สื่อนอกอ้างแหล่งข่าว ชี้ 'แจ็ค หม่า' ออกจากจีนไปอยู่ญี่ปุ่น นาน 6 เดือนแล้ว

แหล่งข่าวของสำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ ระบุ ‘แจ็ค หม่า’ เดินทางออกจากจีนไปพักอาศัยอย่างเงียบๆ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมครอบครัวเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน คาดเลี่ยงมาตรการโควิด-19 เป็นศูนย์ และการกระทบกระทั่งกับรัฐบาลจีน

 

1 ธ.ค. 2565 สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทม์ (Financial Times) รายงานเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมาว่าแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา (Alibaba) บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนได้เดินทางออกจากประเทศจีนไปอาศัยอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว ในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งเดินหน้าคุมเข้มธุรกิจเทคโนโลยีภายในประเทศ รวมถึงมหาเศรษฐีชาวจีนอย่างต่อเนื่อง

ไฟแนนเชียลไทม์รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อที่อ้างว่าทราบการเคลื่อนไหวของแจ็ค หม่า แหล่งข่าวดังกล่าวระบุว่าแจ็ค หม่า พักอาศัยเป็ยเวลาหลายเดือนกับครอบครัวที่ประเทศญี่ปุ่น และได้เดินทางไปที่บ่อน้ำพุร้อนรวมถึงสกีรีสอร์ตบริเวณรอบๆ กรุงโตเกียว นอกจากนี้ เขายังได้เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเป็นประจำอีกด้วย

แหล่งข่าวของไฟแนนเชียลไทม์ระบุเพิ่มเติมว่าแจ็ค หม่า ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในกรุงโตเกียว มีเพียงเชฟและบอดีการ์ดส่วนตัวเป็นผู้ติดตาม และพยายามการทำกิจกรรมที่ต้องปรากฏตัวต่อสาธารณชนให้น้อยที่สุด โดยแจ็ค หม่า มักเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมในคลับส่วนตัวแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในย่านมารุโนะอุจิ ซึ่งเป็นย่านสำคัญทางการเงินที่อยู่ใกล้กลับพระราชวังอิมพีเรียลซึ่งเป็นที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่น และคลับอีกแห่งหนึ่งย่านกินซ่า ใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าคลับที่ย่านกินซ่านี้เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของบรรดานักธุรกิจและเศรษฐีชาวจีน

แจ็ค หม่า

 

นอกจากนี้ แหล่งข่าวของไฟแนนเชียลไทม์ยังอ้างว่าคำบอกเล่าจากคนที่ทำงานด้านศิลปะสมัยใหม่ในญี่ปุ่นซึ่งระบุว่า แจ็ค หม่า กลายเป็นนักสะสมงานศิลปะ โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า แจ็ค หม่า วาดภาพสีน้ำเป็นงานอดิเรกในช่วงที่เขาปลีกตัวเองออกจากสายตาของสาธารณชน อีกทั้งยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าแจ็ค หม่า ใช้เวลาที่อยู่ญี่ปุ่นเพื่อขยายธุรกิจไปยังแขนงอื่นๆ อย่างธุรกิจเพื่อความยั่งยืน รวมถึงเตรียมวางมือจากแอนท์กรุ๊ปและอาลีบาบา โดยได้วางแผนส่งต่อทั้ง 2 บริษัทที่เขาก่อตั้งให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

แจ็ค หม่า ซึ่งถือเป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลและมีทรัพย์สินมากเป็นอันดับต้นๆ ของจีนได้หายไปจากหน้าสื่อและสายตาของสาธารณชนนับตั้งแต่การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของทางการจีนเมื่อ 2 ปีก่อน โดยเขากล่าวหาว่าธนาคารของรัฐปฏิบัติงานด้วย “ทัศนคติแบบโรงรับจำนำ” พร้อมเรียกร้องให้มีผู้เล่นหน้าใหม่ที่กล้าได้กล้าเสียและสามารถขยายการให้สินเชื่อแก่กลุ่มผู้ยากจนได้ หลังจากนั้น อาลีบาบาและแอนท์กรุ๊ป (Ant Group) ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีและผู้ให้บริการทางการเงินซึ่งก่อตั้งโดยแจ็ค หม่า ได้ถูกหน่วยงานด้านการกำกับดูแลของจีนตรวจสอบอย่างหนักในหลายข้อกล่าวหา ต่อมาเมื่อปีที่แล้ว ทางการจีนมีคำสั่งระงับการเสนอขายหุ้นแอนท์กรุ๊ปมูลค่า 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ประชาชนทั่วไป และสั่งปรับอาลีบาบาเป็นเงินจำนวน 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในฐานความผิดละเมิดกฎหมายการผูกขาดทางการค้า

นอกจากการถูกตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทของแจ็ค หม่า สื่อต่างประเทศยังตั้งข้อสังเกตว่ากิจกรรมทางสังคมด้านอื่นๆ ของแจ็ค หม่า ต่างหายไปจากหน้าสื่อด้วยเช่นกัน อาทิ การทำกิจกรรมเพื่อสังคมของมูลนิธิแจ็ค หม่า ที่ในช่วงต้นของการระบาดโควิด-19 มีการแจกหน้ากากอนามัยหลายล้านชิ้นแก่ประชาชน รวมถึงการโปรโมตมหาวิทยาลัยหูพาน (Hupan University) ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของทางการจีนบางคนมองว่าแจ็ค หม่า ใช้การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้เพื่อขยายอิทธิพลและเครือข่าย

ไฟแนนเชียลไทม์ตั้งข้อสังเกตว่าการเดินทางออกจากจีนของแจ็ค หม่า เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ประกาศเดินหน้ามาตรการโควิด-19 เป็นศูนย์ (Zero-COVID) อย่างเข้มข้นจนนำมาสู่การล็อกดาวน์นครเซี่ยงไฮ้และเมืองใกล้เคียงในเดือน เม.ย. และ พ.ค. ปีนี้ อีกทั้งมาตรการดังกล่าวยังเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงในหลายเมืองของจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างแจ็ค หม่าและรัฐบาลจีนลดระดับลง มีคนพบแจ็ค หม่า ใช้เวลาในต่างประเทศบ่อยครั้ง เช่น เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ปรากฏภาพเรือยอร์ชหรูของแจ็ค หม่า ใกล้ชายฝั่งของเกาะมาจอร์กา ประเทศสเปน และภาพของแจ็ค หม่ากำลังเรียนรู้ด้านการผลิตอาหารเพื่อความยั่งยืนที่มหาวิทยาลัยในประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมถึงภาพของแจ็ค หม่า ในสนามกอล์ฟที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก เมื่อเดือน ก.ค. ปีนี้ โดยไฟแนนเชียลไทม์ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าการที่แจ็ค หม่า ออกไปใช้เวลาในต่างประเทศมากกว่าอยู่ที่จีนอาจตีความได้ว่าเขาพยายามเลี่ยงการใช้ชีวิตภายใต้มาตรการโควิด-19 เป็นศูนย์ของรัฐบาลจีนที่จำกัดการเดินทางและบังคับประชาชนให้กักตัวภายในที่อยู่อาศัย รวมถึงพยายามหลีกเลี่ยงประเด็นการเมืองที่เต็มไปด้วยขวากหนามซึ่งเกิดจากคำพูดของเขาที่ส่งผลกระทบถึงรัฐบาลจีน

ไฟแนนเชียลไทม์ตั้งข้อสังเกตทิ้งท้ายว่าในช่วงเวลา 6 เดือนที่แจ็ค หม่า อาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นตามข้อมูลจากแหล่งข่าว ซอฟต์แบงก์ (SoftBank) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินรายใหญ่ของญี่ปุ่นได้ประกาศขายหุ้นอาลีบาบา 14.6% จากเดิมที่พวกเขาถืออยู่ 23.7% ซอฟต์แบงก์ระบุว่าพวกเขาเผชิญวิกฤตใหญ่จากภาคธุรกิจเทคโนโลยีในระดับโลกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาจึงต้องขายหุ้นบางส่วนในธุรกิจเทคโนโลยี โดยซอฟต์แบงก์ได้ประกาศขายหุ้นอูเบอร์ (UBER) ไปแล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ไฟแนนเชียลไทม์ระบุว่าพวกเขาได้ติดต่อไปยังมูลนิธิแจ็ค หม่า และบริษัทแอนท์กรุ๊ป เพื่อสอบถามกรณีที่มีรายงานว่าแจ็ค หม่า พักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับแต่อย่างใด

 

 

เรียบเรียงจาก 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์