รมว.แรงงาน สั่งกรมจัดหางาน เร่งสอบนายหน้าหลอกคนไทยไปทำงานญี่ปุ่น

คนไทย 27 รายยื่นหนังสือกระทรวงแรงงาน ขอให้ช่วยเหลือ หลังถูกนายหน้าหลอกเงิน อ้างจะพาไปทำงานที่ญี่ปุ่น โดยใช้วีซ่าเฉพาะทาง เสียคนละ 2-7 หมื่น ก่อนถูกเบี้ยว ด้าน ‘สุชาติ’ สั่งกรมจัดหางานเร่งตรวจสอบ

 

10 พ.ย. 2565 หลายสื่อรายงานตรงกันวันนี้ (10 พ.ย.) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.แรงงาน) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีคนไทย 27 ราย ยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานคณะกรรมาธิการแรงงานวุฒิสภา ขอความช่วยเหลือเนื่องจากถูกหลอกลวงจากนายหน้าจัดหางาน ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย อ้างว่าสามารถพาไปทำงานประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ "วีซ่าทักษะเฉพาะทาง" Specified skilled Worker จนทำให้แรงงานไทยที่หลงเชื่อ สูญเงินค่าบริการจัดหางานไปแล้วรายละ 20,000-70,000 บาท สุดท้ายถูกเลื่อนกำหนดเดินทางไปเรื่อยๆ เมื่อพบพิรุธขอเงินคืนกลับถูกนายหน้าบ่ายเบี่ยง ทำให้บางรายเสียทั้งเงินและงาน รวมมูลค่าความเสียหายรวม 5 ล้านบาท ซึ่งหลังรับทราบเรื่อง ได้สั่งการกรมการจัดหางาน เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวทันที

สุชาติ กล่าวว่า "ผมได้สั่งการอธิบดีกรมการจัดหางาน เร่งตรวจสอบแล้วพบว่า นายซังคิวและพวก ที่ถูกแรงงานไทย 27 คน รวมตัวกันร้องเรียนนั้น ไม่ได้รับใบอนุญาตให้จัดหางานจากกรมการจัดหางาน จึงไม่สามารถรับสมัคร และจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศได้ ซึ่งกรมการจัดหางานจะเร่งดำเนินคดีต่อไป ในส่วนโรงเรียนสอนภาษาดังกล่าว ได้ประสานหน่วยงานเจ้าของเรื่อง รับไปดำเนินการต่อ สุดท้ายผมขอฝากความห่วงใยถึงคนไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ก่อนหลงเชื่อโอนเงินให้ผู้ใด ขอให้ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานกับกรมการจัดหางานก่อน" 

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า "กรมการจัดหางานมีศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ทำหน้าที่ติดตาม เฝ้าระวัง การโฆษณาจัดหางานบนสื่อโซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวด หากพบผู้ใดโฆษณาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน ถือว่ามีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังกล่าว ทำให้ผู้อื่นเสียเงินหรือทรัพย์สิน ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ผู้ใดที่จัดหางานให้คนหางาน เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 -10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาท-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุด้วยว่า สำหรับคนที่สนใจไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ตนจะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวงได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน doe.go.th หรือ doe.go.th/overseas เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตที่เว็บไซต์ doe.go.th/ipd กรณีประสบปัญหาจากการสมัครงานหรือการเดินทางไปทำงานต่างประเทศร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายโทรศัพท์ 0-2245-6708 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 สายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 

เมื่อวานนี้ (9 พ.ย.) เว็บไซต์ กรมจัดหางาน เผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่หญิงไทยไปทำงานนวดที่เมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย 12 ราย ขอความช่วยเหลือให้พาออกจากสถานที่ทำงาน และเดินทางกลับไทย เนื่องจากนายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่ตรงตามสัญญา ถูกทำร้ายร่างกาย และกักขัง

ด้านกระทรวงแรงงานรับเรื่อง พร้อมเร่งประสานไปยังกรมกงสุลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งพาคนงานกลับไทย อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูจา ประเทศไนจีเรีย ตรวจสอบพบว่าแรงงานยังมีสภาพความเป็นอยู่ปกติ ไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยสถานทูตจะดำเนินการให้แรงงานไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศได้กลับสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัยต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท