เวทีแถลงข้อเสนอ 50 ปี 14 ตุลา ย้ำถึงเวลารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

'เลขาฯ ครป.-โภคิน-สมชัย-ณัฏฐา-บุญส่ง' รวมแถลงข้อเสนอ 50 ปี 14 ตุลา ย้ำถึงเวลารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

 

19 ต.ค.2565 เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แจ้งต่อผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ (19 ต.ค.65) ที่อนุสรณ๋สถาน 14 ตุลา มีการแถลงข้อเสนอ "50 ปี 14 ตุลา ถึงเวลารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" โดยที่ตนนำเสนอภาพรวม ข้อเสนอเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ขณะที่ โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา รองศาสตราจารย์ และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย แถลงแนวทางร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดย ส.ส.ร. สมชัย ศรีสุทธิยากร รองศาสตราจารย์ และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย นำเสนอปฏิทินการเมืองและข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์เพื่อชัยชนะของฝ่ายประชาชน ณัฏฐา มหัทธนา  คณะรณรงค์แก้ไขรธน. ม.272  นำเสนอทำไมต้องมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และบุญส่ง ชเลธร  อดีต 1 ใน 13 กบฎ เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ในเหตุการณ์ 14 ตุลา สรุปบทเรียน 50 ปี 14 ตุลา กับการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จัดโดย ครป. สถาบันสังคมประชาธิปไตย คณะรณรงค์แก้ไขรธน. ม.272 และเครือข่ายภาคประชาชน

รายงานเสวนามีรายละเอียดดังนี้

เมธา กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ผ่านมา 25 ฉบับแล้ว ผ่านเพียงแค่ 1 ฉบับ เรื่องการแก้ระบบเลือกตั้ง ส.ส. ล่าสุดรัฐสภาตีตกร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ โดยเฉพาะของคณะรณรงค์แก้ไข ม.272 มี ส.ว.เพียง 14 คน ที่ยอมตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ดังนั้น เราไม่อาจหวังการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากรัฐสภาชุดนี้ได้ แต่การเดินหน้าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องเดินหน้าต่อไปสู่ชัยชนะของประชาชนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้ได้

เลขาฯ ครป. เห็นว่ารัฐสภาเคยรับหลักการให้มี ส.ส.ร. ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร. น่าจะผ่านรัฐสภาครึ่งใบไปได้ รวมถึงข้อเสนอการประชามติ พร้อมกันกับการเลือกตั้งทั่วไป ในคำถามให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้ใหม่ และสืบเนื่องจากวิกฤตการเมือง 16 ปีที่ผ่านมา สมควรนิรโทษกรรมคดีการเมืองนับตั้งแต่ 2549 เป็นต้นมาเพื่อเริ่มต้นศักราชใหม่

เมธา กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบัน มีแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจยุบสภาหลัง APEC แต่มีเชือกเรื่อง แก้กฎหมายเลือกตั้งฯ ที่ยื่นเรื่องศาล รธน. ไว้ คาดว่าศาลจะตัดสินกลางเดือน พ.ย. นี้ ถ้าตัดสินว่ามีความผิด รัฐบาลอาจต้องอยู่ต่อจนกว่าจะมีการพิจารณากฎหมายเลือกตั้งใหม่เสร็จสิ้น แต่คาดว่าศาลจะตัดสินไม่ผิดและยุบสภา เป็นทางลงของพล.อ.ประยุทธ์

“ประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่กระจายอำนาจการปกครอง และรับรองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจะแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองที่ถูกรวบอำนาจแทนการกระจายอำนาจได้ และสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจแทนการผูกขาดของกลุ่มทุนพวกพ้องได้ ความรุนแรงโดยอำนาจรัฐและกระบวนการยุติธรรมแบบเลือกปฏิบัติแบบ SLAPP จะไม่เกิดขึ้นและเกิดความรุนแรงจากผู้เห็นต่างทางการเมืองได้ การพยายามควบรวมทุนเพื่อมีอำนาจเหนือตลาดแบบ  ทรู-ดีแทค หรือ AIS-3BB ก็จะไม่เกิดขึ้น รวมถึงรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยจะนำไปสู่การยุติการคอร์รัปชั่นภายในกองทัพ ผ่าตัดระบบอำนาจนิยมในราชการ และตำรวจ” เมธา กล่าว

เลขาฯ ครป. กล่าวต่อว่า เรื่องข้อเสนอยุบพรรคภูมิใจไทยตนไม่เห็นด้วยกับพรรคฝ่ายค้าน และไม่สนับสนุนการยุบพรรคการเมืองทุกรูปแบบ และการตัดสิทธิ์ทางการเมืองของพลเมือง เพราะพลเมืองควรมีสิทธิทางการเมืองในการสมาคม หรือตั้งพรรคการเมืองได้โดยเสรี ถ้านโยบายไม่ดีประชาชนก็จะไม่เลือกเองแต่ไม่สามารถไปรอนสิทธิ์ได้ โดยต่อไปนี้ ภาคประชาชนจะนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนคู่ขนาน เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล ส.ส.ร. และทุกพรรคการเมืองต่อไป และขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมร่างรัฐธรรมนูญคู่ขนานไปด้วยกัน

โภคิน กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองถึงทางตันเพราะฝ่ายการเมืองและทุนพรรคพวกยึดกุมประเทศ จนเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงและเกิดวาทะกรรมทางการเมืองมากมายที่ต่างอ้างประชาชน พรรคการเมืองและภาคประชาชนจึงจะต้องช่วยกันก้าวผ่านหล่มของความขัดแย้งให้ได้ โดยการแก้ไขกติกาใหญ่คือรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

โภคินกล่าวว่า ถ้าประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปข้างหน้าได้เสมอ เหมือนช่วงที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาประเทศไทยที่ติดหล่มอำนาจนิยมและทุนพรรคพวกอยู่ในปัจจุบัน เพื่อยุติวงจรอุบาทว์การยึดอำนาจ ซึ่งตนจะเสนอให้รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้เป็นประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยว่าการทำรัฐประหารเป็นกบฎตลอดเวลา เพื่อให้ศาลได้หยิบใช้ไปพิจารณา แม้ว่าต่อมาจะมีการฉีกรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ข้อความเหล่านี้ยังคงอยู่ 

“ขณะนี้สังคมไทยตกผลึกร่วมกันว่าถ้ามีรัฐธรรมนูญแบบนี้ประเทศไปไม่รอด จึงต้องแก้รัฐธรรมนูญ 60 ให้เป็นประชาธิปไตย โดยรูปธรรมคือต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเปิดทางให้มี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งทั้งประเทศ มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อตอบโจทย์ประชาชน ตนมีส่วนในการผลักดันให้มี ส.ส.ร. 99 คนยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 มาแล้ว และพยายามผลักดันในรัฐสภาที่ผ่านมาแต่คาอยู่ในวาระ 3 เพราะมีกลุ่มการเมืองไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้มีการประชามติ ดังนั้น วิธีการที่เป็นไปได้คือการแก้เกมโดยเสนอร่างฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 60 แทน โดยไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าต้องประชามติ แต่แก้ตั้งแต่หมวด 3 ขึ้นไปจึงไม่เข้าองค์ประกอบ เพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่จากข้อเสนอของประชาชนในอนาคต และเสนอค้างไว้ในรัฐสภาค้างไว้ โดยจะไปยื่นเรื่องริเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยภาคประชาชน 50,000 รายชื่อต่อประธานรัฐสภาวันอังคารนี้ เพื่อนำเสนอค้างไว้ในรัฐสภา หากไม่ทันการประชุมสภารอบนี้ก็รอรอบหน้า” โภคินกล่าว

สมชัย กล่าวว่า ปฏิทินทางการเมือง 5-6 เดือนข้างหน้านี้จะเป็นอย่างไรและเราจะรับมืออย่างไร ประชาชนสนใจว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ ตนเดาว่าพล.อ.ประยุทธ์ คงรอหลังปีใหม่ ตามที่ได้สั่งการกระทรวงการต่างๆ จะมอบของขวัญปีใหม่อะไรให้ประชาชนได้บ้างเพื่อเป็นของขวัญจากรัฐบาลชุดนี้ หลังจากนั้นค่อยยุบสภาเพื่อหวังคะแนนเสียงจากประชาชน

สมชัย กล่าวว่า 24 ธ.ค.ไม่ใช่วันสุดท้ายในการย้ายพรรค แต่เป็น 7 ก.พ.66 ตามกติการัฐธรรมนูญ ดังนั้นตนเชื่อว่าจะมีการยุบสภาก่อน 7 ก.พ. แน่นอน เพราะถ้าไม่ยุบ ส.ส.จะทยอยลาออกกันไปก่อนมากมาย ยกเว้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สนใจไปต่อทางการเมืองและอยากอยู่จนครบวาระ และการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นปลายเดือนมีนาคม 66

“มีเหตุการณ์สำคัญที่น่าจับตาคือ ร่าง พ.ร.บ.ส.ส.ที่ค้างอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ศาลอาจจะชี้ได้ว่าร่างกฎหมายนี้ไม่สมบูรณ์และกระบวนการออกกฎหมายขัดต่อหลักที่ควรเป็นหรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เราจึงต้องวางแนวทางเพื่อรับมือให้ได้ แต่ความหวังในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภาชุดนี้ไม่ง่าย เพราะแม้แต่ร่างกฎหมายท้องถิ่นก้าวหน้าของพรรคก้าวไกลที่เสนอผ่านรัฐสภาไปแล้วก็ไม่น่าจะทันรัฐสภาชุดนี้ที่อาจจะยุบสภาก่อน แต่เรารณรงค์เพื่อสร้างกระแสสังคมได้” สมชัยกล่าว

สมชัย กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ภาคประชาชน ควรจะต้องให้วิธีเปิดแผลรัฐบาลให้มากขึ้น รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเตรียมตัวเพื่อการเลือกตั้ง หลังกฎหมาย ส.ส.ผ่านแล้วก็พิจารณาแนวทางต่อสู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งเชื่อว่าออกมาในรูปแบบไหนประชาชนก็น่าจะหาวิธีการเอาชนะได้ และเมื่อฝ่ายประชาธิปไตยได้เป็นรัฐบาลแล้ว หมุดหมายการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยจึงจะเป็นจริงได้

ณัฏฐา กล่าวว่า หลังร่างแก้ไข ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ไม่ผ่านรัฐสภาทำให้ท้อแท้ใจอย่างมาก แม้เราไม่ได้แพ้เสียงในสภาผู้แทนสภาผู้ราษฎร แต่เราแพ้เสียงส่วนน้อยที่กติกาที่ไม่เป็นธรรมได้วางไว้ แต่เสียงส่วนใหญ่กลับไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้  โดยรัฐธรรมนูญเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งและแก้ไขไม่ได้ จึงต้องสร้างรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยขึ้นมาใหม่ คือมีที่มาและเนื้อหาที่เป็นประชาธิปไตย จะต้องถือเป็นภารกิจของทุกคน ทุกพรรค ซึ่งที่ผ่านมาเคยเสนอแก้ไขมาเกือบทุกพรรค รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย แต่ติดอำนาจ ส.ว.ที่ไม่ให้ผ่านไป ดังนั้นตนจึงสนับสนุนการแก้ไขทุกรูปแบบจากทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้เพื่อไม่ให้ประชาชนสิ้นหวังและเหนื่อยล้า เพราะเราจะยอมแพ้ในเรื่องนี้ไม่ได้     

บุญส่ง กล่าวว่า เมื่อ 49 ปีเราตั้งกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ และเคลื่อนไหวตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2516 เพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้รัฐธรรมนูญภายใน 6 เดือนจนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 บทเรียนตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ตนคิดว่าแค่เรื่องรัฐธรรมนูญคงไม่เพียงพอที่จะทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เพราะกลุ่มนายทุนเข้ามาในรัฐสภามากขึ้นและเขียนกฎหมาย เอื้อกติกาต่อพวกพ้องตนเอง จนเกิดการผูกขาดเศรษฐกิจมากขึ้น

"เชื่อว่าหลังเลือกตั้ง ถ้าเรามี ส.ส.ร.จากประชาชน เราจะมีรัฐธรรมนูญที่ดีขึ้นแน่นอน ไม่ต่างจากรัฐธรรมนูญ 2517 หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา และรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ดีมากที่สุดฉบับหนึ่งหลังการปฏิรูปการเมือง แต่ก็อยู่ได้ไม่นานจนเรามีรัฐธรรมนูญกว่า 20 ฉบับแล้ว เจตนารมณ์ 14 ตุลาคืออยากให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และยังไม่บรรลุผลในปัจจุบันนี้” บุญส่ง กล่าว

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท