่ 86.19%  

สำหรับสิ่งที่ยังไม่พึงพอใจ ด้านประชาชนและองค์กรภาคีเครือข่าย ต้องการให้สามารถไปรักษาที่หน่วยบริการได้ทุกที่ เพิ่มสิทธิการรักษาให้ครอบคลุมทุกโรค และสร้างการรับรู้ในหน่วยงานมากยิ่งขึ้น เพิ่มเติมการส่งเสริมและดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งขยายบริการให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ 

ในส่วนของผู้ให้บริการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นเรื่องปรับปรุงช่องทางประสานงาน เพราะสายด่วน 1330 ตอบคำถามได้ไม่ชัดเจน และกำหนดหลักเกณฑ์งบประมาณและการจ่ายเงินที่ชัดเจน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนบ่อยทำให้เกิดความสับสน รวมถึงสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบบริการที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ตลอดจนระบบบันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายที่มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น 

ขณะเดียวกันได้มีข้อเสนอต่อการดำเนินงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดังนี้ 1. พัฒนาระบบสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบตรวจสอบสิทธิสำหรับประชาชน ฯลฯ 2. ปรับปรุงและยกระดับระบบ รวมถึงช่องทางการสนับสนุนหน่วยบริการ สำหรับการส่งข้อมูลเพื่อขอรับการชดเชย 3. พัฒนาระบบสนับสนุน ช่องทางประสานงาน อีกทั้งบริการด้านข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ชัดเจน และถูกต้อง 4. พัฒนาเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของกลุ่มองค์กภาคีมากขึ้น 

นอกจากนี้ยังได้มีข้อเสนอต่อการระบบบริการของสิทธิบัตรทองด้วยเช่นกัน อาทิ สนับสนุนและส่งเสริมเพื่อลดความแออัดในการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลและระบบช่วยนัดหมาย ทบทวนระเบียบ กฎเกณฑ์ และงบประมาณ ขยายขอบเขตสิทธิประโยชน์เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ฯลฯ 

พญ.ลลิตยา กองคำ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า จากผลสำรวจในปี 2564-2565 นี้ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของประชาชน หน่วยบริการ หรือภาคีเครือข่าย ต่างมีความพึงพอใจต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาระบบบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากประเด็นความพึงพอใจจากผลสำรวจ เช่น การลงทะเบียนสิทธิย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที  นโยบายผู้ป่วยในไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัว  มะเร็งรักษาที่ไหนก็ได้ การเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ผู้รับบริการจะได้รับ ฯลฯ 

พญ.ลลิตยา กล่าวต่อไปว่า กระบวนการสำรวจความเห็นนี้เป็นสิ่งที่ทาง สปสช. ทำมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งแต่ละปีการได้เสียงสะท้อนกลับมา ทำให้รู้ว่าการดำเนินงาน นโยบาย และระบบบริการของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และควรที่จะปรับปรุงในส่วนไหนเพิ่มเติม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเพื่อมุ่งสร้างระบบบริการที่ตอบโจทย์ให้กับทั้งประชาชน ผู้ให้บริการ และองค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ 

สภากทม.เตรียมเสนอญัตติสอบถามแนวทางการดูแลประชาชน หลังสปสช.ยกเลิกสิทธิ์บัตรทอง 9 รพ. ในพื้นที่กทม.

ขณะที่ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย รายงานต่อสื่อมวลชนว่า วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ยกเลิกการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการของโรงพยาบาล (รพ.) เอกชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 9 แห่ง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป 

การยกเลิกครั้งนี้จะกระทบกับพี่น้องประชาชนที่ใช้สิทธิ์บัตรทอง ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งขณะนี้ประชาชนที่เดือดร้อนยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง รวมทั้งเห็นว่าเรื่องของการตรวจสอบโรงพยาบาลทั้ง 9 แห่ง ยังไม่เข้าสู่กระบวนการของการพิจารณาของศาล ดังนั้นทุกโรงพยาบาล ควรมีสิทธิ์ที่จะได้รับสัญญาต่อไป รวมทั้งแนวทางการรองรับประชาชนที่อาจจะได้รับความเดือดร้อนทั้ง 1 ล้านคน 

“ในประเด็นนี้สภากรุงเทพมหานครจะเปิดให้มีการอภิปรายในญัตติที่ให้กรุงเทพมหานครช่วยในเรื่องของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับบัตร 30 บาทอยู่ทั้ง 9 โรงพยาบาลประมาณ 1 ล้านคนที่จะมีผลกระทบ ซึ่งขอให้ประชาชนติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและในวันพุธนี้โดยติดตามการถ่ายทอดสดการประชุมสภากรุงเทพมหานครในครั้งนี้ด้วย” วิรัตน์ กล่าว 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท