Skip to main content
sharethis

'ก้าวไกล' เสนอนโยบายกู้วิกฤต SME ผ่าน '5 ต' สร้างแต้มต่อ-เติมทุน-ตัดต้นทุน-เติมตลาด-ตั้งสภา SME เสริมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน - ลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา เจอประชาชนร้องปัญหาที่ค้าขายตลาดเคหะบ้านโพธิ์ ยก ‘จิรัฏฐ์’ ทุ่มเทงานพื้นที่ ช่วยประสานแก้ไขรวดเร็ว ลั่น ส.ส.ก้าวไกล ทำงานเพื่อคนทุกรุ่น-พร้อมชนกลุ่มทุน


พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวในวงเสวนาเรื่อง "อนาคต SME ไทย ภายใต้การเมืองไทย 2023” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ว่าปัจจุบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SME) ยังคงไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับการใส่ใจน้อยเกินไป โดยเฉพาะการช่วยเหลือสภาพคล่องระหว่างวิกฤต แม้จะมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน แต่ก็เป็นแหล่งทุนที่ผู้ประกอบการเข้าไม่ถึง ทำให้เกิดการฟื้นฟูจากโควิดที่ไม่เท่าเทียมกัน กลายเป็นหลุมที่ลึกมากในระบบเศรษฐกิจไทย
          
นายพิธา อธิบายว่า ก่อนเกิดการะบาดของโควิด-19 SME ไทยเคยมีสัดส่วนอยู่ที่ 35.3% ของจีดีพี ปัจจุบันเหลือเพียง 34.9% ซึ่งแม้ลดลงไปไม่มาก แต่นับเป็นมูลค่าที่หายไปถึง 1.6 แสนล้านบาท จากระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อดูจากสัดส่วนงบประมาณ ที่ในปีล่าสุดมีอยู่เพียง 2.7 พันล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.09% ของงบประมาณทั้งประเทศเท่านั้น จากสัดส่วนของ SME ต่อจีดีพีที่มากถึง 35% ซึ่งสะท้อนถึงการไม่เห็นความสำคัญของ SME ขณะที่เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่ให้งบฯ SME ถึง 5 หมื่นล้านบาท หรือมาตรการซอฟต์โลนก็เต็มไปด้วยเงื่อนไขที่ทำให้ SME ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้
          
ทั้งนี้ พรรคก้าวไกล ได้เสนอเป็นนโยบาย เพื่อ SME ประกอบด้วย “5 ต” คือ 1. แต้มต่อ ให้ SME ผ่านหวย SME หรือเมื่อประชาชนซื้อสินค้าจาก SME ครบ 500 บาท ผ่านแอปพลิเคชันของรัฐสามารถแลกสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ 1 ใบ 2. เติมทุน ให้เงินทุน SME ตั้งตัวรายละ 1 แสนบาท โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน 2 แสนรายต่อปี 3. ตัดต้นทุน หรือการลดรายจ่ายให้ SME ซึ่งจะเดินไปพร้อมกับนโยบายค่าแรง 450 บาท โดยให้ SME สามารถนำค่าแรงพนักงานไปหักภาษีได้สองเท่า และรัฐจะช่วยสนับสนุนเงินกองทุนประกันสังคมสำหรับพนักงานในธุรกิจ SME ในช่วงสองปีแรก 4. เติมตลาด ออกกฎกำหนดให้ต้องมีสัดส่วนสินค้า SME ในชั้นวางของห้างค้าปลีก เพื่อให้สินค้า SME เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น และ 5. ตั้งสภา SME ให้การรวมตัวของ SME มีพลังต่อรองมากขึ้น นอกจากนี้ การยกเลิกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและสร้างความยากลำบากในการทำธุรกิจของ SME รวมทั้งการมีหลักประกันให้ใบอนุญาตต้องได้รับการพิจารณาภายใน 15 วันด้วย

ลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกิจกรรม ‘พายเรือเพื่อปางปะกง’ และรับฟังปัญหาของประชาชนและพูดถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของพรรคก้าวไกล

ทีมสื่อพรรคก้าวไกลแจ้งข่าวว่าวานนี้ (17 ธ.ค.) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยช่วงเช้าได้ร่วมกิจกรรม ‘พายเรือเพื่อปางปะกง’ จากนั้นลงพื้นที่การเคหะบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่การเคหะบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนและพูดถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของพรรคก้าวไกล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่อาศัยในการเคหะบ้านโพธิ์ได้ร้องเรียนปัญหาการเช่าพื้นที่เพื่อค้าขาย เนื่องจากตลาดนัดเคหะบ้านโพธิ์จะมีการประมูลใหม่ ทั้งที่ประชาชนใช้พื้นที่ค้าขายมานาน และรายได้จากการเช่า กรรมการชุมชนก็นำมาหมุนเวียนเพื่อดูแลพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน หากเปลี่ยนผู้ประมูล อาจทำให้ประชาชนเดือดร้อนราว 400 คน เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนจึงร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่ก็ถูกมองข้าม จนกระทั่งร้องเรียนไปยังจิรัฏฐ์ ซึ่งนำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้การเคหะฯ ประกาศเลื่อนการประมูลออกไปเพื่อหาทางออกร่วมกัน

พิธากล่าวว่า การทำงานของจิรัฏฐ์ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้พรรคก้าวไกลถูกมองว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ แต่เราทำงานโดยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนทุกรุ่น ส.ส. ของเราจริงจังกับการทำงานทั้งในสภาและในพื้นที่ เชื่อว่าประชาชนได้เห็นแล้ว ว่าการมีผู้แทนที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน มีมูลค่าที่สูงกว่าเงินหลักพันหลักร้อยที่อาจมีคนหยิบยื่นให้ในช่วงเลือกตั้ง และที่พรรคก้าวไกลกล้าชนกับกลุ่มทุน ก็เพราะเราเป็นพรรคที่อยู่ได้จากการสนับสนุนของประชาชน

ในช่วงท้าย พิธายังแนะนำนโยบายของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็น สวัสดิการไทยก้าวหน้า เช่น เงินผู้สูงอายุ 3,000 บาทถ้วนหน้า เบี้ยเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน รวมถึงนโยบายด้านค่าแรงและการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น ค่าแรง 450 บาททันทีในปี 2566 ให้ SMEs นำค่าแรงมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า เป็นต้น

ประชาชนที่อาศัยในการเคหะบ้านโพธิ์ได้ร้องเรียนปัญหาการเช่าพื้นที่เพื่อค้าขาย เนื่องจากตลาดนัดเคหะบ้านโพธิ์จะมีการประมูลใหม่ ทั้งที่ประชาชนใช้พื้นที่ค้าขายมานาน และรายได้จากการเช่า กรรมการชุมชนก็นำมาหมุนเวียนเพื่อดูแลพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน หากเปลี่ยนผู้ประมูล อาจทำให้ประชาชนเดือดร้อนราว 400 คน เมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนจึงร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่ก็ถูกมองข้าม จนกระทั่งร้องเรียนไปยังจิรัฏฐ์ ซึ่งนำเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรวดเร็ว ทำให้การเคหะฯ ประกาศเลื่อนการประมูลออกไปเพื่อหาทางออกร่วมกัน

พิธากล่าวว่า การทำงานของจิรัฏฐ์ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้พรรคก้าวไกลถูกมองว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ แต่เราทำงานโดยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของคนทุกรุ่น ส.ส. ของเราจริงจังกับการทำงานทั้งในสภาและในพื้นที่ เชื่อว่าประชาชนได้เห็นแล้ว ว่าการมีผู้แทนที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน มีมูลค่าที่สูงกว่าเงินหลักพันหลักร้อยที่อาจมีคนหยิบยื่นให้ในช่วงเลือกตั้ง และที่พรรคก้าวไกลกล้าชนกับกลุ่มทุน ก็เพราะเราเป็นพรรคที่อยู่ได้จากการสนับสนุนของประชาชน

ในช่วงท้าย พิธายังแนะนำนโยบายของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะเป็น สวัสดิการไทยก้าวหน้า เช่น เงินผู้สูงอายุ 3,000 บาทถ้วนหน้า เบี้ยเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน รวมถึงนโยบายด้านค่าแรงและการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น ค่าแรง 450 บาททันทีในปี 2566 ให้ SMEs นำค่าแรงมาหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ประชาชนในพื้นที่เคหะบ้านโพธิ์ สะท้อนความรู้สึกว่าเป็นโอกาสดีที่ได้พบทั้งหัวหน้าพรรคและ ส.ส. คิดว่าเป็นเรื่องยากที่พรรคการเมืองใดจะลงมาดูแลประชาชนแบบนี้ ทำให้อุ่นใจว่าเมื่อเดือดร้อนยังหาที่พึ่งได้ เช่นความเดือดร้อนเรื่องตลาดการเคหะฯ ที่จิรัฏฐ์รับเรื่องร้องเรียนและดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว รวมถึงขอชื่นชมว่าพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เชื่อว่านโยบายแต่ละด้านจะทำให้ประเทศไทยทันสมัยมากขึ้น ไม่ติดอยู่กับระบบเดิมๆ ที่เป็นปัญหา
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net