ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยจี้ 8 ปัญหาเศรษฐกิจยุครัฐบาลประยุทธ์ทำประเทศเสื่อมถอย

ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทยแถลงข่าวชี้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้า แก้ปัญหาที่ดินไม่ตรงจุด ไม่ยอมแก้ปัญหาราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันที่สูงกว่าที่อื่น ส่งผลค่าครองชีพแพง และปัญหาเศรษฐกิจยังส่งผลต่อคนเจน Z ทำให้หมดไฟเพราะไม่สามารถมีสินทรัพย์ของตัวเองได้เหมือนคนรุ่นก่อน

(ซ้ายไปขวา) จุฑาพร เกตุราทร พิชัย นริพทะพันธุ์ และเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล

25 ต.ค.2565 ทีมสื่อพรรคเพื่อไทยรายงานการแถลงข่าวของทีมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของพรรควันนี้ที่มีพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย และจุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางรัก โดยประเด็นแถลงเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่สืบเนื่องมาจากนโยบายและการบริหารของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่ทำให้ต้นทุนในด้านต่างๆ สูงขึ้นจนส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน

พิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึง 8 ประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ดังนี้

1. ในช่วงที่พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศ ประเทศไทยพัฒนาน้อยที่สุด จากตัวเลขการเจริญเติบโตที่ต่ำมาตลอด ประเทศไทยได้ฉายาเป็นคนป่วยของเอเชีย และถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงทุกด้าน เป็นมรดกความตกต่ำทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

2. เป็นช่วงที่ประเทศก่อหนี้มากสุด แต่ประเทศไม่พัฒนา มีหนี้สาธารณะทะลุ 10 ล้านล้าน กู้เงินมากที่สุด แต่เศรษฐกิจขยายต่ำสุด ลูกหลานต้องมาใช้หนี้กว่า 5 ล้านล้านบาท หรือกว่า 50 ปีกว่าจะใช้หนี้หมด และยังต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงสุดด้วย อีกทั้งประชาชนก็มีหนี้ครัวเรือนสูงสุดประมาณ 15 ล้านล้านบาท หนี้เสีย และหนี้นอกระบบสูงที่สุดด้วย เป็นมรดกหนี้ล้นทะลักสำหรับคนไทย

3. ค่าครองชีพแพงสุด ทั้งราคาสินค้าและบริการ ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ และราคาไฟฟ้าแพงที่สุด เงินเฟ้อมากสุด แต่รายได้ของคนไทยไม่เพิ่มแถมลดลง อีกทั้งพอราคาสินค้าปรับขึ้นแล้วจะไม่มีการปรับลดอีก เป็นมรดกสินค้าแพงสำหรับคนไทย

4. ความสามารถแข่งขันของไทยที่ลดลง โครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมถอย การพัฒนาด้านต่างๆที่ล้าหลัง เป็นการจัดอันดับโดยองค์กรระหว่างประเทศ เป็นมรดกความเสื่อมถอยของประเทศไทย

5. อุตสาหกรรมที่เริ่มล้าสมัย ไม่มีการลงทุนใหม่ๆ นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศขาดความมั่นใจและขาดความเชื่อถือ ไปลงทุนประเทศอื่นกันหมด ทำให้การลงทุนของไทยหดหายลดลงมาตลอด เป็นมรดกที่คนรุ่นหลังต้องจำใจต้องรับต่อมา

6. คนจนพุ่ง คนตกงานเพิ่มมาก คนฆ่าตัวตายมากที่สุด แถมยังมีคนตายกลางถนนในช่วงวิกฤตโควิด มีทหารและตำรวจกราดยิงประชาชน ปัญหาต่างๆ เหล่านี้คือมรดกของปัญหาที่ทิ้งไว้ให้

7. การทุจริตคอรัปชั่น ตามดัชนีวัดขององค์กรสากล การส่งเสริมการผูกขาด การเอื้อประโยชน์แก่เจ้าสัว ซึ่งจะทำให้คนรุ่นต่อไปพัฒนาและก้าวขึ้นมาต่อยาก

8. การปิดกั้นความคิดเห็น การปิดปากห้ามวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การจับคนเห็นต่าง การปรับทัศนคติของคนจำนวนมาก ซึ่งผมเองก็โดนมาเอง พอปิดกั้นความคิดเห็นและการแสดงออกก็จะไปปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆ ธุรกิจสมัยใหม่ และนี่เป็นมรดกของการกดขี่ของประเทศไทย

พิชัยกล่าวถึงแนวทางแก้ไขว่าจะต้องทำตรงข้ามกับที่พลเอกประยุทธ์ ทำไว้ทั้งหมด โดยต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้จีดีพีโต โดยต้องทำนโยบายหลายๆ ด้านไปพร้อมๆ กัน โดยต้องสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือของประเทศให้กลับมาโดยเร็ว การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ สร้างธุรกิจทางเทคโนโลยีใหม่ๆ การปรับประเทศเข้าสู่ระบบดิจิตอล การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศพัฒนาสามารถเดินต่อไปได้

เก็บภาษีที่ดินไม่ตรงกลุ่ม คนรวยแค่ปลูกมะนาวก็ไม่ต้องจ่ายภาษีแล้ว

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.เลย กรรมการบริหารและคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เร่งลดภาระของพี่น้องประชาชน และลดต้นทุนภาคธุรกิจจากภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงปัญหาราคาน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ ชี้ พลังงานแพงเป็นสาเหตุเงินเฟ้อสูง และเร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ

เลิศศักดิ์กล่าวอีกว่าการออกกฎหมายภาษีดินและสิ่งปลูกสร้างโดยไม่รอบครอบ และบังคับใช้ในเวลาที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลกระทบกับภาคธุรกิจ ทั้งที่ช่วงหลังโควิดควรเป็นช่วงเวลาที่รัฐต้องช่วยผู้ประกอบการฟื้นฟูกิจการให้แข็งแรงพอที่จะเติบโตต่อไปได้ แต่รัฐบาลกลับบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เต็มรูปแบบจนเป็นภาระต้นทุนสำคัญของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก ที่ดินว่างเปล่าของคนรวยในเขตเมืองที่ควรจะสร้างประโยชน์ กลับไม่ต้องจ่ายภาษี เพียงแค่ปลูกมะม่วงมะนาวก็ถือว่าเป็นที่ดินเพื่อการเกษตร

ในขณะที่ล่าสุดผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ต้องเสียภาษีตัวอาคารสถานีบริการน้ำมัน อาคารค้าปลีก ห้องน้ำและอื่นๆ อยู่แล้ว และผู้ประกอบการได้ขอให้ทบทวนการจัดเก็บภาษีบริเวณถนน ลาน รั้ว ซึ่งจะได้ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกิจได้บ้าง แต่ก็ได้รับการปฎิเสธจากกรรมการภาษี และกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากการที่รัฐเลือกที่จะจัดเก็บภาษีในช่วงเวลาที่ไม่เหมะสม สร้างภาระให้กับภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนของภาคธุรกิจ รัฐบาลก็ไม่แก้ไขโดยเฉพาะปัญหาราคาหน้าโรงกลั่นของไทยที่สูงกว่าราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์และสูงกว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่โรงกลั่นไทยส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการเอาเปรียบคนไทยที่ต้องซื้อราคาที่แพงกว่า ทั้งที่ต้นทุนการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางส่งมาไทยและส่งมาสิงคโปร์ก็เท่ากัน ประสิทธิภาพการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันของไทยกับสิงคโปร์ก็ใกล้เคียงกัน อีกทั้งโรงกลั่นไทยยังขยายการกลั่นเป็นแสนๆ บาเรลต่อวัน เพื่อส่งออกโดยเฉพาะแสดงว่าราคาส่งออกก็ต้องกำไรมากแล้ว การคิดราคาหน้าโรงกลั่นไทยสูงกว่าราคาสิงคโปร์จึงเป็นการเอาเปรียบประชาชนไทยมากเกินไป นอกจากนี้ค่าการตลาดของน้ำมันยังมีราคาสูงทั้งที่รัฐบาลบอกเองว่าไม่ควรเกินลิตรละ 1.40 บาท ก็ขอให้เร่งดำเนินการ

อีกเรื่องที่เป็นปัญหาและเป็นภาระของประชาชนอย่างมากคือราคาไฟฟ้าที่สูงขึ้นมาก ล่าสุดราคาไฟฟ้าขึ้นราคาจากหน่วยละ 4 บาท เป็น หน่วยละ 4.72 บาท และยังมีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาอีก เพราะ กฟผ. ยังมีค่าเชื้อเพลิงติดลบจากการบริหารค่าเชื้อเพลิงที่ผิดพลาดของรัฐบาลเป็นจำนวนกว่าแสนล้านบาท ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้นทุนเชื่อเพลิงการผลิตไฟฟ้าจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นในการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต ปัจจุบันราคาไฟฟ้าของไทยแพงกว่าราคาไฟฟ้าของเวียดนามอย่างมาก ซึ่งทำให้ความสามารถแข่งขันของไทยและความน่าลงทุนของไทยลดลงมาก จึงอยากเรียกร้องให้เร่งแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และ ระยะยาว รวมถึงการเจรจาแหล่งพลงงานในพื้นที่ทับซ้อนในทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา

รวมถึงราคาก๊าซหุงต้มที่พุงขึ้นอย่างมาก ราคาขึ้นจาก 318 บาท/ ถัง 15 กก. ในตอนต้นปีได้พุ่งขึ้นเป็น 408 บาท:/ ถัง 15 กก. หรือขึ้นกว่า 28% ซึ่งรัฐบาลสามารถลดราคาก๊าซได้โดยเรียกเก็บจากก๊าซที่ส่งเข้าธุรกิจปิโตรเคมี ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยทำมาแล้ว แต่ถูกยกเลิกไปหลังปฏิวัติ

ทั้งนี้ราคาพลังงานเป็นต้นทุนของสินค้าทุกชนิด และเป็นต้นทุนค่าขนส่งของสินค้าด้วย เมื่อราคาพลังงานแพง สินค้าทุกชนิดจึงขึ้นราคาตาม และทำให้เกิดเงินเฟ้อสูงมาก เหมือนในปัจจุบัน ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ได้ปรับโครงสร้างราคาของพลังงานทั้งระบบเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน และลดค่าใช้จ่ายของประชาชนที่กำลังลำบากกันอย่างมากในปัจจุบัน

ปัญหาเศรษฐกิจกระทบเจน Z มากสุด

จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางรัก และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาเงินเฟ้อมีความรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนไทย เนื่องจากราคาข้าวของ สินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ค่าครองชีพสูง แต่รายได้ และค่าแรงปรับตัวขึ้นไม่ทันรายจ่ายที่ประชาชนต้องแบกรับ นอกจากนั้นพื้นที่ทางการเกษตรของไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรเป็นอย่างมาก

แม้เงินเฟ้อเดือนกันยายนจะปรับตัวต่ำลงเล็กน้อย มาอยู่ที่ 6.41% แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการขึ้นราคาพลังงาน และอาหารสด อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนกันยายนลดจากสิงหาคม 0.1% มาอยู่ที่ 8.2% จึงถือว่ายังสูงอยู่ ธนาคารกลางสหรัฐ ขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามมา 0.75% และภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะขึ้นอีกราว 1.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 4.25-4.50 % หากเงินเฟ้อในสหรัฐยังไม่ลด ทำให้ทางด้านประเทศไทยเองธนาคารแห่งประเทศไทย โดย กนง. ก็มีแนวโน้มสูงที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยตามอีกครั้งในการประชุม กนง.เดือนหน้า การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ จะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนมากขึ้น

ปัญหาเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ กระทบคนทุกรุ่น แต่คนเจน Z น่าเป็นห่วงสุด เพราะจะเข้าสู่ตลาดแรงงานในภาวะเศรษฐกิจถดถอย โอกาสในการสร้างความมั่งคั่งน้อยกว่าคนรุ่นก่อนมาก กว่า 1 ใน 3 กังวลปัญหาค่าครองชีพมากที่สุด และโอกาสในการออมเงินเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำได้ยากกว่าคนรุ่นก่อน เพราะราคาที่สูงขึ้น แต่รายได้ยังต่ำ เพิ่มความเครียด และก่อให้เกิดอาการหมดไฟในคนกลุ่มนี้ได้ง่าย เพื่อไทยพร้อมสนับสนุน คนรุ่นใหม่ให้พัฒนาทักษะ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจยุคหลังโควิด 19

ภายในสิ้นเดือนนี้ คาดมีประชาชนลงทะเบียนบัตรคนจนเกิน 23 ล้านคน ทำให้ 1 ใน 3 ของคนไทยเป็นคนจน ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะกระทบการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สร้างปัญหาสังคม และปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาในภายหลัง

จุฑาพรกล่าวว่าอยากให้พลเอกประยุทธ์ ดูตัวอย่างลิส ทรัส นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ลาออกเพราะไม่สามารถแก้วิกฤติเศรษฐกิจของอังกฤษได้แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ยอมรับความล้มเหลวและยินยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบริหารประเทศโดยเร็วเพื่อให้ประเทศไทยพัฒนาต่อไปได้ อย่าให้มรดกของพลเอกประยุทธ์ เป็นตราบาปให้กับคนไทยมากกว่านี้

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์