จีนพบผู้เสียชีวิตจากโควิดรายแรกในรอบ 6 เดือน

จีนยอมรับมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดในกรุงปักกิ่ง นับเป็นการเสียชีวิตครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งปี ที่ผ่านมา จีนเพิ่งผ่อนปรนมาตรการโควิดได้ไม่นานนัก แต่ยังอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ 'โควิดเป็นศูนย์' หลายฝ่ายกังวลว่าการแพร่ระบาดรอบใหม่อาจทำให้จีนกลับมายกระดับมาตรการอีกครั้ง และนำไปสู่ผลต่อเศรษฐกิจและการประท้วงรุนแรงขึ้น

21 พ.ย. 2565 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลจีนประกาศยอมรับว่า ชายอายุ 87 ปีเสียชีวิตจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสในกรุงปักกิ่ง นับเป็นการเสียชีวิตครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งปี หลังการรายงานผู้เสียชีวิตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่เซี่ยงไฮ้ ที่ผ่านมา จีนเพิ่งผ่อนปรนมาตรการโควิดได้ไม่นานนัก แต่ยังอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ 'โควิดเป็นศูนย์' หลายฝ่ายกังวลว่าการแพร่ระบาดรอบใหม่อาจทำให้จีนกลับมายกระดับมาตรการอีกครั้ง และนำไปสู่ผลต่อเศรษฐกิจและการประท้วงรุนแรงขึ้น

บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างอิงจากสำนักข่าวปักกิ่งเดลี่ของทางการจีนรายงานว่า ผู้เสียชีวิตคนล่าสุดแสดงอาการครั้งแรกในวันที่ 11 พ.ย. และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ 2 วันต่อมา ข้อมูลการเสียชีวิตครั้งล่าสุดนี้ได้รับการยืนยันจากรัฐบาลจีน ผ่านคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเมื่อวันอาทิตย์ (20 พ.ย. ที่ผ่านมา) 

'สถานการณ์ของการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในเมืองหลวงดูไม่สู้ดีนัก' ซู เหอเจี้ยน โฆษกของเทศบาลกรุงปักกิ่งกล่าวแถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาระบุอีกด้วยว่าตัวเลขการติดเชื้อในกรุงปักกิ่งขณะนี้กำลัง 'เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ' ทั้งนี้ ในปักกิ่งมีการออกประกาศเตือนอีกครั้งว่าไม่ให้เดินทางหากไม่จำเป็น

ในวันจันทร์ (21 พ.ย.) กรุงปักกิ่งรายงานว่าพบการติดเชื้อทั้งหมด 962 ราย เพิ่มขึ้นจากวันอาทิตย์ที่มีการติดเชื้อ 621ราย ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งปิดให้บริการในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่อีกหลายแห่งมีการลดช่วงเวลาให้บริการ หรือห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน 

รัฐบาลจีนประกาศในวันอาทิตย์ว่า 24 ชั่วโมงก่อนหน้า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 24,215 คน แต่ส่วนใหญ่นั้นไม่แสดงอาการป่วยออกมาก  ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากวันเสาร์ซึ่งมีผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ที่ 23,238 คน น้อยกว่าวันศุกร์ 180 คน ด้านเดอะการ์เดียนตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขในระยะนี้สูงใกล้ถึงช่วงที่มีการแพร่ระบาดสูงสุดในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

ทางการจีนระบุว่านับตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา ตัวเลขสะสมของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มีจำนวน 5,227 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อสะสมนั้นมีจำนวน 286,197 คน จากจำนวนประชากรจีนทั้งหมดประมาณ 1,400 ล้านคน ซึ่งนับว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

สำนักข่าว VOA ตั้งข้อสังเกตโดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า 'ตัวเลขต่าง ๆ ของจีนนั้นทำให้ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกสงสัยอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์มีประวัติเกี่ยวกับการตกแต่งตัวเลขสถิติอยู่แล้ว และไม่อนุญาตให้คนภายนอกทำการตรวจสอบใด ๆ ด้วย'

รายงานของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติระบุอีกว่าอัตราการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ของจีน นับรวมผู้รับการฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็มด้วย อยู่ที่ 92% แต่ตัวเลขในกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปมีอัตราการฉีดวัคซีนอยู่ที่ระดับประมาณ 66% และมีอัตราการฉีดเข้มกระตุ้นอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์  เมื่อเทียบกับในสหรัฐอเมริกาแล้ว พบว่ามีในกลุ่มผู้สูงอายุมีอัตราการฉีดวัคซีนเกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ 

การประกาศข้อมูลเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากที่ในกรุงปักกิ่งเพิ่งผ่อนปรนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา รวมถึง การลดระยะเวลากักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ไม่กี่วันหลังจากนั้นพบว่าหลายเมืองในจีนมีการยกเลิกมาตรการตรวจเชื้อทำให้คาดการณ์ว่าจีนอาจกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อระรอกใหม่ในครั้งนี้ทำให้เกิดความกังวลว่ารัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนอาจยกเลิกมาตรการผ่อนปรนเหล่านี้ และกลับไปใช้มาตรการเข้มงวดอีกครั้ง จากการตั้งข้อสังเกตของบลูมเบิร์ก ที่ผ่านมามาตรการเข้มงวดเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนำไปสู่การประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมโรคระบาดที่เข้มงวด

การที่ปักกิ่งออกมาตรการป้องการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียปรับตัวลดลงในวันจันทร์ ดัชนีดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปรับตัวลดลงกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนักลงทุนมองว่าคงไม่มีการยกเลิกมาตรการป้องกันแพร่ระบาดของโควิด 19 ในเร็ววัน

แม้ในช่วงก่อนหน้านี้จะมีการผ่อนปรนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายเมือง ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวไปในทิศทางบวก แต่หนังสือพิมพ์ People's Daily ของทางการจีนได้ตีพิมพ์บทความประกาศว่ารัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์โควิดเป็นศูนย์ และไม่ได้ 'ถ่างผิง'  (แปลว่านอนราบหรือปล่อยให้เน่า) แต่อย่างใด 

ขณะที่หลายๆ ประเทศทั่วโลกกำลังปรับตัวเพื่อ 'อยู่ร่วมกับโควิด' จีนเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ยังคงยืนยันที่จะใช้ยุทธศาสตร์แบบโควิดเป็นศูนย์ต่อไป เช่นเดียวกับเกาหลีเหนือ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าจีนยังเลือกใช้ยุทธศาสตร์โควิดเป็นศูนย์ เพราะเชื่อว่าแนวทางการบริการของจีนมีประสิทธิภาพและได้ผลกว่าแนวทางการจัดการในแบบของตะวันตก

ยุทธศาสตร์โควิดเป็นศูนย์วางอยู่บนหลักการของขั้นตอน 5 ประการ ได้แก่ การค้นหา (Find) ตรวจเชื้อ (Test) หาตัวผู้ติดต่อกับผู้ติดเชื้อ (Trace) แยกกักตัว (Isolate)  และสนับสนุน (Support) เรียกเป็นอักษรย่อว่า FTTIS ยุทธศาสตร์นี้มีเป้าหมายในการควบคุมและปราบปราบการแพร่ระบาดอย่างถึงที่สุด ต่างจากยุทธศาสตร์การบรรเทาผลกระทบของการติดเชื้อต่อสังคม (mitigation strategy) ซึ่งยอมให้มีการติดเชื้อเกิดขึ้นได้บ้างในประชาคม

ก่อนหน้านี้พบว่าประเทศที่ใช้มาตรการโควิดเป็นศูนย์ รวมถึง ออสเตรเลีย ภูฏาน แคนาดา ไต้หวัน นิวซีแลนด์ สก็อตแลนด์ ตองกา และเวียดนามด้วย อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ช่วงปลาย 64เป็นต้นมาพบว่าประเทศเหล่านี้ได้เริ่มล้มเลิกยุทธศาสตร์โควิดเป็นศูนย์ไป เพราะโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาและโอมิครอนแพร่กระจายง่ายขึ้น แต่การมาถึงวัคซีนก็ป้องกันการติดเชื้อและอาการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน 

 

แปลและเรียบเรียงจาก
China reports first Covid deaths in six months as Beijing cases rise
China reports first coronavirus death in 6 months
จีนยืนยัน ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายแรกในรอบเกือบ 6 เดือน
https://en.wikipedia.org/wiki/Zero-COVID

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท