‘เพื่อไทย’ จี้ กกต. ผ่อนคลายระเบียบหาเสียง - เลขาฯ กกต.ยันไม่คลายล็อก - 'อนุพงษ์-ชัยวุฒิ' ลงพื้นที่น้ำท่วมพิษณุโลก มอบถุงยังชีพ

  • ‘เพื่อไทย’ จี้ กกต. ผ่อนคลายระเบียบหาเสียงก่อน ลต. เปิดทางช่วยปชช. รับมือวิกฤติพายุโนรู ถาม ในภาวะวิกฤติให้รบ.ทำได้ แต่ปิดทางให้ผู้แทนฯช่วยปชช.ทำไม?
  • เลขาฯ กกต. ยันไม่สามารถคลายล็อกกฎเหล็ก 180 วันได้ หลัง ส.ส. โอดเสียเปรียบรัฐมนตรีลงช่วยชาวบ้านทุกข์น้ำท่วมไม่ได้ แนะไปเยี่ยมได้ แต่อย่าแจกให้ทรัพย์สิน
  • 'อนุพงษ์-ชัยวุฒิ' ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม พิษณุโลก พร้อมมอบถุงยังชีพ

 

28 ก.ย.2565 ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย รายงานต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้ (28 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาทบทวนระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบวิกฤติจากภัยพายุโนรู

วรวัจน์ กล่าวว่า ในสถานการณ์ขณะที่เห็นอยู่ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังจะได้รับผลกระทบจากซุปเปอร์ไต้ฝุ่นโนรู 
ซึ่งเป็นไต้ฝุ่นที่จัดได้ว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ประชาชนคนไทยกำลังจะได้รับผลกระทบมากกว่าครึ่งประเทศ แต่ กกต. กลับออกระเบียบ 180 วันห้ามหาเสียงเลือกตั้งก่อนสภาฯครบวาระ อย่างเข้มงวด ระบุไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมืองมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ เช่น อุทกภัย ทำให้ผู้แทนราษฎรที่พี่น้องประชาชนเลือกมาไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เลือกเราให้มาดูแลพวกเขาได้เลย แล้วอย่างนี้ประชาชนจะหันหน้าไปพึ่งใคร ในกรณีนี้รวมถึงค่าใช้จ่ายที่อาจคำนวณเป็นตัวเงินด้วยใช่หรือไม่ท่านจะเปิดช่องให้เพียงฝ่ายรัฐบาลดำเนินการได้ฝ่ายเดียวเท่านั้น แล้วท่านมั่นใจหรือว่า ในสถานการณ์แบบนี้ เฉพาะฝ่ายรัฐบาลจะสามารถช่วยได้อย่างครอบคลุม ตนจึงขอเรียกร้องให้ กกต. ผ่อนคลายระเบียบตรงนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อให้ทุกคนสามารถดำเนินการตั้งแต่ เตรียมการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไว้ได้ก่อนที่ภัยจะมา ไม่ใช่พอถึงเวลาที่น้ำท่วมหนักแล้วค่อยลงไปช่วยเพียงแต่แจกของได้เท่านั้น การช่วยนั้นจะต้องระดมกำลังกัน ตั้งแต่เตรียมการขุดลอก เตรียมถุงทรายกั้นน้ำ อพยพคนและสิ่งของฯลฯ 

“วันนี้ทั้งผู้แทนราษฎร ทั้งผู้สมัครที่จะอาสามาดูแลพี่น้องประชาชน ไปจนถึงพรรคการเมืองที่มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน อยากลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างมาก แต่โดน กกต. วางระเบียบห้ามไม่ให้เราลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในภาวะวิกฤติได้เลย อย่างวันนี้ที่เกิดภัยที่จังหวัดอุบลราชธานี ส.ส. ผู้แทนฯ ของเราทุกคนอยากลงไปให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกช่องทางที่เราจะสามารถทำได้ แต่เรากลับทำได้เพียงส่งกำลังใจเท่านั้น ทั้งที่เมื่อก่อนเราสามารถทำได้ แต่วันนี้เรากลับทำไม่ได้แล้ว จึงอยากถาม กกต. ว่าเพราะเหตุใด ทั้งนี้ พายุโนรูจะเดินทางเข้าทางภาคอีสานก่อน จากนั้นจะเข้าพื้นที่ภาคกลาง และขึ้นที่ภาคเหนือเป็นลำดับต่อไป ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เป็นบ้านของพวกเรา เป็นพื้นที่หลักที่พรรคเพื่อไทยมีผู้แทนฯมากที่สุด การที่ กกต. ออกระเบียบลักษณะนี้มาจำกัดความช่วยเหลือที่ผู้แทนฯ จะมีให้กับพี่น้องประชาชน  ในช่วงเวลาวิกฤติที่พี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด มันจะถูกต้องหรือ และต่อให้รัฐบาลใช้งบประมาณ และสรรพกำลังของรัฐได้อย่างเต็มที่ ท่านแน่ใจหรือว่า จะสามารถช่วยคนไทยทุกคนได้อย่างทั่วถึง ท่านมีเจตนาเช่นใดถึงออกระเบียบเข้มงวดขนาดนี้ออกมาในสถานการณ์วิกฤติของประชาชน” วรวัจน์ กล่าว

 

เลขาฯ กกต. ยันไม่สามารถคลายล็อกกฎเหล็ก 180 วันได้

สำนักข่าวไทย รายงานแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวกรณีที่รัฐมนตรีลงพื้นที่ช่วยอุทกภัย ถูกวิจารณ์เรื่องการได้เปรียบเสียบเปรียบรัฐมนตรีนั้น ว่า จะให้ทำอย่างไร เพราะใครเป็นรัฐบาลก็ต้องทำเช่นนี้ เป็นหน้าที่ในการดูแลประชาชน กกต.ไม่มีอำนาจห้ามไม่ให้ลง แต่ลงไปแล้วอย่าไปทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และกกต.ไม่สามารถคลายล็อกความเข้มข้นของกฎเหล็ก 180 วันได้ตามที่ ส.ส. ร้องขอ เพราะไม่สามารถลงพื้นที่ช่วยประชาชนโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เดือดร้อนจากพายุโนรูได้ แต่ย้ำว่าการลงพื้นที่ของ ส.ส.ไปเยี่ยม พูดคุย สามารถทำได้อยู่แล้ว เหมือนการหาเสียง แต่อย่าไปให้ทรัพย์สิน ให้เงินทอง หรือถุงยังชีพที่มีมูลค่า คือการไม่ทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง ทั้งนี้ กกต.ไม่สามารถยกเว้นกฎหมายได้ และเมื่อปี 2562 ก็ใช้เกณฑ์เดียวกัน โดยการหาเสียงสามารถพูดผลงาน นโยบายหาเสียง หาคะแนนนิยม ออกรายการวิทยุ ทีวี โดยไม่พูดจาใส่ร้ายบุคคลอื่นได้ ไม่ผิดกฎหมาย

กรณีข้อร้องเรียน กรณีป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งปรากฏรายชื่อ ส.ส. และว่าที่ผู้สมัครบนป้ายด้วยนั้น เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต. ได้รับข้อร้องเรียน และตรวจสอบป้ายต้อนรับดังกล่าวแล้ว ส่วนตัวขอยังไม่วินิจฉัย แต่เบื้องต้นข้อห้ามหรือกฎเหล็ก 180 วันก่อนหาเสียงเลือกตั้งเริ่มตั้งแต่ 24 กันยายน การลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร วันที่ 25 กันยายน และได้นำป้ายลง 26 กันยายน แต่ก็ยังมีบางป้ายของบางพรรคการเมืองยังไม่เอาลง ซึ่งกฎหมายมีข้อกำหนดเงื่อนเวลาให้ ผอ.กกต. จังหวัด แจ้งเอาป้ายลงภายใน 5-7 วัน และแก้ไขให้ถูก ซึ่งกรณีป้าย พล.อ.ประวิตร ปลดลงแล้ว ก่อนที่ กกต.จะออกหนังสือแจ้งไป กรณีนี้แตกต่างจากที่เคยยกตัวอย่างป้ายขอบคุณที่จังหวัดนครราชสีมาที่ ไม่มีใครเอาป้ายลง กกต. จึงเอาลงเอง ทั้งหมดมีกระบวนการอยู่

แสวง ระบุว่า กกต.ยังไม่สามารถแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็วได้ เพราะกฎหมายลูก 2 ฉบับยังไม่มีผลบังคับใช้ จึงไม่มีอำนาจแบ่งเขต ยืนยัน กกต. ไม่หนักใจ หลังถูกทัวร์ลง และต้องชี้แจงรายละเอียดต่างๆ หลายรอบ หรือถูกตั้งข้อสงสัยการทำหน้าที่ในการตรวจสอบนักการเมือง หรือหรี่ตา เช่นกรณีของพลเอกประวิตร โดยย้ำว่า กกต. ดำเนินการตรวจสอบอยู่

'อนุพงษ์-ชัยวุฒิ' ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม พิษณุโลก พร้อมมอบถุงยังชีพ

ขณะที่เพจ 'กระทรวงมหาดไทย PR' รายงานว่า วันนี้ เวลา 13.15 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา โดยมีรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ ต.ชัยนาม อ.วังทอง จ. พิษณุโลก และมอบถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย ก่อนจะเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม และประชาชนในพื้นที่หมู่ 7 บ้านวังพรม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

พล.อ.อนุพงษ์  กล่าวทิ้งท้ายว่า การมาวันนี้ไม่อยากใช้คำว่ามาเยี่ยม เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่อยากให้เป็นการมาทอดกฐินมากกว่า โดยวันนี้นำความห่วงใยจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในด้านความเป็นอยู่อาศัย และพื้นที่ทำการเกษตร ซึ่งพี่น้องประชาชนบางส่วนยังไม่ได้เกี่ยวผลผลิตทำให้ได้รับความเดือนร้อน จึงต้องเร่งสำรวจความเสียหายของนาข้าวที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ ในเบื้องต้นจะเร่งซ่อมบ้านเรือนของประชาชนก่อน นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งสร้างการรับรู้และย้ำเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงกับน้ำ เพราะเวลาที่น้ำมาด้วยความเร็วและแรง พร้อมขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลาน หรือเด็กเล็กในพื้นที่ชุมชน อย่าลงเล่นน้ำ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ อนึ่ง จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาอาจไม่รุนแรง หรือสร้างความเสียหายเท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ประเทศเวียดนาม และจากการคาดการณ์พายุจะอ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน หรือ หย่อมความกดอากาศต่ำต่อไป ทั้งนี้ หากต้องการรับความช่วยเหลือขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที หรือโทรมาที่สายด่วนนิรภัย 1784 โทรฟรี 24 ชั่วโมง เพื่อให้ส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางช่วยประสานงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท