'ก้าวไกล' สับหนี้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้าน จี้ รัฐบาลเลิกออก 'นโยบายเอื้อ' นายทุนพลังงาน

ส.ส. พรรคก้าวไกล ตบเท้าอภิปรายค้าน พ.ร.ก. ค้ำหนี้กองทุนน้ำมันฯ 1.5 แสนล้านบาท ชี้หนี้มหาศาลเกิดจากบริหารจัดการผิดพลาด ส่งเอกสารชี้แจงการชำระหนี้เพียง 3 หน้ากระดาษ ยังไม่รู้ดอกเบี้ยเท่าไหร่-ใช้คืนอย่างไร หมดในกี่ปี จี้เลิกออกนโยบายเอาใจนายทุนพลังงานลดภาระเงินภาษีประชาชน

 

10 พ.ย. 2565 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานว่า พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายข้อมูลที่รัฐบาลให้ต่อสภาไม่มีแผนการกู้และแผนในการชำระหนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หากเงินค้ำประกันหนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนำไปใช้ แล้วเป็นหนี้ในอนาคต กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะชำระหนี้อย่างไร นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันได้เริ่มก่อหนี้มีกันเมื่อใด มีภาระแผนการใช้เงิน-กู้จากที่ใด หากเกิดวิกฤติจะชำระอย่างไร เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องชี้แจง เพราะเงิน 150,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศและพี่น้องประชาชนต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ชี้ ว่าหนี้ที่เกิดขึ้นเกิดจากรัฐบาลมุ่งอุ้มราคาน้ำมันดีเซลโดยอ้างภาคเกษตรและภาคขนส่ง แต่ความจริงแล้วไม่ได้มีแต่คนรายได้น้อยที่ได้ประโยชน์ เพราะเมื่อเดินไปใต้ถุนสภา รถ Mercedes Benz หลายคัน ก็ใช้น้ำมันดีเซลเช่นเดียวกัน ในขณะที่น้ำมันเบนซินมีทั้งขนขับรถสามล้อ คนขับแกร็ป ไลน์แมน โรบินฮู้ดก็ต้องเติมน้ำมันเบนซินที่ราคาแพงกว่าในการทำมาหากิน ดังนั้นตนจึงเสนอให้มีการอุดหนุนราคาน้ำมันประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างพุ่งเป้า ไม่อยากให้เหมารวมการสนับสนุนดีเซลทั้งหมด โดยเฉพาะรถยนต์ที่เติมดีเซลอย่างรถ Mercedes Benz ซึ่งตนเชื่อว่าภาระกองทุนน้ำมันจะไม่สูงถึง 150,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

ด้าน ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า การให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ก็คือการให้ประชาชนเป็นผู้ค้ำ ดังนั้นซึ่งสิ่งที่ประชาชนควรต้องได้ทราบ คือความจำเป็นในการกู้เงิน จะเอาเงินไปทำอะไร จะกู้แบบไหน ดอกเบี้ยเท่าไหร่ กำหนดการใช้หนี้กี่ปีไม่เคยมีบอก

ทั้งสามแผนมีรายละเอียดในเอกสารที่นำมาชี้แจงเพียง 1 หน้ากระดาษกว่าๆ เท่านั้น โดยเฉพาะในส่วนของแผนการชำระหนี้ มีการระบุเพียงว่าจะชำระหนี้วงเงินแรกภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ส่วนวงเงินที่เหลือจะชำระให้จบภายในเดือนตุลาคม 2572 โดยไม่ได้ระบุว่าจะหารายได้จากแหล่งใดมาชำระหนี้

ศิริกัญญา ระบุต่อไปว่าหากกองทุนฯ ยังคงเก็บเงินจากน้ำมันแต่ละชนิด ตามอัตราเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี คือ 2564-2565 ต่อไป จะต้องใช้ระยะเวลากว่า 30 ปี จึงจะใช้หนี้ได้ครบ ซึ่งไม่สอดคล้องกันแผนการใช้หนี้ภายใน 7 ปี และหากนับตามกำหนดชำระหนี้ในแผนนี้

“นั่นแปลว่าในอนาคตจะต้องมีการเร่งรัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอย่างมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นภาระของประชาชนในการจ่ายค่าน้ำมันที่แพงขึ้น” ศิริกัญญา กล่าว

ขณะที่ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งคำถามว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีไว้เพื่อช่วยปรับสมดุลราคาให้เหมาะสม แต่เพราะเหตุใดภายใต้การบริหารของรัฐบาล กองทุนดังกล่าวจึงไม่สามารถทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็นได้

ณธีภัสร์ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่กองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง ติดลบกว่า 1.3 ล้านบาท สาเหตุไม่ได้มาจากแค่ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น แต่มาจากการบริหารที่ผิดพลาดของกองทุนเอง เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2653 กองทุนมีการอุดหนุนราคาน้ำดีเซล B10 ถึง 2.50 บาทต่อลิตร สวนทางกับราคาน้ำมันโลกที่กำลังปรับตัวลดลง ดีเซล B20 ก็เช่นกัน ที่กองทุนกลับอุดหนุนน้ำมันชนิดนี้ถึง 4 บาทต่อลิตร และในปีเดียวกันแก๊สโซฮอล 85 ก็เช่นกันมีการอุดหนุนถึง 7 บาทกว่าต่อลิตร ทั้งหมดสะท้อนการบริหารงานที่ผิดพลาดของกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง”

สุดท้ายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ที่ระบุว่านโยบายเอื้อกลุ่มทุนพลังงานเอง คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระที่หนักขึ้นในขณะที่กลุ่มทุนพลังงานได้ประโยชน์ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ถูกส่งเข้าโรงแยกก๊าซของ ปตท. เพื่อผลิตเป็น LPG มีสัดส่วนสูงถึง 45% ของการจัดหา LPG ของทั้งประเทศ แต่ปัญหาก็คือก๊าซ LPG ที่ผลิตจากอ่าวไทย มีเพียง เป็น 70% เท่านั้นที่มีการส่งเงินอุดหนุนเข้ากองทุนน้ำมัน แต่อีก 30% ที่ขายให้กลุ่มทุนปิโตรเคมีกลับไม่มีการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเลยทั้งๆ ที่กลุ่มทุนได้ใช้ในราครที่ถูกกว่าประชาชน คิดเป็นเงินถึง 741 ล้านบาทต่อเดือน

“การที่กำไรส่วนเกินที่ ปตท. ได้จากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย แล้วนำมาขายให้กลุ่มทุนปิโตรเคมีในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดโลกไม่ถูกส่งเข้ากองทุนน้ำมัน คือความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และเพียงมีการเปลี่ยนนโยบายนี้ คนไทยจะสามารถใช้ LPG ถูกลงได้ 2.7 บาทต่อกิโลกรัม แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ทำ ภาระจึงตกมาอยู่กับประชาชน” วรภพ กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท