EU ประกาศรัสเซียเป็น 'รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย' นักวิเคราะห์มอง 'แค่เรื่องเชิงสัญลักษณ์'

รัฐสภาของสหภาพยุโรปประกาศให้รัสเซียนับเป็น "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย" แบบที่ผู้นำยูเครนเคยเรียกร้องมาก่อนหน้านี้ ในขณะที่สหรัฐฯ ยังรั้งรอที่จะประกาศเช่นนี้เพราะมีผลต่อกฎหมายของสหรัฐฯ เอง ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าอาจจะไม่ได้ส่งผลผูกมัดอะไรสำหรับอียู นอกจากจะเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

 

24 พ.ย. 2565 ส.ส. อียู ประกาศให้รัสเซียเป็น "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย" ตามที่ประธานาธิบดีของยูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เคยเรียกร้อง

คำแถลงจากรัฐสภายุโรประบุว่า "การเจตนาโจมตีและการก่อเหตุโหดร้ายทารุณโดยกองทัพรัสเซียและกลุ่มที่กระทำการแทนต่อพลเรือนในยูเครน อย่างการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และการละเมิดกฎหมายนานาชาติกับกฎหมายมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง เทียบได้กับการก่อการร้าย และนับว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม"

การระบุถึงรัสเซียในแง่นี้ โดยหลักๆ แล้วเป็นแค่การประณามในเชิงสัญลักษณ์ต่อการที่รัสเซียกระทำในยูเครนและต่อเรื่องอื่นๆ มีข้อสังเกตว่าจนถึงตอนนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงปฏิเสธที่จะเรียกรัสเซียว่าเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย โดยบอกว่ามันอาจจะมีผลกระทบที่ไม่คาดคิดในระบบกฎหมายของสหรัฐฯ ได้

การระบุให้ประเทศใดประเทศหนึ่งนับเป็น "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย" นั้นจะส่งผลทางกฎหมายในแต่ละประเทศต่างออกไป ในสหรัฐฯ มีเกณฑ์โดยเฉพาะของตัวเองในการวัดว่าประเทศไหนเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย คือเกณฑ์ที่ว่ารัฐเหล่านั้นจะต้อง "มีการให้การสนับสนุนการก่อการร้ายข้ามชาติซ้ำๆ" ในตอนนี้มีอยู่แค่ 4 ประเทศที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายคือ คิวบา, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และซีเรีย

การที่ประเทศเหล่านี้ถูกระบุเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายหมายความว่าพวกเขาจะถูกปิดกั้นการช่วยเหลือจากต่างประเทศ มีการห้ามส่งออกในเชิงกลาโหมต่อรัฐบาลเหล่านี้ มีการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีที่อาจจะถูกนำไปใช้ในทางการทหารและมีการจำกัดทางการเงิน ที่สำคัญคือมันอาจจะส่งผลต่อเรื่องที่รัสเซียมีความคุ้มกันองค์อธิปัตย์จากอำนาจศาลของสหรัฐฯ ด้วย

ซึ่งความคุ้มกันดังกล่าวนี้หมายความว่าตามปกติทั่วไปแล้วรัฐหรือเหล่าผู้นำรัสเซียจะไม่สามารถถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากกระบวนการภายใต้ขอบเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ ได้

แคนาดาก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีเกณฑ์คล้ายกับสหรัฐฯ ในการประณามรัฐใดรัฐหนึ่งว่าเป็น "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย"

ในทางตรงกันข้ามสหภาพยุโรปไม่ได้มีบัญชีรายชื่อกองกลางที่ระบุว่ารัฐใดบ้างที่นับเป็น "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย" และไม่ได้มีเกณฑ์การวัดแบบเดียวกับสหรัฐฯ และแคนาดา เมื่อสหภาพยุโรปเร่งออกมติในเรื่องการประณามรัสเซียให้เป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย มันก็จะไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก แล้วก็ไม่ได้ส่งผลอะไรให้เห็นในเร็ววัน รัฐสภาสหภาพยุโรปมีอิทธิพลจำกัดในเรื่องนโยบายการต่างประเทศ ซึ่งเป็นอิทธิพลที่ยังสามารถส่งผลควบคุมต่อประเทศสมาชิก 27 ประเทศเท่านั้น

 

นอกจากอียูแล้ว มีประเทศอื่นที่จัดให้รัสเซียเป็น "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย"ด้วยหรือไม่

เคยมีนักการเมืองจำนวนหนึ่งของสหรัฐฯ ที่เคยพยายามผลักดันให้รัฐบาลโจ ไบเดน เพิ่มรัสเซียลงในรายชื่อ "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย" หนึ่งในผู้ที่ผลักดันในเรื่องนี้คือ ลินด์เซย์ เกรแฮม ส.ว. รีพับลิกัน เขาเคยแถลงเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาว่าการยกเลิกความคุ้มกันในการดำเนินคดีต่อรัสเซียจะเปิดทางให้ "มีการเรียกร้องค่าชดเชยทางแพ่งจากญาติของเหยื่อต่อการก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐได้"

แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ รายอื่นๆ ที่บอกว่าการจัดสถานะของรัสเซียเอาไว้ในแง่นี้ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุดในการทำให้รัฐบาลรัสเซียต้องรับผิดชอบต่อความผิดของพวกเขา การระบุรัสเซียไว้ในฐานะรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายอาจจะส่งผลเสียต่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงส่งผลต่อความสามารถในการที่สหรัฐฯ จะช่วยเหลือยูเครนในการตั้งโต๊ะเจรจาต่อรองได้ โฆษกของไบเดน คือ คารีน ฌอง-ปิแอร์ เคยกล่าวไว้เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาว่าการที่สหรัฐฯ จัดให้รัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายจะส่งผลต่อประเทศที่สามที่ปฏิสัมพันธ์กับรัฐในบัญชีรายชื่อนี้ด้วย

สำหรับประเทศอื่นๆ แล้ว ในตอนนี้มีกลุ่มประเทศสมาชิกอียูที่สนับสนุนยูเครนอย่างหนักแน่นอย่าง เอสโตเนีย, ลัตเวีย, ลิทัวเนีย และโปแลนด์ ที่ประกาศว่าพวกเขาพิจารณาว่า รัสเซีย ภายใต้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน นับเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย การประกาศในเรื่องนี้ไม่ได้มีผลผูกมัดใดๆ ทางการรัสเซียเคยโต้ตอบโดยกล่าวหาว่านักการเมืองลัตเวียเป็นพวกเกลียดกลัวคนนอก สภาล่างของสาธารณรัฐเชกก็เคยประกาศว่ารัสเซียเป็นรัฐก่อการร้ายเช่นกัน

สมัชชารัฐสภาอียูเคยพยายามผลักดันประเทศสมาชิก 46 ประเทศให้ประกาศว่ารัสเซียเป็นรัฐก่อการร้ายตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

 

อะไรที่ทำให้ประเทศหนึ่งๆ ถูกจัดเป็น "รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย"

ภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ รัฐสนับสนุนการก่อการร้ายจะถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนการก่อการร้ายข้ามชาติ เช่น อิหร่านเคยถูกกล่าวหาว่าสนับสนุน "ตัวแทนและกลุ่มที่เป็นพันธมิตรกับพวกเขาใน บาห์เรน, อิรัก, เลบานอน, ซีเรีย และเยเมน รวมถึงกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ และฮามาส"

เกรแฮม ส.ว. สหรัฐฯ เคยพูดเอาไว้ว่า ปูติน "มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารที่มีรัฐเป็นผู้สนับสนุน กลุ่มกองกำลังแวกเนอร์ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียในการก่อการร้ายต่อโลก และอาชญากรรมสงครามที่ก่อในยูเครนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็เป็นเรื่องน่าตระหนกต่อจิตสำนึกของพวกเรา"

มติของสภายุโรปเน้นเรื่องที่เกิดขึ้นต่อยูเครนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีการระบุถึงเรื่องที่แวกเนอร์กรุ๊ปกับรัฐบาลรัสเซียสนับสนุนประธานาธิบดีซีเรีย บาชาร์ อัล อัสซาด ด้วย กลุ่ม ส.ส. อียูยังประกาศในการแถลงข่าวอีกว่ารัฐบาลรัสเซีย "ใช้วิธีการก่อการร้าย"

เมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามยูเครน อียูก็เคยคว่ำบาตรต่อกองกำลังเอกชนแวกเนอร์กรุ๊ปในเรื่องที่กองกำลังกลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในลิเบีย, ซีเรีย, ยูเครน และ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง

 

ถ้าหากมันเป็นแค่การประกาศเชิงสัญลักษณ์ แล้วจะทำไปทำไม

เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเคยเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรโดยเฉพาะสหรัฐฯ เรียกรัสเซียว่าเป็นรัฐก่อการร้าย หรือรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย นับตั้งแต่ที่รัสเซียมีปฏิบัติการโจมตีอย่างเต็มรูปแบบต่อยูเครน แต่ทว่า ลิซา มูซิโอล นักวิเคราะห์จากไครซิสกรุ๊ปก็บอกว่าการประกาศให้รัสเซียเป็นรัฐก่อการร้ายไม่ใช่เรื่องสำคัญระดับต้นๆ สำหรับยูเครนเมื่อเทียบกับความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ที่เป็นรูปธรรมมากกว่า

ในขณะที่กลุ่มฝ่ายขวาของสภายุโรปที่เรียกว่ากลุ่มอนุรักษ์นิยมและการปฏิรูปยุโรป (ECR) ระบุว่าการโหวตประณามรัสเซียในแง่นี้นับเป็น "การส่งสัญญาณอย่างหนักแน่น และคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ของมตินี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะประเมินค่ามันต่ำเกินไป"

มติในเรื่องนี้ยังเป็นการชักชวนให้ประเทศสมาชิกแปะป้ายประณามรัสเซียให้เป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายไปด้วย และเป็นการเสนอให้มีการวางระบบที่จะกลายเป็นหนทางในดำเนินคดีต่อรัสเซียด้วย

แต่นักวิเคราะห์จากไครซิสกรุ๊ปก็ต่อต้านการที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการแบบเดียวกันนี้ต่อรัสเซีย ในบทความที่เผยแพร่เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา มีนักวิเคราะห์ 2 ราย เตือนว่าการที่สหรัฐฯ จะกำหนดให้รัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายจะยิ่งทำให้เกิดความแตกร้าวเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับกรณีคิวบา ในวันสุดท้ายก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2564 เขาได้เพิ่มคิวบาไว้ในรายชื่อรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายโดยอ้างว่า "มีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายอย่างน่าสงสัย"

มูซิโอล หนึ่งในนักวิเคราะห์เสนอว่า อียูควรจะเน้นการริเริ่มในเรื่องที่ส่งผลได้จริงมากกว่านี้ดีกว่า เช่นการคว่ำบาตรรัสเซีย ช่วยเหลือยูเครนด้านการขนส่งอาวุธ ด้านเศรษฐกิจ และการฝึกฝนการรบ แม้กระทั่งในแง่เชิงสัญลักษณ์เอง การที่อียูเคยรับรอง "สถานะผู้สมัคร" สมาชิกภาพอียูให้กับยูเครนเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ยังถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์มากกว่าเรื่องการกำหนดให้รัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย

 

 

 

เรียบเรียงจาก

EU lawmakers name Russia a 'state sponsor' of terrorism, DW, 24-11-2022

https://www.dw.com/en/eu-lawmakers-name-russia-a-state-sponsor-of-terror/a-63818422

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท