ประกันสังคม จ.ตรัง สั่งจ่ายเงินทดแทน ให้ลูกเรือประมงชาวพม่า ที่ประสบอุบัติเหตุเสียขาขวาจากการทำงาน

สำนักงานประกันสังคม จังหวัดตรัง ออกคำสั่งให้ลูกเรือประมงชาวพม่าได้รับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน 417,847 บาท จากกรณีประสบอุบัติเหตุเสียขาข้างขวาจากทำงานบนเรือประมง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 เป็นค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะระยะเวลา 56 เดือน และค่าทดแทนกรณีหยุดพักรักษาตัว

 

29 ธ.ค. 2565 มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) รายงานว่า สำนักงานประกันสังคมจังหวัดตรังมีหนังสือที่ ตง 0031/394138 แจ้งผลการวินิจฉัยเงินทดแทนของลูกเรือประมงประสบอันตรายจากการทำงานบนเรือประมง โดยพิจารณาวินิจฉัยเงินทดแทน สำหรับค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ ระยะเวลา 56 เดือน เดือนละ 6,615 บาท รวมเป็นเงิน 370,440 บาท รวมกับเงินค่าทดแทนกรณีหยุดพักรักษาตัวที่ลูกเรือได้รับไปแล้ว 47,407 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 417,847 บาท

เจ้าหน้าที่มูลนิธิ HRDF พบว่า มีลูกเรือประมงชาวพม่าประสบอันตรายระหว่างทำงานบนเรือในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยกางเกงข้างขวาเข้าไปพันกับกว้านดึงอวนเป็นเหตุให้ขาข้างขวาถูกกว้านบดจนกระดูกแตก ลูกเรือถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลตรัง และเข้ารับการรักษาตัวเป็นเวลา 4 เดือน โดยแพทย์ได้ใส่เหล็กดามขาไว้ แต่เนื่องจากเกิดอาการแทรกซ้อนทำให้ขาข้างขวาเน่า แพทย์จึงต้องตัดขาทิ้งตั้งแต่ใต้หัวเข่าบริเวณหน้าแข้งลงไป เมื่อรักษาตัวเสร็จแล้ว ลูกเรือรายนี้ยังไม่ได้รับเงินค่าทดแทนตามสิทธิจากกองทุนเงินทดแทน

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เจ้าหน้าที่มูลนิธิ HRDF ได้พาลูกเรือเข้ารับการประเมินการสูญเสียอวัยวะ ที่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองโรงพยาบาลตรัง แพทย์ให้ความเห็นว่าการสูญเสียอวัยวะคิดเป็น 28 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย เจ้าหน้าที่มูลนิธิ HRDF ได้พาลูกเรือเข้าพบสำนักงานประกันสังคมจังหวัดตรัง เพื่อเข้ารับเงินทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ ทั้งนี้ลูกเรือผู้ประสบอันตรายมีความประสงค์จะขอรับค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะจากกองทุนเงินทดแทนในคราวเดียว จึงถูกหักส่วนลดตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนจำนวน 2 เปอร์เซ็นต์ คงเหลือเงินที่ลูกเรือได้รับ จำนวน 361,399.94 บาท โดยลูกเรือผู้ประสบอันตรายได้รับเงินจำนวนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

ในวันที่ 7 ธันวาคม 2565 และทางศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 5 จังหวัดสงขลา กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำขาเทียมให้กับลูกเรืออีกด้วย

ว่าที่ร้อยตรีวัชรวิชญ์ วุฒิพัชระพัชร์ ทนายความ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มีความเห็นว่า ในกรณีลูกจ้างประสบอันตรายอันเนื่องมาจากการทำงาน ลูกจ้างควรเป็นผู้ได้รับเงินจากกองทุนเงินทดแทนโดยตรง สำนักงานประกันสังคมควรต้องดำเนินการสั่งจ่ายเงินทดแทนทันที เมื่อพบลูกจ้างที่ประสบอันตรายจากการทำงานให้กับนายจ้าง โดยไม่จำต้องแบ่งแยกการพิจารณาสั่งจ่ายเงินทดแทนออกเป็นเงินจากกองทุน หรือสั่งให้นายจ้างเป็นคนจ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างเองดังที่มักจะพบว่าเป็นวิธีที่สำนักงานประกันสังคมถือปฏิบัติกันในกรณีอื่น ๆ

ทั้งนี้ ตามมาตรา 5 พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ให้นิยาม คำว่า “ลูกจ้าง” หมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้กับนายจ้างโดยได้รับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร ดังนั้นเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายก็ควรจะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนโดยตรง ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนเงินทดแทน อันจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นทุนในการจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายหรือสูญหายเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้าง นอกจากนี้ ในกรณีของลูกเรือประมงที่เป็นแรงงานข้ามชาติมักจะปรากฏข้อเท็จจริงว่า ลูกจ้างมักจะถูกนายจ้างเก็บเอกสารสำคัญประจำตัวไว้ ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถเข้าถึงเอกสารดังกล่าวได้โดยสะดวกตลอดเวลาตามที่ลูกเรือร้องขอ ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดตามกฎหมาย หากปรากฏว่ามีการยึดใบอนุญาตทำงานหรือเอกสารสำคัญประจำตัวของลูกเรือไว้ อันจะเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอีกด้วย

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์