- กสม. ออกแถลงการณ์กรณีประท้วง 'มาดาม' ติ๊กต๊อกเกอร์ ไลฟ์ล้อเลียนอัลกุรอ่าน ก่อนนำมาสู่การกดดันให้มีการโกนศีรษะและขอโทษทางสาธารณะนั้น ทาง กสม.ระบุว่า บุคคลมีเสรีภาพการแสดงออก และนับถือศาสนา แต่การแสดงออกในที่สาธารณะต้องเคารพการนับถือศาสนาคนทุกศาสนา อีกทั้ง การดูหมิ่นถือเป็นการละเมิดสิทธิที่ได้รับรองตามกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ
- ขณะเดียวกัน ไม่มีใครสมควรถูกกดดันลงโทษนอกเหนือจากขอบเขตของกฎหมาย และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมฝากถึงบุคคลสาธารณะ และโลกออนไลน์ ระมัดระวังการสื่อสารประเด็นอ่อนไหว หวั่นความขัดแย้งบานปลาย ไม่เป็นผลดีต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม
14 พ.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก "คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" (กสม.) รายงานวันนี้ (14 พ.ค.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และระมัดระวังการสื่อสารประเด็นอ่อนไหว จากกรณีเหตุการณ์ซอยรามคำแหง 53
สืบเนื่องจากเมื่อ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ประชาชนชาวมุสลิม นับพันคนประท้วง "มาดามราม 53" ติ๊กต๊อกเกอร์ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในพื้นที่ซอยรามคำแหง 53 จากการแต่งหน้าทาปากเหมือนสตรีมุสลิม แสดงพฤติกรรมลักษณะดูหมิ่นศาสนา ล้อเลียนอัลกุรอ่านผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนนำสู่การไลฟ์สดปลุกเร้าอารมณ์ และกดดันให้ติ๊กต๊อกเกอร์รายดังกล่าวโกนศีรษะ เพื่อแสดงความขอโทษ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ยืนยันว่า บุคคลทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการแสดงความคิดเห็น แต่การแสดงออกดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สาธารณะต้องเคารพในความเชื่อ และความศรัทธาของผู้คนในทุกศาสนา การดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนาใดก็ตามจึงเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นที่ได้รับการรับรองทั้งตามหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีบุคคลใดสมควรถูกลงโทษนอกเหนือขอบเขตของกฎหมายหรือถูกกดดันบีบบังคับให้กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและเนื้อตัวร่างกาย รวมทั้งละเมิดในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
.
โดยที่สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ ศาสนา และอัตลักษณ์ทางเพศ กสม. ขอเน้นย้ำให้บุคคลสาธารณะและผู้คนในสังคมออนไลน์ใช้ความระมัดระวังในการสื่อสารประเด็นอ่อนไหวที่ง่ายต่อการขยายและนำไปสู่การสร้างความเกลียดชัง แตกแยก และการใช้ความรุนแรงต่อกัน อันไม่เป็นผลดีต่อการอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพในสิทธิของผู้อื่นและหลักสันติภาพอันเป็นแก่นสำคัญของทุกศาสนา
