พรุ่งนี้ศาลฎีกาพิพากษาคดี ‘แสงเดือน’ คดีนโยบายทวงคืนป่ายุค คสช. ภาคประชาชนร่วมให้กำลังใจ

พรุ่งนี้ศาลฎีกาพิพากษาคดี ‘แสงเดือน’ ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. เครือข่ายภาคประชาชนร่วมให้กำลังใจ พร้อมเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษา ด้านแสงเดือนมีกำลังใจ หวังศาลให้ความยุติธรรม


แสงดาว ตินยอด (ผู้หญิงเสื้อลายทางกลางภาพ)

27 ก.ย. 2565 เครือข่ายภาคประชาชน ได้แก่ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น และ ทะลุ มช. เดินทางเข้าพื้นที่บ้านแม่กวัก ต.บ้านอ้อน อ.งาว จ.ลำปาง เพื่อให้กำลังใจ แสงเดือน ตินยอด หรือ วันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง ชาวบ้านแม่กวัก วัย 55 ปี ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า ก่อนจะวางแผนเข้าร่วมกิจกรรมฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย. 2565) ณ ศาลจังหวัดลำปาง เวลา 8.00 น.

แสงเดือน ตินยอด หรือ วันหนึ่ง ยาวิชัยป้อง กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่มีพี่น้องมาให้กำลังใจ เหมือนว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวและโดดเดี่ยว เป็นกำลังใจในการต่อสู้ที่ดีที่มีพี่น้องมองเห็นคุณค่าของเรา มองเห็นความเป็นคนของเรา วันนี้เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว” แสงเดือนกล่าว

แสงเดือนยังกล่าวต่อว่า ตนไม่ผิด ตนสู้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อเพื่อนร่วมชะตากรรมเห็นว่าเราบริสุทธิ์ ก็หวังว่าศาลจะให้ความยุติธรรม

“คาดหวังว่า เราไม่ได้ทำผิดอะไร บริสุทธิ์ใจ อยากให้ศาลเห็นความเป็นคนของเราบ้าง ไม่ได้ยึดติดอยู่กับความอยุติธรรม หวังว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมเราบ้าง” แสงเดือนย้ำ

ด้าน ดิเรก กองเงิน ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) กล่าวหลังได้มาเยี่ยมแสงเดือน และเห็นสภาพความเป็นอยู่ ว่ากรณีนี้เป็นภาพสะท้อนแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่จะเอาแต่ตัวเลขป่าไม้เข้าหลวง แต่ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง จนคนคนหนึ่งต้องบ้านแตกสาแรหกขาด เป็นซึมเศร้า

“ศาลอุทธรณ์ก็ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับแก มันสะเทือนใจ ยุคสมัยนี้มันก็น่าจะไต่สวน สืบสวนไว้ก่อน แต่มันยังใช้การกล่าวหาตลอด คนที่โดนไม่มีโอกาสแก้ตัว” ที่ปรึกษา สกน. กล่าว

ดิเรกยังกล่าวว่าปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากนโยบายของรัฐและข้าราชกาาข้าราชการเสมอ ทุกกรณีปัญหาหนักมาจากหน่วยงานราชการที่พยายามสร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ส่วนศาลก็พิสูจน์ตามแต่หลักฐานและพยานที่แต่งขึ้นมา เอาแต่กฎหมายของรัฐ ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นเรืองสะเทือนถึงประชาชนในเขตป่าทั้งหมด

“ถ้าพรุ่งนี้แสงเดือนไม่ได้รับความเป็นธรรม อนาคตเรื่องพื้นที่เขตป่าจะมีปัญหาหนักขึ้นมา นี่ขนาดมีหลายฝ่ายพยายามเข้ามาช่วยเหลือก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และที่เหลืออีกหลักหมื่นคดีจะกระเทือนขนาดไหน” ดิเรกย้ำ

ศาลไม่เลื่อนอ่านคำพิพากษา หลัง ‘แสงเดือน’ เหยื่อทวงคืนผืนป่า ขอเลื่อนเพื่อรอกฎหมายนิรโทษกรรมฯ

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2565 แสงเดือนได้เข้ายื่นคำร้องถึงศาลจังหวัดลำปาง ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาจนกว่าจะผลักดันกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐแล้วเสร็จ แต่ศาลลำปางยกคำร้อง ยืนยันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 28 ก.ย. ตามเดิม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท