กลุ่มสิทธิพบการประท้วงในจีนกว่า 668 ครั้ง ระหว่าง มิ.ย. - ก.ย. 2565

แม้จะถูกจำกัดเสรีภาพการแสดงออกอย่างเข้มงวด แต่กลุ่ม China Dissent Monitor พบการประท้วงในจีนกว่า 668 ครั้ง ระหว่าง มิ.ย. - ก.ย. 2565 โดย 3 ใน 4 ของเหตุการณ์เหล่านี้เป็นการประท้วงตามท้องถนน การเดินขบวน และการปิดถนน


แฟ้มภาพ Freedom House

22 พ.ย. 2565 สื่อ Radio Free Asia รายงานว่าแม้จะถูกจำกัดเสรีภาพการแสดงออกอย่างเข้มงวด ทว่ากลุ่ม China Dissent Monitor กลับบันทึกเหตุการณ์ประท้วงและรูปแบบการแสดงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลในจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 668 ครั้ง ตลอดช่วง 4 เดือนนับตั้งแต่ต้น มิ.ย. ถึงปลาย ก.ย. โดย 3 ใน 4 ของเหตุการณ์เหล่านี้เป็นการประท้วงตามท้องถนน การเดินขบวน และการปิดถนน

กลุ่ม China Dissent Monitor ระบุอีกว่า "เราบันทึกการต่อต้านรูปแบบอื่นๆ เอาไว้ด้วย เช่น การยึดสถานที่ การนัดหยุดงาน การขึ้นป้ายประท้วง การพ่นสีตามผนังกำแพง และการต่อต้านแบบออนไลน์ที่สังเกตได้ เช่น การรณรงค์แฮชแท็กขนาดใหญ่ และโพสต์ที่มีผู้แชร์ไปเป็นจำนวนมาก" 

ตัวอย่างเช่น การประท้วงของผู้ปกครองเด็กในเมืองซีอาน ในภาคเหนือของจีน กรณีเด็กมีอาการอาหารเป็นพิเศษจากการเรียนที่โรงเรียนกวดวิชา Kid Castle และการประท้วงต่อต้านผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองหังโจว ในภาคตะวันออกของจีน โดยเจ้าของอพาร์ทเมนต์ที่สร้างเสร็จเพียงครึ่งเดียว เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกรณีตัวอย่างการประท้วงที่มณฑลเหอเป่ย ในภาคเหนือของจีน เมื่อผู้อาศัยปิดถนนด้วยจักรยานและมอเตอร์ไซค์ เพื่อประท้วงแผนการสร้างถนนใหม่ที่จะตัดผ่านหมู่บ้าน ขณะที่ในเมืองเสิ่นหยาง ในภาคเหนือของจีน พบว่าแรงงานก่อสร้างได้แขวนป้ายตามอาคารที่อยู่อาศัย เพื่อเรียกร้องจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หลังจากถูกเบี้ยวค่าแรง เป็นต้น 

กลุ่ม China Dissent Monitor ระบุว่าจากการเก็บข้อมูลประท้วงในเกือบทุกมณฑลและเกือบทุกเขตเมืองในประเทศจีนนับตั้งแต่ มิ.ย. มักเกิดขึ้นจากขบวนการที่ไม่แกนนำ โดยนัดรวมตัวกันผ่านโซเชียลมีเดีย "การประท้วงลักษณะนี้เกิดขึ้นทุกวันในประเทศจีน" รายงานของ  China Dissent Monitor ระบุ "ไม่เพียงแต่การต่อต้านในจีนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นเป็นวงกว้างอีกด้วย" 

อย่างไรก็ตาม กลุ่ม China Dissent Monitorพบว่าการประท้วงเหล่านี้หลายครั้งมีประเด็นข้อเรียกร้องที่เฉพาะ และไม่ได้พยายามต่อต้านการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์หรือประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแต่อย่างใด "ประเด็นที่นำไปสู่การรวมตัวบ่อยที่สุดคือโครงการสร้างบ้านพักอาศัยล่าช้า การหลอกลวงต้มตุ๋น การละเมิดสิทธิแรงงาน นโยบายโควิด-19 การคอรัปชั่น และสิทธิการครอบครองที่ดิน" รายงานระบุ

ในการประท้วงทั้งหมดที่พบ แม้จะมีการประท้วงที่นำไปสู่ผลลัพธ์เชิงบวกจากผู้อำนาจอย่างน้อย 37 กรณี แต่หลายๆ ครั้ง ผู้ประท้วงก็ถูกปราบปราม "อย่างรุนแรง" โดยตำรวจ

"พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงถือว่าการกระทำต่อต้านผู้อำนาจด้วยการรวมกลุ่มอย่างเปิดเผยอาจเป็นภัยคุกคาม...โดยเฉพาะเมื่อผู้ประท้วงได้รับการตอบสนองตามข้อเรียกร้อง นี่คือเหตุผลว่าทำไม 'เสถียรภาพทางสังคม' จึงอยู่ในการปกครองบริหารทุกระดับ และทำไมสีจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับการบีบลดพื้นที่ของพลเมืองและทำให้สังคมกลายเป็นความมั่นคง เป้าหมายคือการลดความสามารถของพลเมืองในการรวมกลุ่ม" รายงานระบุ 

เควิน สลาเตน หัวหน้าของกลุ่ม China Dissent Monitor ระบุว่าการประท้วงส่วนใหญ่ (214 ครั้งจาก 668 ครั้ง) ซึ่งนับระหว่าง มิ.ย. - ก.ย. เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ที่จ่ายเงินจองอพาร์ทเมนต์ล่วงหน้า แต่ผู้พัฒนากลับละทิ้งโครงการทั้งที่สร้างไม่เสร็จ เมื่อถามแนวโน้มสถานการณ์การประท้วงในประเทศจีน เขาไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่ามีการประท้วงเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะทางกลุ่มไม่มีข้อมูลของปีที่แล้วทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบหาแนวโน้มได้ 

การประท้วงเหล่านี้เกิดขึ้นในสภาวะที่การเห็นต่างถูกปิดกั้นและปราบปรามอย่างหนักด้วยกลไกของรัฐ ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้หน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับกิจการอินเตอร์เน็ตของจีน เพิ่งประกาศเปลี่ยนกฎเกณฑ์โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตตรวจสอบความคิดเห็นและไอคอนแสดงอารมณ์ของผู้ใช้ตามโพสต์รายงานข่าวต่างๆ โดยระเบียบนี้จะมีผลนับตั้งแต่ 15 ธ.ค. เป็นต้นไป 

ในรายงานของสำนักข่าวเรดิโอฟรีเอเชียเมื่อปี 61 อ้างว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนพัฒนาระบบการควบคุมทางสังคม โดยแบ่งเขตที่อาศัยออกเป็นช่องตาราง ตารางละ 15-20 ครัวเรือน และให้แต่ละช่องตารางมีผู้สังเกตการณ์เพื่อรายงานข้อมูลสถานการณ์กลับไปหาคณะกรรมการด้านต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเขตท้องที่ดังกล่าว เพื่อค้นหาสัญญาณต่อต้านลุกฮือตั้งแต่เนิ่นๆ สร้างความกังวลให้กับนักกิจกรรมที่ทำงานเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก

แปลและเรียบเรียงจาก
China sees 'daily protests' despite widespread state surveillance, controls: report
China Setting up 'Grid' System to Monitor Ordinary People

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์