‘กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก’ แถลงจุดยืนสหภาพแรงงานคือองค์กร ปชต. ไม่เอารัฐบาลที่มาจาก รปห. 

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก แถลงจุดยืนสหภาพแรงงานคือองค์กร ปชต. ต้องไม่หนุน รปห. และรัฐบาลที่มาจาก รปห. ตอบโต้กรณี 79 ผู้นำสหภาพแรงงานยานยนต์แสดงจุดยืนหนุน ‘ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ คนต่อไป เมื่อ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา 

 

สืบเนื่องจากเมื่อ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ มติชนสุดสัปดาห์ รายงานว่า ผู้นำสหภาพแรงงานยานยนต์ทั้ง 79 แห่ง แถลงจุดยืน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ในงานสัมมนากรรมการบริหารและสมาชิกสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ที่สวนนงนุช พัทยา จ.ชลบุรี

25 ต.ค. 2565 เฟซบุ๊ก 'กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก - The Eastern Relation of Labour Group' โพสต์ข้อความเมื่อวานนี้ (24 ต.ค.)  ออกแถลงการณ์ ตอบโต้กรณี 79 ผู้นำสหภาพแรงงานยานยนต์ แสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร โดยระบุว่า "สหภาพแรงงานคือองค์กรประชาธิปไตย ต้องไม่สนับสนุนการรัฐประหาร รัฐบาลและผู้นำที่มาจากการรัฐประหาร"

รายละเอียดแถลงการณ์มีดังนี้

นับตั้งแต่การทำรัฐประหารครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นอกจากกลุ่มคนที่สนับสนุนกระบวนการทำลายประชาธิปไตยที่อาจเกิดจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการชอบหรือฝักใฝ่ในระบอบเผด็จการเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหรือการได้รับเศษผลประโยชน์ที่คณะรัฐประหารได้หยิบโยนให้แล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธได้ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศของรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหารภายใต้การนำของผู้นำที่ไม่มีวุฒิภาวะไร้ความสามารถอย่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และหากเราจะถกเถียงแลกเปลี่ยนถึงหลักฐานเชิงประจักษ์แห่งความล้มเหลวของการบริหารประเทศนั้นคงไม่สามารถถกกันให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวหรือเขียนออกมาให้หมดภายในหนึ่งหน้ากระดาษ

ตัวอย่างหลักฐานเชิงประจักษ์ที่จะขอยกมากล่าวเพื่อเตือนความจำถึงความล้มเหลวและความเสียหายที่รัฐบาลและผู้นำรัฐบาลชุดนี้ได้ก่อไว้ให้กับประเทศชาติและชีวิตของประชาชน

1. ก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากประชาชน แต่งตั้งตัวเองเป็นนายกฯ แต่งตั้งเครือข่ายองคาพยพเผด็จการของตัวเองเข้ามาทำงานเพื่อสนองความต้องการของตัวเองไม่ว่าจะเป็นการเขียนออกแบบรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้มีความได้เปรียบ ใช้กลไกเครือข่ายตนเองแต่งตั้ง ส.ว. 250 คนเพื่อโหวตสนับสนุนตนเองให้ได้เป็นนายกฯ ทั้งที่ตัวเองนั้นไม่ได้มาจากพรรคการเมืองไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน

2. จัดการแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ล้มเหลว การไม่พยายามนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชนอย่างมากมายมหาศาล มีผู้เสียชีวิตกว่าสามหมื่นคนจากความไร้ประสิทธิภาพในการรักษา การปิดเมืองปิดประเทศโดยที่ไม่มีมาตรการใด ๆ มารองรับในช่วง 1 – 2 ปีแรก ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจของอย่างรุนแรง ผู้ประกอบการรายย่อยล้มละลายจนถึงปัจจุบันก็ยังคงไม่สามารถจะกลับมาประกอบการได้อีก ประชาชนต้องดูแลช่วยเหลือกันเองแทบทุกด้านเพราะหวังการช่วยเหลือจากรัฐไม่ได้เลย หากประชาชนไม่ออกมาก่นด่าหรือเรียกร้องการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐก็คงจะไม่ใส่ใจและก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้คนมากมายกว่าที่เป็นอยู่

3. กู้เงินมหาศาลมาใช้ในกิจการที่ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับการพัฒนาประเทศชาติ หนี้สาธารณะพุ่งเฉียด 10 ล้านล้านบาทภายในระยะเวลา 8 ปีที่ได้เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่งต้องร่วมชดใช้หนี้ที่รัฐบาลนี้ก่อแต่ยังรวมไปถึงตัวพวกท่านที่สนับสนุนรัฐบาลนี้ด้วย

4. ปากก็พร่ำพูดพร่ำเพ้อว่าตัวเองเป็นคนดี จะเข้ามาจัดการปัญหาคอรัปชั่นแต่ตัวเองหลีกเลี่ยงไม่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของตัวเองสู่สาธารณะเพื่อให้สังคมได้รับรู้ คนดีแบบไหนกันถึงไม่มีความกล้าหาญที่จะแสดงความบริสุทธิ์ใจความโปร่งใสของตัวเอง คนแบบนี้หรือที่พวกท่านให้การสนับสนุนให้เป็นนายกฯ

5. มีความพยายามในการออกกฎหมายที่ทำลายสหภาพแรงงานอย่างชัดเจนที่สุด นั่นคือความพยายามการออกร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ ฉบับ พ.ศ. ..... ที่ทำมีเนื้อหาลดทอนหรือตัดสิทธิความคุ้มครองทางกฎหมายของลูกจ้าง/กรรมการลูกจ้าง/สหภาพแรงงาน สิทธิในการปิดงานนัดหยุดงานหรือแม้การตัดเนื้อหาสาระของการกระทำอันไม่เป็นธรรมออกไปทั้งหมด ฯลฯ แม้ในปัจจุบันจะมีการถอนร่างนี้ออกไปแล้วแต่ก็เป็นการยื้อการออกกฎหมายนี้ชั่วคราวเพื่อนำไปทบทวนใหม่เท่านั้น อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าการทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างแท้จริงเพื่อพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศจากบุคคลที่ท่านให้การสนับสนุน

องค์กรสหภาพแรงงานเป็นองค์กรที่มีพื้นฐานมาจากประชาธิปไตย กระบวนการการทำงานทุกอย่างล้วนเป็นกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ยังมีกลุ่มผู้นำสหภาพแรงงานบางกลุ่มอ้างความเป็นตัวแทนพี่น้องแรงงานเพื่อสนับสนุนบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำเผด็จการที่ได้ทำลายพัฒนาการของประชาธิปไตยไทย ไม่เพียงแค่ทำให้สะดุดแต่ยังฉุดสังคมและประเทศชาติให้ถอยหลังลงคลองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย

ในประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ความเห็นต่างสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเรื่องและสามารถถกเถียงแลกเปลี่ยนกันได้โดยสังคมที่มีวุฒิภาวะเพียงพอ แต่การเห็นต่างทางการเมืองในการสนับสนุนรัฐบาลที่มีที่มาจากการรัฐประหารหรือผู้นำที่เป็นเผด็จการนั้นไม่ได้เรียกว่าการเห็นต่าง แต่มันคือสนับสนุนอาชญากรรม

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออกมีจุดยืนในหลักการที่มั่นคงแน่วแน่ในประชาธิปไตยอันเป็นหลักประกันในสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกกลุ่ม ขอแสดงจุดยืนต่อท่าทีดังกล่าวดังนี้

1. องค์กรสหภาพแรงงานซึ่งเป็นองค์กรประชาธิปไตยต้องไม่ให้การสนับสนุนการรัฐหาร รัฐบาลหรือผู้นำที่มาจากการรัฐประหารเพื่อแสดงถึงจุดยืนถึงการไม่สยบยอมต่อการก่ออาชญากรรมโดยกลุ่มคนที่ฝักใฝ่เผด็จการ

2. ผู้นำสหภาพแรงงานต้องมีความกล้าหาญในการยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตย เพราะที่มีมาของพวกท่านล้วนมาจากกระบวนการของประชาธิปไตย การให้การสนับสนุนการรัฐประหาร รัฐบาลหรือผู้นำที่มาจากการรัฐประหารจะเป็นความย้อนแย้งในตัวเองอย่างรุนแรง

3. กิจการงานของสหภาพแรงงานต้องเป็นไปโดยเป็นการส่งเสริมการความรู้เข้าใจในเรื่องสิทธิทางกฎหมายของคนงาน การปกป้องและเรียกร้องสิทธิของคนงาน การส่งเสริมพัฒนาสวัสดิการหรือผลประโยชน์ของคนงานและการส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจในประชาธิปไตยไม่ใช่ส่งเสริมให้มีการฝักใฝ่เผด็จการอำนาจนิยม

กับระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา เราต่างล้วนเห็นชัดแล้วว่าไม่มีเผด็จการรูปแบบใดที่จะสนใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชนหรือของประเทศชาติอย่างแท้จริง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศกลับไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสหรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพนั้นได้เลย

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออกหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จากความเสียหายของชีวิตประชาชนและของประเทศชาติที่ผ่านมาภายใต้การการนำของผู้นำคนนี้ จะทำให้ท่านได้ใช้เหตุผลในการคิดวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงความเลวร้ายที่ผู้นำและรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารได้ก่อไว้ เพื่อกลับมาร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตย ส่งเสริมและสร้างสรรค์ขบวนการแรงงานให้มีความเข้มแข็ง มีเอกภาพเพื่อการผลักดันวาระทางสังคมต่าง ๆ ร่วมกันอันเป็นการทำเพื่อพี่น้องแรงงาน ประชาชนและสังคมของเราอย่างแท้จริง

ด้วยความสมานฉันท์

กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก

24 ตุลาคม 2565

รายชื่อแนบท้ายผู้สนับสนุนจุดยืนและหลักการในแถลงการณ์นี้

สหภาพแรงงานฟูรูกาวา ยูนิค ไทยแลนด์

สหภาพแรงงานเทยิน โปลีเอสเตอร์

สหภาพแรงงานยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์

กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง

สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง

สหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชา กู๊ด เยียร์

สหภาพแรงงานผู้บังคับบัญชาเครื่องสุขภัณฑ์

สหภาพแรงงานไทย ซูซูกิ

สหภาพแรงงาน ไอ ดี เอส

สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย

กลุ่มคบเพลง ม.อุบลฯ

กลุ่มยืนหยุดขังอยุธยา

กลุ่มยืนหยุดทรราช-เชียงใหม่

กลุ่มยืนหยุดขังนครปฐม

สหภาพคนทำงาน

กลุ่ม Try Arm

ภัควดี วีระภาสพงษ์

นิวัตร วุวรรณพัฒนา

นาตยา อยู่คง

ดร.เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท