'ภูมิ หัวลำโพง' ประกาศเริ่มอดอาหารประท้วงในบ้านเมตตา หลังไม่ได้อบรมวิชาชีพตามศาลสั่ง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผย 'ภูมิ หัวลำโพง' ประกาศเริ่มอดอาหารประท้วงในบ้านเมตตา เหตุไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังไม่ได้อบรมวิชาชีพตามศาลสั่ง

16 พ.ย. 2566 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าที่สถานแรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา ที่ปรึกษากฎหมายได้รับแจ้งว่า “ภูมิ หัวลำโพง” นักกิจกรรมวัย 20 ปี ประกาศประท้วงอดอาหาร หลังถูกศาลเยาวชนฯ สั่งให้ส่งตัวเข้าบ้านเมตตา ในคดีที่เขาถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีร่วมกิจกรรมเรียกร้องให้ปล่อยตัว “นิว” สิริชัย นาถึง เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 

ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 18 ต.ค. 2566 ภูมิได้ตัดสินใจกลับคำให้การเป็นรับสารภาพตามฟ้อง โดยศาลมีคำสั่งเห็นควรให้ใช้มาตรการพิเศษแทนการพิพากษาคดี ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มาตรา 132 วรรค 2 กำหนดให้ส่งตัวจำเลยไปที่สถานพินิจฯ เป็นเวลา 1 ปี ให้อบรมหลักสูตรวิชาชีพ 2 หลักสูตร และให้ ผอ.สถานพินิจฯ รายงานความประพฤติจำเลยให้ศาลทราบทุก 3 เดือน ทำให้เขาถูกนำตัวไปควบคุมยังบ้านเมตตาตั้งแต่วันดังกล่าว

วันนี้ (16 พ.ย. 2566) ที่ปรึกษากฎหมายได้รับแจ้งจากครอบครัวของภูมิว่า เขาได้เริ่มต้นอดอาหารเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากบ้านเมตตาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 พ.ย. แล้ว หลังถูกควบคุมตัวมานานกว่า 28 วันแล้ว และบ้านเมตตายังคงไม่ให้เขาอบรมวิชาชีพตามที่ศาลมีคำสั่ง โดยแจ้งว่าเขาจะต้องรอถึง 60-90 วัน ถึงจะรับการอบรมได้ แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงต้องเป็นเช่นนั้น 

ภูมิแจ้งเจตนารมณ์ว่าการอดอาหารนั้นไม่ได้ประท้วงต่อคำสั่งของศาล แต่ต้องการขอความเป็นธรรมจากบ้านเมตตาที่อยู่ในตอนนี้

ก่อนหน้านี้ ภูมิกล่าวผ่านที่ปรึกษาทางกฎหมายว่าเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งหากเขาได้รับการฝึกอบรมตามที่ศาลสั่งได้สำเร็จ ก็จะมีโอกาสร้องขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งการควบคุมตัวของเขาได้ และไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวจนครบ 1 ปี

ทั้งนี้ หลังจากศาลมีคำสั่งในวันที่ 18 ต.ค. 2566 ที่ปรึกษากฎหมายได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโดยสรุปว่า ขอศาลพิจารณาอนุญาตให้จำเลยได้ใช้มาตรการแทนการพิพากษาคดี ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวกลางฯ มาตรา 132 วรรค 1 แก่จำเลยแทน เพื่อที่จำเลยจะได้มีโอกาสทำงานเพื่อมีรายได้เลี้ยงดูตนเอง และยายที่อายุมากและมีโรคประจำตัว 

นอกจากนี้ พฤติการณ์ของจำเลยตามฟ้องในคดีนี้ยังไม่ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมเกินสมควร อีกทั้งภายหลัง จำเลยไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมใด ๆ อีก และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ไม่หลบหนี ทั้งผู้ปกครองก็ยังสามารถดูแลได้

ต่อมาวันที่ 19 ต.ค. 2566 ศาลเยาวชนฯ ได้มีคำสั่งเห็นว่า ศาลมีคำสั่งให้ใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนต่อจำเลยในวันนี้ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ ตามมาตรา 115 หรือ 119 แห่ง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และไม่มีเหตุอันสมควรให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ตามมาตรา 137 จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท