สปสช.ย้ำ “หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด” ที่ฝากครรภ์ 9 รพ.เอกชนถูกยกเลิกสัญญา แนะรีบติดต่อ 1330 กด 6 ด่วน 

สปสช. ห่วงใย "หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด" ที่ฝากครรภ์กับ 9 รพ.เอกชนถูกยกเลิกสัญญา เร่งประสานจัดหา รพ.ดูแลครรภ์ต่อเนื่อง ระบุเป็นผู้ป่วยกลุ่มเร่งด่วน มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ พร้อมย้ำกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ขอให้โทรติดต่อกลับสายด่วน 1330 ด่วน   

 

30 ก.ย. 2565 ทีมสื่อ สปสช. รายงานวันนี้ (30 ก.ย.) พญ.ลลิตยา กองคำ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่ สปสช.ได้มีการยกเลิกสัญญาการให้บริการปฐมภูมิ ประจำ และรับส่งต่อทั่วไปกับโรงพยาบาลเอกชน 9 แห่ง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 โดยเป็นไปตามข้อกฎหมายจากปัญหาการเบิกจ่ายค่าบริการไม่ถูกต้อง และที่ผ่านมา สปสช.ประสานขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 9 แห่ง เพื่อให้ดูแลผู้ป่วยระบบบัตรทองต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2565   

อย่างไรก็ตาม ด้วยความกังวลผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด ซึ่งบางรายมีนัดทำคลอดในช่วง 1-2 เดือนนี้ การดำเนินการกรณีที่โรงพยาบาลเอกชนที่หญิงตั้งครรภ์ฝากครรภ์ยังคงร่วมบริการผู้ป่วยบัตรทองถึงวันนที่ 31 ธ.ค.นี้นั้น ให้หญิงตั้งครรภ์รับบริการทำคลอดที่โรงพยาบาลเดิมต่อได้โดยใช้สิทธิบัตรทอง แต่ในกรณีที่เป็นโรงพยาบาลไม่ร่วมให้บริการผู้ป่วยบัตรทองแล้ว ที่ผ่านมา สปสช. ได้รีบประสานไปยังโรงพยาบาลเอกชนเพื่อขอเวชระเบียนพร้อมประวัติการฝากครรภ์ของผู้ป่วย เพื่อนำมาจัดหาโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในระบบบัตรเพื่อดูแลและให้บริการหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ใกล้คลอดแล้ว ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่สายด่วน สปสช. 1330 จะมีการโทรติดต่อและให้ข้อมูลการเข้ารับบริการกับหญิงตั้งครรภ์ด้วย  

"ด้วยกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะที่มีกำหนดจะคลอดในเร็วๆ นี้ ถือเป็นกลุ่มผู้ป่วยเร่งด่วนที่สุดที่ต้องดูแลและหาหน่วยบริการรองรับโดยเร็ว ด้วยมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงการดูแลที่ต่อเนื่องโดยสูตินรีแพทย์ อย่างไรก็ตาม ในกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนทั้ง 9 แห่ง หากยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ขอให้โทรมาที่สายด่วน สปสช. 1330 กด 6 โดยเร็ว เพื่อที่จะได้เข้าสู่ระบบเพื่อได้รับการดูแลครรภ์อย่างต่อเนื่อง" รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว และว่าขณะนี้จากข้อมูลในระบบมีหญิงตั้งครรภ์ที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลเอกชน 9 แห่ง จำนวน 207 ราย ในจำนวนนี้ 66 ราย ที่ตั้งครรภ์ที่ 38-40 สัปดาห์ ซึ่งต้องหาโรงพยาบาลรองรับโดยด่วน           

พญ.ลลิตยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่เข้ารับบริการต่อเนื่องยังโรงพยาบาลแห่งอื่นที่รับดูแลต่อ รวมถึงกรณีผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่หลังวันที่ 30 ก.ย. 2565 เป็นต้นไป มีนัดหมายรักษากับโรงพยาบาลอื่น เนื่องจากถูกส่งต่อจากโรงพยาบาลเอกชน 9 แห่งนั้น สปสช.ได้ทำหนังสือถึงหน่วยบริการหรือโรงพยาบาลที่รับส่งต่อว่าไม่ต้องเรียกเก็บใบส่งตัวจากผู้ป่วยกลุ่มนี้ ขอให้รักษาผู้ป่วยได้ตามนัดหมายเหมือนเดิม   

หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอดที่ฝากครรภ์และมีนัดทำคลอด 9 โรงพยาบาลเอกชนใน กทม.ที่ถูกยกเลิกสัญญา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 สปสช.จัดระบบให้ได้รับดูแลต่อเนื่องดังนี้  

1.ฝากท้องกับ รพ.กล้วยน้ำไท โรงพยาบาลประชาพัฒน์ และ โรงพยาบาลบางมด รับการดูแลที่โรงพยาบาลเดิม  

โทร.สอบถามได้ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท เบอร์ 02-7424398, โรงพยาบาลประชาพัฒน์ 02-2479966, โรงพยาบาลบางมด 02-8670606 

2.ฝากท้องกับ รพ.บางนา 1 และ รพ.แพทย์ปัญญา ไปรับการดูแลต่อที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ให้ติดต่อขอเวชระเบียนที่โรงพยาบาลเดิม และโทร.นัดหมายโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ที่เบอร์ 027424398  

3.ฝากท้องกับโรงพยาบาลเพชรเวช และโรงพยาบาลมเหสักข์ ไปรับการดูแลต่อที่โรงพยาบาลคลองตัน ให้ติดต่อขอเวชระเบียนที่โรงพยาบาลเดิม และโทร.นัดหมายโรงพยาบาลคลองตัน ที่เบอร์ 02 3192101  

4.ฝากท้องกับ รพ.นวมินทร์ สปสช.อยู่ระหว่างเจรจากับโรงพยาบาลนพรัตน์ เพื่อรับดูแลต่อ  

หมายเหตุ  

1.การดูแลที่ รพ.กล้วยน้ำไท จะมี เคคลินิกเวชกรรม สาขาอ่อนนุช ซึ่งเป็นคลินิกในเครือข่ายร่วมดูแลหญิงตั้งครรภ์ด้วย  

2.หญิงตั้งครรภ์ท่านใดที่ยังไม่มี รพ.รับดูแลครรภ์ต่อเนื่อง ติดต่อสายด่วน สปสช. 1330 กด 6  

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท