‘Beach for Life’ ยุติชุมนุมหน้าทำเนียบ หลังรัฐรับหลักการ 3 ข้อ เหลือตั้ง คกก.ศึกษาผลกระทบ ‘กำแพงกันคลื่น’

'Beach for Life' ยุติชุมนุมหน้าทำเนียบ หลังรัฐรับหลักการข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่ ยกเลิกอำนาจกรมโยธาฯ รับผิดชอบโครงการ 'กำแพงกันคลื่น' ทำ EIA ก่อนสร้างกำแพงกันคลื่น และฟื้นฟูชายหาดที่ได้รับความเสียหายจากกำแพงกันคลื่น ผ่านกลไกที่ ปชช.มีส่วนร่วม เหลือรอเสนอนายกฯ ลงนามตั้ง คกก. หากไร้ความคืบหน้า เตรียมกลับมาชุมนุม

 

สืบเนื่องจากเครือข่ายอนุรักษ์ชายหาด และโครงการอนุรักษ์ชายฝั่ง 'Beach for Life' ซึ่งเป็นกลุ่มภาคประชาชน เดินทางมาปักหลักชุมนุมที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้อำนาจกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบโครงการกำแพงกันคลื่น 2. ให้โครงการสร้างกำแพงกันคลื่นกลับมาทำ EIA ก่อนเริ่มสร้าง และ 3. ฟื้นฟูชายหาดที่เสียหายจากกำแพงกันคลื่น

ล่าสุดวานนี้ (8 ธ.ค.) นายอภิศักดิ์ ทัศนี ผู้ประสานงาน 'Beach for Life' เปิดผลประชุมหารือกับภาครัฐ ประกอบด้วย นายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า การประชุมในวันนี้มีผู้แทนเป็นผู้ตรวจจากกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง วิศวกรชำนาญการจากกรมเจ้าท่า ผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยทางภาครัฐยอมรับหลักการ 3 ข้อเรียกร้องของกลุ่มผ่านกลไกคณะกรรมการศึกษา โดยมีสัดส่วนจากภาคประชาชน นักวิชาการจากภาคประชาชน 3 คน นักวิชาการจากหน่วยงานรัฐ 3 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นเลขานุการ กำหนดกรอบเวลาการทำงานไม่เกิน 90 หรือ 120 วัน ก่อนเสนอผลให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Beach for Life รายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 21.00 น. หลังการร่างคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากโครงการกำแพงกันคลื่นเมื่อช่วงเวลา 10.00 น.ของวันที่ 8 ธ.ค. 2565 ผ่านไป 7 ชั่วโมง มงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเจรจากับประชาชนที่ปักหลักอยู่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถึงการตั้ง คกก.ดังกล่าว

อภิศักดิ์ ทัศนี ผู้ประสานงาน Beach for life เปิดเผยหลังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ว่า คณะกรรมการชุดนี้เป็นที่ยอมรับ และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งประกอบด้วย นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน ตัวแทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธาน  อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมเจ้าท่า เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ 3 คน ภาคประชาชน 3 คน เป็นกรรมการ ตัวแทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการ 

อดิศักดิ์ ระบุว่า คณะกรรมการชุดนี้จะศึกษาแนวทางตาม 3 ข้อเรียกร้องของ Beach for life และมีอำนาจหน้าที่ในการเรียกหน่วยงานเข้ามาชี้แจง ติดตาม และตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อให้การดำเนินงานรวดเร็วมากขึ้น 

ผู้ประสานงาน Beach for Life กล่าวต่อว่า การชุมนุมทำถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ปรับแก้ไขพื้นที่พื้นที่การชุมนุมหนึ่งครั้ง เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร การชุมนุมเป็นสิทธิตามกฎหมาย หากจะมีการดำเนินคดีคงเป็นไปเพื่อการกลั่นแกล้ง ก็พร้อมที่จะต่อสู้ 

เวลา 21.30 น. กลุ่ม Beach for Life ยุติการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล และจะเร่งรัดให้จัดประชุมคณะกรรมการศึกษานัดแรกโดยเร็วที่สุด

อดิศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมวันนี้ (9 ธ.ค.) ว่า ขั้นตอนที่เหลือขณะนี้คือสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนามแต่งตั้งเท่านั้น แต่ถ้าไม่มีความคืบหน้า จะกลับมาชุมนุมเรียกร้องอีกครั้ง 

นอกจากนี้ อดิศักดิ์ ระบุด้วยว่า ส่วนตัวไม่กังวลเรื่องการตั้งคณะกรรมการฯ เนื่องจากมีการตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการฯ มีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับทั้ง 2 ฝ่าย

ทั้งนี้ รายงานจากศูนย์วารสารศาสตร์เชิงสืบสวนเป็นองค์กรการกุศลอิสระ (TCIJ) โดยสมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง ระบุว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในไทย มีอยู่ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดูแลความสมบูรณ์ของทรัพยากรชายฝั่งคือกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติ การดำเนินการจัดการการกัดเซาะก็กระทำอย่างไม่มีเอกภาพ ยกตัวอย่าง พื้นที่บางปู จ.สมุทรปราการ ที่มีการสร้างทั้งไส้กรอกทรายโดยกรมเจ้าท่า ต่อด้วยกำแพงไม้ไผ่โดยกรมทรัพยากรธรรมชาติฯ และอีกฝั่งเป็นกำแพงหินที่ทำโดยกรมโยธาธิการ และหน่วยงานท้องถิ่น

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์