FEED - ประชาไท - การเมือง

Syndicate content
Updated: 3 days 11 hours ago

คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของ “ไผ่ ดาวดิน” และผลกระทบ

Thu, 08/17/2017 - 10:09
!--break--!--break-- p style=text-align: center;img alt= src=https://farm5.staticflickr.com/4349/36482717971_c3ed9d560e_z_d.jpg style=width: 500px; height: 334px; /br /emspan style=color:#000080;ภาพประกอบจาก: /spana href=https://www.facebook.com/realframefanpage/span style=color:#000080;REALFrame/span/a/em/p h4strongความนำ/strong/h4 pหลังจากเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษาว่านายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) ว่ามีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา 112 และตัดสินให้จำคุกนาน 5 ปี แต่เนื่องจากนายจตุภัทร์รับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา (ศาลตัดสินจำคุกไผ่ ดาวดิน 5 ปี แต่ลดโทษกึ่งหนึ่ง, 2017) ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากหลายฝ่ายและองค์กรนานาชาติ อย่างเช่น Amnesty International ต่างชี้ไปในแนวทางเดียวกันว่า รัฐไทยกำลังดำเนินนโยบายควบคุมอินเทอร์เน็ตในลักษณะสุดโต่ง (radical) เพื่อเข้าควบคุมการแสดงออกทางการเมือง โดยเฉพาะในกรณีที่มีความอ่อนไหว (เช่น เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์) และเรียกร้องให้รัฐไทยเปลี่ยนท่าทีรวมไปถึงเรียกร้องให้ปล่อยไผ่โดยเร็วที่สุด (แอมเนสตี้ฯ แถลงชี้คำพิพากษาคดีไผ่ ดาวดิน ทำให้เห็นแนวทางสุดโต่งของรัฐไทย, 2017)/p pคดีของไผ่ แม้จะเป็นคดีที่นำมาสู่ความสลดใจ (หรือความสะใจของคนอีกหลายกลุ่มที่ยังมองว่าชีวิตของไผ่นั้นไม่ได้มีค่าเทียบเท่าเขา) แต่ในอีกมิติหนึ่ง คดีไผ่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนและสร้างมาตรฐานใหม่ที่ถือว่าตกต่ำที่สุด นับตั้งแต่อินเทอร์เน็ตเข้ามาสู่ในสังคมไทย เมื่อเพียงแค่การ “แชร์” บทความที่ไม่ได้เขียนขึ้นเอง เข้าข่ายละเมิดกฎหมายอาญาของประเทศ อันจะมีผลกระทบกับพฤติกรรมของการใช้อินเทอร์เน็ตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมไปถึงในอนาคต และอีกส่วนหนึ่ง ก็สะท้อนประวัติศาสตร์ของการเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตของรัฐไทยที่กระทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน/p pบทความชิ้นนี้ต้องการชี้ให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของการควบคุมอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้เริ่มครั้งแรกในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมไปถึงพยายามวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จากคดีของไผ่ ดาวดิน/p h4br /strongนี่ไม่ใช่ครั้งแรก: รัฐไทยกับความพยายามควบคุมอินเทอร์เน็ต/strong/h4 pแม้คดีของไผ่ ดาวดิน จะมีความพิเศษตรงที่อาจถือเอาได้ว่าเป็น 1) คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผ่านอินเทอร์เน็ตกรณีแรกๆ ในรัชสมัยใหม่ 2) เป็นคดีแรกที่มีการตัดสินว่า “การแชร์บทความ” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นความผิด แต่ต้องไม่ลืมว่านี่ไม่ใช่คดีแรกของคดีลักษณะนี้ เพราะก่อนหน้านั้นก็มีคดีลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นมาตลอด หากขีดเส้นให้ชัดก็อาจต้องเริ่มนับตั้งแต่การประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา ที่คดีลักษณะนี้เกิดขึ้นมาตลอด แต่นั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะอันที่จริงแล้ว รัฐไทยไม่เคย “ไว้วางใจอินเทอร์เน็ต” มาตั้งแต่ต้น/p pในช่วงแรกที่อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้าสู่สังคมไทยเมื่อปี พ.ศ. 2530 ผ่านโครงการความร่วมมือของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียและมหาวิทยาลัยแห่งเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย (Charmonman, 1993) อินเทอร์เน็ตของไทยกระจุกตัวอยู่ในสถาบันการศึกษาและองค์กรภาครัฐเท่านั้น ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเป็นบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ลงทุนติดตั้งระบบเอง การเข้าถึงของประชาชนทั่วไปนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอีก 7 ปี (พ.ศ.2537) พร้อมกับการถือกำเนิดขึ้นของ KSC Internet (Charmonman amp; Wongwatanasin, 1999; icez, 2015; Palasri, Huter, amp; Wenzel, 2013; Pornwasin, 2007) ซึ่งแม้จะเป็นประวัติศาสตร์ที่พัฒนาไปในทางบวก แต่ต้องไม่ลืมว่าโครงสร้างการเปิดอินเทอร์เน็ตสู่ตลาด (internet marketization) นั้น ยังสะท้อนว่าภาครัฐยังคงมีความไม่ไว้วางใจกับอินเทอร์เน็ตอยู่/p pสาเหตุที่กล่าวเช่นนี้มีสองส่วน 1) การสื่อสารแห่งประเทศไทยในเวลานั้น (หรือ กสท. โทรคมนาคม ในปัจจุบัน) เข้าไปถือหุ้นลมอยู่ในบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ทั้งหมด ซึ่งสะท้อนแนวคิดแบบสัมปทานเหมือนกับสื่อแบบดั้งเดิม (Magpanthong, 2013) 2) ในปี 2538 ภาครัฐโดยหน่วยงานรัฐ 4 องค์กร ณ เวลานั้น (การสื่อสารแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการสารสนเทศแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) ร่วมกันก่อตั้ง Internet Thailand ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของตัวเอง เพื่อแข่งขันกับภาคเอกชนด้วย (Magpanthong, 2013; Pornwasin, 2007) ทั้งสองส่วนนี้สะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการเข้าไปควบคุมอินเทอร์เน็ตในระยะแรกทั้งทางตรง (ผ่าน ISP ตัวเอง) และทางอ้อม (ผ่านการถือหุ้นลมใน ISP รายอื่นที่แข่งกับตัวเอง) ไม่ต่างอะไรจากการควบคุมสื่อดังเช่นสื่อมวลชนในอดีตที่ผ่านมา (McCargo, 2000)/p pนอกจากการควบคุมผ่านแนวทางข้างต้นแล้ว รัฐบาลในสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศในขณะนั้น) มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2544 ให้ผู้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งหมด ต้องใช้บริการเกตเวย์แห่งชาติจาก กสท. โทรคมนาคม แต่เพียงรายเดียวเท่านั้น (Government, 2001) ถึงแม้มติดังกล่าวจะถูกระบุว่ามีเหตุผลในเชิงเศรษฐกิจ แต่หากพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ต่างจากการเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตก่อนหน้า เพียงแต่นี่เป็นการควบคุมในเชิงโครงสร้าง/p pทว่าก่อนหน้าการรัฐประหารปี พ.ศ.2549 ไม่นาน อินเทอร์เน็ตของประเทศไทยเข้าสู่จุดหักเหสำคัญในสองส่วน ประการแรกคือการเริ่มถูกปลดล็อกจากการควบคุมของภาครัฐด้วยการเปลี่ยนแนวทางจากการใช้สัมปทานมาเป็นระบบใบอนุญาตผ่านการก่อตั้ง คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งทำให้ระบบเกตเวย์เดียวที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2544 ผ่านมติคณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และทำให้มีช่องทางในการติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้น (icez, 2015) และประการที่สองคืออินเทอร์เน็ตกลายเป็นช่องทางในการพูดคุยทางการเมือง และได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะในช่วงเวลานั้นสื่อกระแสหลักไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ด้วยข้อจำกัดทางด้านสัมปทานและการดำเนินการ (McCargo, 2000; Paireepairit, 2012; Wall amp; Kirdnark, 2012)/p pการเปิดเสรีอินเทอร์เน็ตและการใช้เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารทางการเมืองก่อนรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549 ไม่นานนัก เป็นประเด็นที่แม้แต่คณะรัฐประหารในเวลานั้นก็รับรู้เป็นอย่างดี จึงเริ่มมีประกาศควบคุมการสื่อสารผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมไปถึงอินเทอร์เน็ตด้วย (Boonyaratglin, 2006) สิ่งที่คณะรัฐประหารทำในตอนนั้นด้านหนึ่งคือมีการสั่งปิดและปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ทางการเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะในฝั่งทางการเมืองที่ตรงข้ามกับคณะรัฐประหาร หรือไม่ก็มีเนื้อหาที่ถูกประเมินว่าเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (Magpanthong, 2013) และในอีกด้านหนึ่งคือการติดตั้งระบบการคัดกรองเนื้อหาอินเทอร์เน็ตโดยอาศัย URL ที่ถูกพัฒนาโดยนักวิจัยด้านวิศกรรมคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เอาไว้ที่เกตเวย์ของ กสท. โทรคมนาคม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 และเริ่มใช้จริงเมื่อปี พ.ศ.2552 (Ramasoota, 2011)/p pสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น คือการประกาศพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ในเชิงผลกระทบต่อหน้า พระราชบัญญัตินี้ทำให้หลายเว็บไซต์ในไทยต้องใช้มาตรการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน รวมถึงเพิ่มอำนาจและกลไกในการปิดกั้นเนื้อหาต่างๆ (Ramasoota, 2011) ทว่าสิ่งที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างชัดเจนคือมีการใช้ พระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าไปควบคู่กับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) มากขึ้นเรื่อยๆ (อ่านบทวิเคราะห์จาก (Charoen, 2012; Tunsarawuth, 2010)) สำหรับนักวิชาการอย่าง เอม สินเพ็ง และ ชาลิสา มากแผ่นทอง กระบวนการดังกล่าวไม่ได้จบแต่เพียงเท่านี้ เพราะรัฐบาลชุดอื่นๆ หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยหรือมาจากฝั่งสีทางการเมืองไทยก็ตาม ต่างล้วนแล้วแต่มีจุดยืนที่จะควบคุมอินเทอร์เน็ต โดยให้ความสำคัญกับกรณี “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” เป็นสำคัญ (Magpanthong, 2013; Sinpeng, 2013) ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการจัดตั้งโครงการ “ลูกเสือไซเบอร์” เพื่อเป็นการตรวจสอบและรายงานเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นภาษาไทยในปี พ.ศ.2553 (Sinpeng, 2013)/p pแนวโน้มการควบคุมอินเทอร์เน็ตของรัฐไทยที่หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากรัฐประหารครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2557 รัฐบาลไทยมีความพยายามในการกลับไปใช้เกตเวย์ระหว่างประเทศเดี่ยวอีกครั้งเหมือนดังเช่นในปี พ.ศ.2544 ภายใต้เหตุผลที่ว่า รัฐบาลต้องการจัดการกับเนื้อหาและเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม (Kittiampon, 2015; lew, 2015) ซึ่งต่อมาในภายหลังก็ต้องถูกยกเลิกไป และมีการขู่จะเอาผิดกับผู้ที่จดบันทึกการประชุมจากนายกรัฐมนตรีด้วย (Ramsey, 2015; บิ๊กตู่ จ่อลงดาบ คนบันทึกประชุมปมซิงเกิล เกตเวย์ ย้ำยังไม่ได้เริ่ม (Prime Minister will punish the minute taker, Single Gateway is yet to established), 2015) ในขณะเดียวกัน รัฐไทยใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับโลกอินเทอร์เน็ตหนักขึ้นเรื่อยๆ ในบางกรณี ผลการพิพากษาจำคุกยาวนานถึง 30 ปี (Shamdasani, 2015)/p pเมื่อดูจากประวัติศาสตร์ข้างต้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คดีของไผ่ ดาวดิน เป็นพัฒนาการต่อเนื่องในความพยายามสถาปนาอำนาจในการควบคุมอินเทอร์เน็ตของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าการปรากฏตัวผ่านคดีของไผ่ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่การกระทำที่เป็นเพียงการแชร์บทความ นำมาสู่การลงโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการใช้อินเทอร์เน็ตประเทศไทย ซึ่งหากพิจารณาจากท่าทีล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็แลดูจะสอดคล้องกับแนวทางควบคุมอินเทอร์เน็ตที่หนักหน่วงเช่นนี้ (ประยุทธ์: “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์”, 2017)/p pอนึ่ง แนวทางการควบคุมของรัฐบาลไทยนี้ แม้จะเป็นความต่อเนื่องมาจากอดีต แต่ก็สอดรับกับการควบคุมอินเทอร์เน็ตในระดับสากล (Barnard-Wills amp; Ashenden, 2012) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักจากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2560 (Stone, 2017)/p h4br /strongผลกระทบจากการตัดสินคดีของไผ่ ดาวดิน การใช้อินเทอร์เน็ตในไทย และหนทางข้างหน้า/strong/h4 pในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไผ่ ดาวดิน เป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษอยู่บางประการ จุดแรกคือเป็นคดีที่พิจารณาแบบลับ นั่นก็แปลว่าเราไม่มีทางรับรู้การพิจารณาคดีได้เลยว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง และรายละเอียดที่ออกมาจากสื่อออนไลน์ (ไม่ต้องนับถึงสื่อกระแสหลัก) จะเป็นอย่างไร จุดที่สองคือการแชร์ (แบ่งปัน) บทความที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จัดว่าเป็นความผิดด้วย นั่นก็แปลว่าในมิติหนึ่ง ศาลอาจตีความได้ว่า การแบ่งปันเนื้อหาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีลักษณะของการ “เผยแพร่” ให้สาธารณะได้รับรู้ด้วย/p pการที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาเช่นนี้ ย่อมเป็นการสื่อให้เห็นอย่างชัดเจนว่าขอบเขตของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่บังคับใช้กับกรณีของอินเทอร์เน็ตนั้น มีการควบคุมและลงลึกไปถึงระดับควบคุมการแบ่งปันเนื้อหา ซึ่งถือเป็นแนวทางที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะหากคำพิพากษาจากคดีนี้จัดว่าเป็นแนวทางให้กับคดีอื่นๆ ที่แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง (เช่น หมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์) สิ่งที่อาจตามมาได้คือการพิจารณาว่าการแชร์ลักษณะนี้มีผลทำให้เกิดความเสียหายได้ หากคิดให้ถึงที่สุด (slippery slope) มาตรฐานในการตัดสินคดีเช่นนี้อาจนำมาสู่ภาระทางคดีให้กับระบบยุติธรรมโดยรวม เพราะย่อมมีคดีในลักษณะคล้ายกันอยู่มาก และย่อมไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน/p pแต่สิ่งที่มีผลมากกว่าปัญหาของระบบยุติธรรมที่อาจปรากฏได้อย่างชัดเจน คือการที่นับจากนี้เป็นต้นไป การใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย โดยเฉพาะการกล่าวถึงประเด็นใดก็ตามที่อาจถูกตีความว่าเกี่ยวข้องกับกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จะกระทำได้ยากยิ่ง ในหลายกรณีผู้ใช้งานอาจต้องเลือกการทำเซ็นเซอร์ตัวเอง (self-censor) เพื่อให้รอดพ้นจากสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากนี้แล้วยังเป็นการเปิดทางให้กับการตรวจตราขนานใหญ่ (mass surveillance) จากประชาชนที่เห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะแนวทางการเอาผิดครอบคลุมไปถึงการแชร์บทความต่างๆ มาด้วย และนี่ย่อมเป็นผลกระทบใหญ่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว/p pอย่างไรก็ตามสิ่งที่รัฐไทยจะต้องเผชิญทั้งในปัจจุบันและอนาคต คือโครงสร้างการติดต่อสื่อสารของอินเทอร์เน็ตมีลักษณะที่เชื่อมโยงกันไปมาแบบ self-mass communication ที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจนกับหลักการแบบ mass communication เดิม (Castells, 2007) รวมไปถึงเทคโนโลยีการหลบหนีการเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่มีอยู่เป็นเรื่องปกติก็จะถูกนำมาใช้ด้วย (Deibert, 2009; Depkin II, 2006) สิ่งที่น่าสนใจนับจากนี้คือความสามารถของรัฐ ว่าจะวิ่งไล่และตามทันกับการหลบ หลีก หนี ได้มากแค่ไหนในระยะยาวกันแน่/p h4br /strongสรุป/strong/h4 pจากประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตกับรัฐไทย จะเห็นได้ว่ารัฐไทยไม่ได้มีความไว้วางใจสื่ออย่างอินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของความไม่วางใจและเริ่มพยายามเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นระบบและมีกระบวนการ เริ่มต้นขึ้นอย่างชัดเจนช่วงหลังรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ. 2549 แต่การรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ.2557 ได้นำมาสู่ประดิษฐกรรมและคำอธิบายในเรื่องการควบคุมอินเทอร์เน็ตแบบใหม่ที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม คดีของไผ่ ดาวดิน กลายเป็นกรณีตัวอย่างล่าสุดของนวัตกรรมของรัฐที่ไม่น่าใช่นวัตกรรมที่พวกเราคาดหวังกันมากมายนัก/p pสิ่งที่ส่งผลได้อย่างรวดเร็วที่สุด (chilling effect) คือการเปลี่ยนแปลงของการใช้อินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ในประเทศไทย เพราะทุกคนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ไว้วางใจว่า การแชร์บทความใดๆ จะมีผลอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะบทความที่มีความเสี่ยงที่จะถูกตีความว่าเป็นเรื่อง “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” และการแชร์นั้นอาจไม่ได้จำกัดแค่สื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะอาจรวมถึงแม้กระทั่งการสนทนาผ่านแอพแชตต่างๆ ที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันด้วย ผลกระทบจากคำตัดสินในคดีของไผ่ จึงสร้างมาตรฐานใหม่และแรงสั่นสะเทือนที่กระทบไปถึงการใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้/p pอย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังคงต้องเผชิญปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างตัวรัฐกับอินเทอร์เน็ตไปอีกนาน แม้ว่าหลายคนอาจจะดูมีความหวัง แต่หากพิจารณาจากประวัติศาสตร์และแนวโน้มที่ปรากฎในบทความนี้ ความหวังดังกล่าวเราอาจจะเหลือแต่เพียงเลือนราง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อาจนำพาไปสู่อินเทอร์เน็ตของประเทศในรูปโฉมแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่คิดว่าจะได้เห็นอย่างแน่นอน/p pnbsp;/p p align=leftstrongอ้างอิง/strong/p pBarnard-Wills, D., amp; Ashenden, D. (2012). Securing Virtual Space: Cyber War, Cyber Terror, and Risk. Space and Culture, 15(2), 110-123./p pBoonyaratglin, S. (2006). คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ 5/2549 เรื่อง ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศnbsp; (A 5th Order of the Council for Democratic Reform to the Ministry of Information amp; Communication Technology to control the Information on the electronic system). Bangkok: Royal Gazette./p pCastells, M. (2007). Communication, Power and Counter-power in the Network Society. International Journal of Communication(1)./p pCharmonman, S. (1993). Internet Computer Access in Thailand. International Journal of the Computer, the Internet and Management, 1(3), 50-68./p pCharmonman, S., amp; Wongwatanasin, K. (1999). KSC: The Only Major ISP in the World with Profits from Day One. Paper presented at the Flemings Information Technology Conference, New York. http://charm.siamtechu.net/curriculumvitae/newyork/newyork.doc/p pCharoen, D. (2012). The Analysis of the Computer Crime Act in Thailand. International Journal of Information and Communication Technology Research, 2(6), 519 - 526./p pDeibert, R. J. (2009). The Geopolitics of Internet Control: Censorship, Sovereignty, and Cyberspace. In A. Chadwick amp; P. N. Howard (Eds.), Routledge Handbook of Internet Politics. Oxon: Routledge./p pDepkin II, C. A. (2006). Who supports Internet censorship? First Monday, 11(9)./p pGovernment, T. R. T. (2001). สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 24 กรกฎาคม 2544 (A Summary of the Cabinet Resolution on July 24, 2001).nbsp; Retrieved from http://www.eppo.go.th/admin/cab/cab-2544-07-24.html#11./p picez. (2015, September, 25). พัฒนาการการเปิดเสรีอินเทอร์เน็ตไทย (The Development of Thailand's Internet Liberalisation). Blognone. Retrieved from https://www.blognone.com/node/72929/p pKittiampon, A. (2015). ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (A Summary of the Prime Minister's Executive Orders). Bangkok: The Secretariat of the Cabinet./p plew. (2015, September 22). ไม่ใช่แค่ข้อเสนอ มติคณะรัฐมนตรีเร่งจัดตั้ง Single Gateway ควบคุมเว็บไซต์ (Not a proposal: The Cabinet Resolution urges the establishment of Single Gateway). Blognone.nbsp; Retrieved from https://www.blognone.com/node/72775/p pMagpanthong, C. (2013). Thailand's evolving Internet policies: the search for a balance between national security and the right to information. Asian Journal of Communication, 23(1), 1-16./p pMcCargo, D. (2000). Politics and the Press in Thailand: Media Machinations. Florence, KY: Routledge./p pPaireepairit, I. (2012). Free Space of Expression: New Media and Thailand’s Politics. Berlin, Germany: fesmedia Asia, Friedrich-Ebert-Stiftung./p pPalasri, S., Huter, S., amp; Wenzel, Z. (2013). The History of the Internet in Thailand. Oregon: University of Oregon Libraries./p pPornwasin, A. (2007, July, 9). Trin Tantsetthi : Internet Thailand. The Nation. Retrieved from http://www.nationmultimedia.com/homeTrin-Tantsetthi-Internet-Thailand-30039842.html/p pRamasoota, P. (2011). Internet Politics in Thailand after the 2006 Coup: Regulation by Code and a Contested Ideological Terrain. In R. Deibert, J. Palfrey, amp; J. Zittrain (Eds.), Access Contested: Security, Identity, and Resistance in Asian Cyberspace (pp. 83-114). Cambridge, Massachusetts: MIT Press./p pRamsey, A. (2015, October 7). To be or not to be: The great firewall of Thailand. Aljazeera.nbsp; Retrieved from http://america.aljazeera.com/articles/2015/10/7/great-firewall-thailand-internet.html/p pShamdasani, R. (2015, August 15). Press briefing note on Thailand and Mali.nbsp;nbsp; Retrieved from http://www.ohchr.org/EN/NewsEvents/Pages/DisplayNews.aspx?NewsID=16310amp;LangID=E/p pSinpeng, A. (2013). State Repression in Cyberspace: The Case of Thailand. Asian Politics amp; Policy, 5(3), 421-440./p pStone, J. (2017, June 4). Theresa May says the internet must now be regulated following London Bridge terror attack. The Independent.nbsp; Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/uk/politics/theresa-may-internet-regulated-london-bridge-terror-attack-google-facebook-whatsapp-borough-security-a7771896.html/p pTunsarawuth, S. M., Toby. (2010). Analysis of Computer Crime Act of Thailand. Retrieved from Bangkok: https://thainetizen.org/wp-content/uploads/2010/07/Analysis-of-Computer-Crime-Act-of-Thailand-By-Sinfah-Tunsarawuth-and-Toby-Mendel.pdf/p pWall, M., amp; Kirdnark, T. (2012). The Blogosphere in the “Land of Smiles”: Citizen Media and Political Conflict in Thailand. In T. Dumova amp; R. Fiordo (Eds.), Blogging in the Global Society: Cultural, Political and Geographical Aspects (pp. 19-36). Hershey, PA: Information Science Reference./p pบิ๊กตู่ จ่อลงดาบ คนบันทึกประชุมปมซิงเกิล เกตเวย์ ย้ำยังไม่ได้เริ่ม (Prime Minister will punish the minute taker, Single Gateway is yet to established). (2015, October 8). MatichonOnline.nbsp; Retrieved from http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1444285588/p pประยุทธ์: “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่สำคัญที่สุดคือสถาบันพระมหากษัตริย์”. (2017, August 16).nbsp;nbsp; Retrieved from http://www.bbc.com/thai/thailand-40948472/p pศาลตัดสินจำคุกไผ่ ดาวดิน 5 ปี แต่ลดโทษกึ่งหนึ่ง. (2017, August 15). BBC Thai.nbsp; Retrieved from http://www.bbc.com/thai/thailand-40933040/p pแอมเนสตี้ฯ แถลงชี้คำพิพากษาคดีไผ่ ดาวดิน ทำให้เห็นแนวทางสุดโต่งของรัฐไทย. (2017, August 16). ประชาไท.nbsp; Retrieved from https://prachatai.com/journal/2017/08/72825/p pnbsp;/p divbr clear=all /br / div id=ftn1 pstrongหมายเหตุ: /strongบทความชิ้นนี้ปรับแก้จากวิทยานิพนธ์และบทความในระดับมหาบัณฑิตของผู้เขียน/p /div /div pstrongเกี่ยวกับผู้เขียน:nbsp;/strongภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร เป็นนิสิตปริญญาเอก ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/p pnbsp;/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

แจ้งความดำเนินคดีนักวิชาการไทยศึกษากับพวก

Thu, 08/17/2017 - 08:17
!--break--!--break-- pnbsp;/p pอนุสนธิจากการประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษา ครั้งที่ 13(13th International Conference on Thai Studies) ที่เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-18 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมที่ถือได้ว่าเป็นการประชุมไทยศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมีผู้เข้าร่วมที่เป็นนักวิชาการด้านไทยศึกษาที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกกว่า 1 พันคน มีหัวข้อการประชุมและบทความที่นำเสนอกว่า 500 บทความ แต่น่าเสียดายที่สิ่งดีๆเหล่านี้ได้ถูกลดทอนหรือทำให้เสียบรรยากาศจากผู้ที่ไม่เข้าใจและมีความวิตกกังวลมากเกินเหตุ/p pในการประชุมฯมีการแลกเปลี่ยนและนำเสนอบทความทางวิชาการอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดความองค์ความรู้ใหม่ขึ้นอย่างมากมาย มีการทำกิจกรรมและนิทรรศการควบคู่กันไป มีการรวมตัวและออกแถลงการณ์(ซึ่งเป็นปกติในเกือบทุกๆเวทีวิชาการ)ให้ คสช.ผ่อนคลายการจำกัดสิทธิเสรีภาพจากนักวิชาการที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งบรรยากาศการประชุมฯก็ดำเนินไปด้วยดี/p pstrongโดยในระหว่างประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็มาทำหน้าที่ในการหาข่าวและถ่ายรูปตามปกติซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด แต่ในการทำหน้าที่นั้นบางครั้งก็ดูรุ่มร่าม ประเจิดประเจ้อ ลุกเข้าลุกออก ฯลฯ จนทำให้นักวิชาการไทยมีความรู้สึกว่าน่าอาย ในวันสุดท้ายก็เลยมีการจัดทำแผ่นกระดาษ(flipnbsp; chart)นำมาเรียงต่อกันด้วยข้อความ “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” ซึ่งผู้พบเห็นต่างก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันพอสมควร/strong/p pแต่การณ์กลับปรากฏว่าในโซเชียลเน็ตเวิร์กได้มีการเผยแพร่การรายงานข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ถึงหน่วยงานในส่วนกลางโดยระบุรายชื่อผู้เข้าประชุมบางคนว่ามีพฤติกรรมที่อาศัยการประชุมฯ เพื่อดำเนินกิจกรรมและจะได้เรียกตัวมาพูดคุยต่อไป ซึ่งเรื่องก็เงียบหายไป โดยเป็นที่เข้าใจว่าเรื่องคงยุติไปแล้ว หลังจากที่ผู้จัดและจังหวัดเชียงใหม่ได้รับคำชื่นชมมากมาย/p pแต่ในที่สุดไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอันใดในวันที่ 11 สิงหาคม 2560 ได้มีa href=https://prachatai.com/journal/2017/08/72812หมายเรียกผู้ต้องหา/aโดยการแจ้งความของนายทหารจากกองกำลังรักษาความสงบในพื้นที่ โดยระบุตัวผู้ต้องหาคือ นายชยันต์ วรรธนะภูติ (ประธานฝ่ายวิชาการของการประชุมฯ)กับพวกรวม 5 คน ในข้อหา strong“มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวรักษาความสงบแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย”/strong โดยกำหนดให้ไปพบกับพนักงานสอบสวนในวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2560nbsp; เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมาที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ แต่เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาที่กระชั้นชิดและผู้ต้องหาบางรายยังไม่ได้รับหมายเรียกฯอย่างเป็นทางการ strongผู้ต้องหาจึงขอเลื่อนการเข้าพบไปเป็นวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2560 เวลา 13.00 น./strong/p pการที่มีหมายเรียกผู้ต้องหาในครั้งนี้ได้สร้างความงุนงงสงสัยและความคับข้องใจแก่นักวิชาการทั้งหลายที่ทราบข่าวนี้เป็นอันมาก ซึ่งเหตุผลคงมิใช่เพียงเพราะผู้ที่ถูกหมายเรียกฯเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในระดับโลกด้านไทยศึกษาหรือมีนักข่าวและนักแปลกับนักกิจกรรมตกเป็นผู้ต้องหาด้วยซึ่งจะทำให้ไทยเราตกเป็นข่าวไปทั่วโลก (ล่าสุด Human Right Watch ก็ออกa href=https://www.hrw.org/news/2017/08/16/thailand-drop-bogus-charges-against-thai-studies-academicsแถลงการณ์/aแล้ว) เท่านั้น แต่ด้วยข้อหาที่ถูกกล่าวหานั้นเมื่อดูตามองค์ประกอบของการกระทำความผิดแล้วไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ไม่เข้าข่ายในฐานความผิดนี้ไปได้/p pstrongเมื่อดูเหตุผลทางด้านการดำเนินนโยบายทางการเมืองการปกครองแล้วไม่เข้าใจว่าเมื่อทำเช่นนี้แล้วรัฐหรือฝ่ายบ้านเมืองจะได้อะไร นอกจากจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ซึ่งก็ไม่ได้ผลอะไร กลับเป็นผลเสียต่อฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเองเสียด้วยซ้ำที่ตอนแรกดูเหมือนว่าจะใจกว้างแต่กลับมาดำเนินคดีในภายหลังและเป็นการดำเนินคดีโดยอาศัยคำสั่ง คสช.ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ให้การรับรองสิทธิเสรีภาพนี้ไว้/strong/p pจริงอยู่แม้ว่าจะมีบทเฉพาะกาลกำหนดให้คำสั่ง คสช.ยังคงสามารถบังคับใช้ได้ แต่ข้อยกเว้นย่อมไม่อาจที่จะไปขัดแย้งกับหลักการสำคัญที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ หลายคนอาจจะโต้แย้งว่าเมื่อไม่ผิดแล้วจะกลัวอะไร(อีกแล้ว)ก็ให้การต่อสู้หักล้างสิ ใช่ครับ มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้น แต่อย่าลืมว่าคนเราเมื่อเป็นคดีความแล้วย่อมมีความยากลำบากตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ภาระที่จะต้องแก้ต่าง กำหนดนัดหมายงาน ฯลฯ แม้ว่าในที่สุดแล้วอาจจะมีการสั่งไม่ฟ้องหรือยกฟ้องก็ตาม/p pstrongส่วนเรื่องที่จะให้ไปลงชื่อทำ MOU พร้อมกับปรับทัศนคติแล้วคดีเลิกกันนั้นคงยากที่เป็นไปได้ เพราะมันหมายถึงการแสดงว่าเป็นการยอมรับผิดในสิ่งที่ตนเองเชื่อว่าไม่ได้ทำความผิด/strong/p pการดำเนินคดีในลักษณะเช่นนี้ย่อมเป็น “การอาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือ”เข้ามาดำเนินการต่อผู้ที่เห็นต่างกับตนเอง ซึ่งเป็น Rule by Law มิใช่ Rule of Law แต่อย่างใด/p pเล่าจื๊อ(ตอนนี้กำลังฮิต ฉายที่ช่อง อสมท.ทุกคืนวันเสาร์อาทิตย์ อย่าไปห้ามเขาฉายเสียล่ะ) สอนไว้นานแล้วแต่ก็ยังใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัยว่า strongกฎหมาย กฎเกณฑ์ เป็นสิ่งที่คอยกระตุ้นให้ประชาชนเอาแต่จะฝ่าฝืนเท่านั้น ยิ่งมีความเข้มงวดกวดขันและมีข้อห้ามต่างๆ ในโลกมากขึ้นเพียงไร หรือยิ่งมีกฎหมายและคำสั่งมากขึ้นเพียงไร ขโมยและโจรผู้ร้ายก็ยิ่งมากขึ้นเพียงนั้น/strong ฉะนั้น การกระทำขั้นแรกของนักการปกครองคือ จะต้องขจัดเหตุทั้งหลายอันเป็นสมุฎฐานของความเสื่อมโทรมในสังคมและความยุ่งเหยิงในทางการเมืองเสียก่อน (ซึ่งก็คือการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือให้น้อยที่สุด – ผู้เขียน)/p pบ้านเมืองเราถอยหลังไปไกลมากแล้ว อย่าให้มันถอยหลังไปมากกว่านี้เลยครับ การรักชาติทำได้หลายแบบหลายวิธี เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็รักชาติตามแบบของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง นักวิชาการก็รักชาติตามแบบของนักวิชาการ แต่วิธีหนึ่งที่ตรงกันที่จะแสดงให้เห็นถึงการรักชาติอย่างแท้จริงก็คือการปกป้องเกียรติภูมิและชื่อเสียงของชาติมิให้ตกต่ำเป็นที่น่ารังเกียจเดียดฉันท์ของเพื่อนร่วมโลก ซึ่งจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจนเป็นผลเสียต่อไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงก็คือประชาชนตาดำๆนั่นเอง/p h4strongจิ้งจกทักคนยังฟัง นี่เป็นคนตัวเป็นๆที่ก็รักชาติเหมือนกันทัก จะไม่ฟังกันบ้างเลยหรืออย่างไร/strong/h4 pbr /br /strongหมายเหตุ:/strong ปรับปรุงจากการเผยแพร่ในกรุงเทพธุรกิจฉบับประจำวันพุธที่ 16 สิงหาคม 2560/p div class=field field-type-link field-field-related-link div class=field-labelเรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class=field-items div class=field-item odd a href=https://www.hrw.org/news/2017/08/16/thailand-drop-bogus-charges-against-thai-studies-academics target=_blankThailand: Drop Bogus Charges Against Thai Studies Academics/a /div div class=field-item even a href=https://prachatai.com/journal/2017/08/72812 target=_blankตร.ออกหมายเรียก 5 นักวิชาการ-น.ศ. ฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมือง ปมกิจกรรมในงานไทยศึกษา/a /div /div /div div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

กวีประชาไท: สารภาพ เสรีภาพ

Thu, 08/17/2017 - 07:59
!--break--!--break-- p style=margin-left: 120px;br /br /คำสารภาพจำเป็นbr /มาจากใจที่ทุกข์เข็ญเกินทนไหวbr /ดี-ชั่ว กลัว-กล้า ปะทะภายในbr /บทสรุปนั้นไซร้ใครกำหนด?br /br /คำสารภาพจอมปลอมbr /ค้อมคำนับสยบยอมเศร้าสลดbr /ใช่..แชเชือนเลิกชิงชังความเคี้ยวคดbr /ปณิธานไม่เลิกลดสักน้อยเลยbr /br /เมื่อเสรีภาพถูกลักพาbr /ทั้งความกลัวที่โถมถาเกินจะเอ่ยbr /ห้วงคำนึงสะท้านไหวไม่เหมือนเคยbr /แม้ใบหน้ายังยิ้มเย้ยทรนงbr /br /ถึงเสรีภาพจะสูญสิ้นbr /จิตวิญญาณธุลีดินนั้นสูงส่งbr /และความฝันของหนุ่มสาวยังซื่อตรงbr /ไม่มีวันจะปลดปลงมลายไปbr /br /สารภาพ แต่ไม่แพ้br /อุทิศตนเพื่อร่วมแก้ปัญหาใหญ่br /ถึงเจ็บช้ำกล้ำกลืนเลือด..ไม่เป็นไรbr /เสรีภาพ ต้องมั่นไว้ในใจเราbr /br /บนเส้นทางแห่งความฝันนั้นยาวไกลbr /เสรีภาพ คงมั่นไว้ในใจเธอ/p p style=margin-left: 120px;nbsp;/p p style=margin-left: 120px;nbsp;/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

กวีประชาไท: ช่างปะไร!

Thu, 08/17/2017 - 07:52
!--break--!--break-- pnbsp;/p p style=margin-left: 120px;br /รู้ทั้งรู้ว่าเด็กหนุ่มนั่นไม่ผิดbr /แต่พอคิดมากเข้าช่างปะไรbr /กฎหมายต้องสูงส่งและยิ่งใหญ่br /รัดทะทำมะนูนไทยมีไว้ทำไมกัน/p p style=margin-left: 120px;ก็ต้องลองเชือดลิงให้ไก่ดูbr /พอไก่ดูก็จะเข็ดไม่ดื้อรั้นbr /ส่วนลิงนั่นจะเป็นไงก็ช่างมันbr /พวกนักฝันดื้อรั้นเอาให้ตาย/p p style=margin-left: 120px;เห็นไหมเล่าตอนนี้หัวมันหดbr /เงียบหมดโหดอีกหน่อยต้องไว้ลายbr /ทนอีกหน่อยชาติไทยจะสบายbr /ยังไม่สายกลับไปสี่สิบปี/p p style=margin-left: 120px;เร่งเข้าวางระบบนิรันดรbr /เอาไว้ก่อนปากท้องไอ้พวกผีbr /ทนอีกนิดเรื่องร้ายจะกลายเป็นดีbr /ชั่วโมงนี้ต้องช่วยกันแข่งขันทำ/p p style=margin-left: 120px;อะไรนะกะลาแลนด์อย่าไปสนbr /ไอ้พวกพ่นดีแต่บ่นเรื่องขันขำbr /บ้านสงบลุกนั่งสบายเราต้องนำbr /มนุษย์ถ้ำอย่าน้อมนำไร้สาระ/p p style=margin-left: 120px;รู้ทั้งรู้ว่าเด็กหนุ่มนั่นไม่ผิดbr /แล้วจะติดคิดทำไมลืมมันซะbr /สองปีเศษไม่เห็นนานชั่วขณะbr /อำนาจน่ะมีไว้ทำไมกัน?/p pnbsp;/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

มีชัย ยันต้องเซ็ตซีโร่ กสม. - สมชัย จ่อยื่นศาล รธย.ตีความเซ็ตซีโร่ กกต.อีกครั้ง

Thu, 08/17/2017 - 01:41
pประธาน กรธ.ย้ำเซ็ตซีโรกสม. แก้ปัญหาเวทีโลกไม่ยอมรับ ระบุทำตามเดิมอาจเกิดปัญหาทำให้ กสม.ถูกลดเกรดความน่าเชื่อถือไปเรื่อย ๆnbsp; ด้าน กกต.สมชัยnbsp;เผยรอฤกษ์ก่อนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ กรณีถูกเซตซีโร่ กกต./p div !--break--!--break--/div p style=text-align: center;img src=https://c2.staticflickr.com/8/7191/26825021373_be7485f1c8.jpg //p p style=text-align: center;span style=color:#ff8c00;มีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)nbsp;/span/p p16 ส.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า มีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ระบุ กสม.มาถูกต้องตามหลักการปารีส ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเรื่องที่มาของกรรมการ กสม.ไม่เปิดกว้าง รวมถึงกรอบระยะเวลาและองค์ประกอบไม่ครบถ้วน และไม่เปิดกว้างสำหรับคนทุกกลุ่มตามเงื่อนไขที่หลักการปารีสกำหนด ซึ่งเป็นที่มาของหลักคิด ของกรธ.ให้กสม.พ้นจากตำแหน่งทั้งหมดโดยไม่มีวาระซ่อนเร้น เพื่อให้เป็นไปตามพันธะกรณีระหว่างประเทศnbsp;/p pมีชัย nbsp;กล่าวว่า หากยังให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจเกิดปัญหาทำให้ กสม.ถูกลดเกรดความน่าเชื่อถือไปเรื่อย ๆ และกระทบต่อการทำงานในแง่ความน่าเชื่อถือ เมื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในที่ประชุมระหว่างประเทศ เพราะขณะนี้ กสม.เวลาเดินทางไปประชุมระหว่างประเทศก็ยังต้องเป็นทีมร่วมของกระทรวงการต่างประเทศ nbsp;ประชุมในฐานะกสม.ไม่ได้ กรธ.ยืนยันสงวนความเห็นให้กสม.พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะในชั้นกรรมาธิการ/p pส่วนกรณีที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะส่งบัตรเชิญให้กรธ.ดูงานสาธิตลงคะแนนเลือกตั้งระบบต่างเบอร์ในสัปดาห์หน้า มีชัย กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ยังไม่ได้รับบัตรเชิญnbsp;/p pประธาน กรธ.ยังกล่าวถึงสถานะของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ที่เพิ่งมีการแต่งตั้ง อาจเกิดปัญหาหากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินให้อยู่ต่อตามคุณสมบัติ หรือให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ nbsp;ว่า คตง.ที่เพิ่งสรรหาไปเป็นการสรรหาที่รับรองตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้ว และกรธ.จะบัญญัติหลักการให้สอดคล้องในภายหลัง ส่วนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการให้ดำรงตำแหน่งต่อจนครบวาระ นายมีชัย กล่าวว่า ทางกรธ.จะไม่ส่งข้อโต้แย้งให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณา เนื่องจากมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว/p pด้าน สมชัย กล่าวด้วยว่า ได้ทำคำร้องที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีเซ็ตซีโร่ กกต.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในเนื้อหา รวมทั้งวันที่จะไปยื่นเพราะยังไม่ว่างและขอดูฤกษ์ก่อนnbsp;/p pที่มา : a href=http://www.tnamcot.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87สำนักข่าวไทย/anbsp;และa href=http://www.radioparliament.net/parliament/viewNews.php?nId=8149เว็บไซต์วิทยุละโทรทัศน์รัฐสภา/a/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

อัยการยื่นแถลงปิดคดีจำนำข้าว 'ยิ่งลักษณ์-บุญทรง' แล้ว

Wed, 08/16/2017 - 21:21
pโฆษกศาลปกครองเผยคลังส่งคำชี้แจงอายัดบัญชีเงินฝากยิ่งลักษณ์แล้ว ด้านทนายเผยขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งจากศาลที่จะให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด ระบุจากนี้ต้องรอว่าศาลจะเอาอย่างไร/p p!--break--!--break--/p p style=text-align: center;img src=https://c1.staticflickr.com/5/4300/35910856570_606a422f5d.jpg //p p16 ส.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า สุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะทำงานอัยการคดีโครงการรับจำนำข้าว หมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 กรณีปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว กระทั่งทำให้รัฐเสียหายนับแสนล้านบาท และคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ซึ่งมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 28 ราย เป็นจำเลย ฐานทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนั้น เปิดเผยว่า คณะทำงานอัยการได้ยื่นคำแถลงปิดคดีทั้ง 2 คดี เป็นลายลักษณ์อักษร ต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา/p p“คำแถลงการปิดคดีโครงการรับจำนำข้าว ของ ยิ่งลักษณ์ มีความยาว 211 หน้า ส่วนคดี บุญทรง กับพวก มีความยาว 165 หน้า รวม 2 สำนวน ยาว 376 หน้า เนื่องจากทั้ง 2 คดี มีความสัมพันธ์ เกี่ยวพันกัน จึงได้ยื่นคำแถลงปิดคดีพร้อมกันเลย” สุรศักดิ์ กล่าว/p pสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดคำแถลงการณ์ปิดคดีในส่วนของ ยิ่งลักษณ์ จะเป็นการสรุปประเด็นข้อพิพาท ว่ามีประเด็นใดบ้างที่มีการสืบพยานที่ผ่านมา ตรงไหนรับฟังได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร หักล้างกันได้อย่างไร ซึ่งการแถลงปิดคดี ก็เพื่อให้ศาลมองประเด็นที่คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายนำเสนอมา เพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งในวันที่ 25 ส.ค.นี้ คณะทำงานอัยการก็พร้อมจะเดินทางไปฟังคำพิพากษาทั้ง 2 คดีด้วย/p h3span style=color:#0000cd;โฆษกศาลปกครองเผยคลังส่งคำชี้แจงอายัดบัญชีเงินฝากยิ่งลักษณ์แล้ว/span/h3 pวันเดียวกันnbsp;สมชาย งามวงศ์ชน nbsp;ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครองสูงสุด nbsp;ในฐานะโฆษกศาลปกครอง nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องที่ ยิ่งลักษณ์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งทางปกครองครั้งที่ 2 หลังจากกระทรวงการคลัง ให้กรมบังคับคดี เริ่มดำเนินมาตรการยึดอายัดทรัพย์สินบัญชีเงินฝาก ว่า หลังจากที่ตุลาการเจ้าของสำนวน มีคำสั่งแจ้งให้กระทรวงการคลัง ผู้ถูกฟ้อง ส่งคำชี้แจงต่อศาลภายใน 15 วัน ขณะนี้ทราบว่าผู้ถูกฟ้องได้ส่งเอกสารคำให้การชี้แจงข้อเท็จจริงต่อองค์คณะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนครบกำหนด 15 วันดังกล่าวแล้ว nbsp;nbsp;/p pโฆษกศาลปกครอง กล่าวว่า จากนั้นตามขั้นตอนองค์คณะก็จะรวบรวมเอกสารข้อเท็จจริง เพื่อส่งให้ตุลาการผู้แถลงคดีร่วมตรวจดูและทำความเห็นส่วนตน โดยขั้นตอนนี้ที่ตุลาการผู้แถลงคดีจะทำความเห็นน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนถือเป็นคดีเร่งด่วนอยู่แล้ว และเมื่อตุลาการผู้แถลงคดีได้ทำความเห็นส่วนตนเสนอองค์คณะแล้ว ถ้าองค์คณะมีคำสั่งยกคำร้องการขอทุเลาของผู้ฟ้อง คำสั่งของศาลปกครองกลางนี้ถือเป็นที่สุด อุทธรณ์ไม่ได้ nbsp;แต่สามารถยื่นคำร้องได้ใหม่หากเกิดเหตุใหม่ nbsp;แต่ถ้าศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาอย่างหนึ่งอย่างใด nbsp;คู่ความที่ไม่เห็นด้วยสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้/p pเมื่อถามว่าคดีอาญาที่ ยิ่งลักษณ์ กำลังจะตัดสินวันที่ 25 ส.ค.นี้ จะมีผลต่อการพิจารณาคดีปกครองในศาลปกครองหรือไม่ nbsp;สมชาย กล่าวว่า ถ้าประเด็นในคดีอาญามีข้อที่เกี่ยวข้องกับประเด็นพิจารณาในคดีปกครอง ก็สามารถหยิบยกมาพิจารณาได้ nbsp;ตัวอย่างคดีอาญาการสลายม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ศาลยกฟ้อง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนายตำรวจ แต่ในส่วนคดีปกครองที่ศาลปกครองเคยตัดสินให้หน่วยงานรัฐชดใช้ค่าสินไหมกับผู้ชุมนุมที่ได้รับความเสียหายนั้น nbsp;ก็พิจารณาว่าการกระทำนั้นเกิดจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ nbsp;/p pขณะที่ นพดล หลาวทอง ทนายความของ ยิ่งลักษณ์ รับผิดชอบคดีปกครอง กล่าวว่า ในส่วนของผู้ฟ้องได้ยื่นเอกสารประกอบคำร้องขอทุเลาการบังคับคำสั่งกระทรวงการคลังและกรมบังคับให้ศาลแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งจากศาลที่จะให้เรายื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด หลังจากนี้ต้องรอว่าศาลจะแจ้งให้ ยิ่งลักษณ์ ต้องยื่นเอกสารใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หรือจะต้องเรียกไต่สวนบุคคลใดหรือไม่ หรือศาลได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้วอาจจะแจ้งวันนัดฟังคำสั่งการขอทุเลาต่อไป/p pที่มา : a href=http://www.tnamcot.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87สำนักข่าวไทย/a/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

ประยุทธ์ แจงต้องอัพศักยภาพยุทโธปกรณ์ เพื่อเพิ่มอำนาจที่ไม่มีตัวตน ให้เขาเกรงใจ

Wed, 08/16/2017 - 20:56
pพล.อ.ประยุทธ์ แจงประเทศต้องมีศักยภาพทางยุทโธปกรณ์ เพื่อป้องอธิปไตย เพิ่มอำนาจที่ไม่มีตัวตน เพื่อให้เขาเกรงใจ พร้อมขอให้ใช้โซเชี่ยลแบบคนพัฒนาแล้ว ขอบคุณช่วยตรวจสอบ วอนอย่าตัดสินแทนศาล/p div !--break--!--break--/div p style=text-align: center;img alt= src=https://media.thaigov.go.th/uploads/images/66/2017/08/JPG/20170816124647.JPG style=width: 500px; height: 333px; //p p style=text-align: center;span style=color:#ff8c00;ที่มาภาพnbsp;/spana href=http://www.thaigov.go.th/gallery/contents/details/678span style=color:#ff8c00;เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล/span/a/p p16 ส.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า วันนี้ (16 ส.ค.60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ถึงเรื่องความมั่นคง ว่า ต้องมีการเตรียมให้พร้อมรักษาอธิปไตย อย่างที่เห็นอยู่ในขณะนี้ 2 ประเทศมีศักยภาพทางยุทโธปกรณ์ แม้จะยังไม่รบกัน แต่ก็ทำให้ทั่วโลกวิตก ดังนั้นไทยก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมไว้/p p“เราไม่ต้องไปฮึ่มกับใคร แค่ฮึ่มกันเองก็วุ่นพอแล้ว ไม่ต้องฮึ่มกันมากนัก ดังนั้นต้องมีการเตรียมความพร้อมเรื่องอธิปไตยเพื่อศักยภาพ เพิ่มอำนาจที่ไม่มีตัวตน เพื่อให้เขาเกรงใจ เพื่อฝึกรบ ลาดตระเวน ต้องดูแลทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ซึ่งเราทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมกับมิตรประเทศรอบบ้าน แล้วจะเอาอะไรที่ขี้กะโล้โท้ไปอยู่กับเขาเหรอ ในเมื่อเขามีการพัฒนาแล้วเราไม่ได้พัฒนาเหรอ ไม่ได้ ต้องคิดสองด้าน นี่คือความมั่นคง รัฐบาลต้องจัดสรรงบฯ ให้เหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมนี้ทุกประเทศก็จะให้ประเทศไทยร่วมมือลาดตะเวนทางทะเล ช่วยผู้ลี้ภัย แก้ปัญหาโจรสลัด ถ้าเราไม่มีเรือจะเอาเรือประมงไปสู้เขาเหรอ ก็ไปไม่ทันเขา หน้าตาประเทศชาติสำคัญด้วย ในเมื่อเราจะอยู่ในเวทีโลก แต่อย่างไรต้องอยู่พอเพียง โดยอย่างอื่นไม่เสียไปด้วย” พล.อ.ประยุทธ์nbsp;กล่าว/p pพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิรูปกลไกการบริหารประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการเมืองให้สามารถขจัดคอร์รัปชั่นมีกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่น สังคมเปลี่ยนแปลง ระบบโซเชี่ยลมีเดียกว้างขวาง ใครจะเขียนหรือนึกอะไรก็ได้แต่อยู่ที่ว่าจะเชื่อได้แค่ไหน ดังนั้นทุกคนต้องมีหลักคิด หลักการของตัวเองในการอ่าน เสพ และเชื่อหรือไม่ในข้อมูลที่ผ่านเชี่ยลมีเดีย สิ่งเหล่านี้คือความแตกต่างคนที่พัฒนากับคนที่ยังไม่พัฒนา ดังนั้นต้องให้คนพัฒนาไปด้วยกัน โดยมีหลักคิดพื้นฐานที่ไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่ทำให้เกิดปัญหา/p p“วันนี้ข่าวในโซเชี่ยลมีเดีย หรือข่าวทุกช่อง ทุกคนทำหน้าที่เป็นตำรวจกันหมด โอเคถือว่าดี แต่อย่าไปตัดสินเอง วันนี้จากการตามเป็นตำรวจ เป็นเจ้าหน้าที่เองแล้วยังไปเป็นศาลตัดสินทุกอย่าง อันนั้นผิด อันนี้ใช่หรือไม่ใช่ สรุปเลยทำให้ปั่นป่วนกันไปทั้งหมด ที่ประชาชนมาเฝ้าระวังถือเป็นเรื่องเดียวต้องขอบคุณ แต่ก็ขอให้แจ้งมาตามช่องทาง เพื่อนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดการตัดสินตามกระบวนการยุติธรรม ผมไม่เคยไปก้าวล่วงสักคำ ที่ผ่านมาหน้าที่ของรัฐบาลคือนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนจะผิดหรือถูกไปสู้กันที่ศาล ซึ่งก็มีทนายสามารถอุทธรณ์ได้ มันรังแกกันไม่ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว/p pพล.อ.ประยุทธ์nbsp;nbsp;กล่าวอีกว่า กระบวนการยุติธรรมต้องเข้มแข็ง มีการถ่วงดุลกันให้ได้ หลายคนต้องการแบบไหน ไม่ใช่ถ่วงกันไปมาจนทำอะไรไม่ได้อีกเหมือนเดิม ต้องถ่วงในทางสร้างสรรค์ nbsp;มีระบบการตรวจสอบ คนต้องการปฏิรูปทหาร ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกฎหมาย แต่ต้องเข้าใจว่าจะปฏิรูปอย่างไร ไม่ใช่พลิกแผ่นดิน พลิกฟ้าไปอย่างนั้น มันไม่ได้/p pที่มา : a href=http://www.tnamcot.com/view/5993fd46e3f8e40ab96fb9c5สำนักข่าวไทย/aและa href=http://www.thaigov.go.th/gallery/contents/details/678เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล/a/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

ประยุทธ์ขอประชาชนเข้าใจสถาบันฯ ท่านไม่ต้องการให้มีการลงโทษคดีหมิ่น แต่รัฐต้องปกป้องสถาบัน

Wed, 08/16/2017 - 16:20
pนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เผย สถาบันกษัตริย์ไม่ต้องการให้ประชาชนถูกดำเนินคดีหมิ่นฯ ระบุที่ผ่านมาสถาบันฯ เมตตามาโดยตลอด ทั้งอภัยโทษ-นิรโทษกรรม แต่บางคนเหมือนพยามต่อต้านกฎหมาย ซึ่งรัฐต้องปกป้องสถาบัน พร้อมแนะต้องสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสถาบันกษัตริย์/p !--break--!--break-- p style=text-align: center;img alt= src=https://c1.staticflickr.com/5/4166/33652218543_3866dcfa4e.jpg style=width: 500px; height: 333px; //p p style=text-align: center;span style=color:#ffa500;strongพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) / แฟ้มภาพ ทำเนียบรัฐบาล/strong/span/p p16 ส.ค. 2560 a href=https://www.matichon.co.th/news/630662มติชนออนไลน์/a รายงานว่า ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา และมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมแล้วกว่า 1,600 คนร่วมงาน โดยการประชุมนี้เป็นผลมาจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 ส.ค. 2560 ซึ่งได้มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณและการปรับปรุงปฎิทินงบปี 2562/p pโดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า เรื่องการตรวจสอบการกระทำความผิด อะไรก็แล้วแต่ ผู้ที่เผยแพร่สิ่งที่ไม่เหมาะสม วันนี้สถาบันทรงเมตตาทรงรับสั่งเสมอว่า ไม่อยากให้ประชาชนต้องถูกลงโทษด้วยเรื่องเหล่านี้ ซึ่งประชาชนบางคนก็รู้กฎหมาย แต่ก็พยายามจะทำอยู่ เหมือนพยายามที่จะต่อต้านกฎหมายซึ่งก็คือกฎหมายฉบับหนึ่งเหมือนฉบับอื่นๆ และพระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานอภัยโทษ นิรโทษกรรมมาโดยตลอด แต่ยังมีคนพยายามจะทำอยู่ ซึ่งไม่เข้าใจว่าสถาบันไปทำอะไรให้เดือดร้อน ตนพยายามจะคิดแบบที่เขาคิด แต่ก็คิดไม่ออก คิดไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นไม่เข้าใจเหมือนกัน/p pพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นให้นึกถึงว่าพระองค์ท่านทรงมีเมตตามาตลอด พระองค์ท่านไม่อยากให้มีการลงโทษอะไรต่างๆ ซึ่งกฎหมายนี้พระองค์ท่านไม่ได้เป็นคนออก แต่ทุกรัฐบาลเป็นคนออกกฎหมายนี้มา เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้เข้าใจด้วยว่า พระองค์ท่านใช้กฎหมายไม่ได้ พระองค์ท่านพระราชทานอำนาจทั้ง 3 อำนาจให้รัฐบาลเป็นผู้บริหาร เราก็ต้องปกป้องพระองค์ท่าน เราต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจรวมทั้งเร่งขยายผลโครงการตามแนวพระราชดำริ ตามหลักการทรงงานของพระองค์ท่านทุกพระองค์/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

28 ประชาสังคม ร้องถอนฟ้อง 5 นักวิชาการ คดีฝืนคำสั่ง คสช. ปมกิจกรรมในงานไทยศึกษา

Wed, 08/16/2017 - 16:20
p28 เครือข่ายองค์wbrกรภาคประชาชนออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัwbrฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถอนการแจ้งข้อกล่าวหาต่อ อ.ชยันต์และพวกทันที หลังถูกหมายเรียกคดีฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมือง ปมกิจกรรมชูป้ายข้อความว่า “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” ในงานไทยศึกษา/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style=text-align: center;img src=https://c1.staticflickr.com/5/4374/36558143526_e8d2026f7c.jpg //p p style=text-align: center;img src=https://c1.staticflickr.com/5/4383/36604296385_44512262ea.jpg //p p style=text-align: center;span style=color:#ff8c00;ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ (คนซ้ายมือ)/span/p p16 ส.ค.2560nbsp;จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกนักวิชาการและนักศึกษา 5 คน ประกอบด้วยnbsp;ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และยังเป็นประธานกรรมการและประธานฝ่ายวิชาการจัดงานประชุมไทยศึกษาครั้งที่ 13 ที่ จ.เชียงใหม่เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกคือ ธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโท คณะการสื่อสารมวลชน มช. และยังเป็นบรรณาธิการสำนักข่าวประชาธรรม, ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ, ชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกคณะสังคมศาสตร์ มช. และนลธวัช มะชัย นักศึกษาปริญญาตรีคณะการสื่อสารมวลชน มช. ซึ่งเป็นหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ลงวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น. จากกรณีเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในการประชุมวิชาการไทยศึกษาเมื่อเดือนที่ผ่านมา (a href=http://prachatai.org/journal/2017/08/72812อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม/a)/p pล่าสุดวันนี้ (16 ส.ค.60) เครือข่ายองค์wbrกรภาคประชาชน 28 องค์กร ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัwbrฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถอนการแจ้งข้อกล่าวหาต่ออาจารย์wbrชยันต์และพวกในทันที และรัฐหรือหน่วยงานใดๆจะต้องไม่wbrใช้อำนาจแห่งตนในการดำเนินคดีกัwbrบบุคคลใดที่ได้ใช้สิทธิwbrในการแสดงออกทางวิwbrชาการและแสดงออกทางความเห็นต่wbrางใดๆ อีกต่อไป/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class=note-box h3span style=color:#0000cd;แถลงการณ์จากชาวบ้าน-องค์wbrกรภาคประชาชน nbsp;กรณีการออกหมายเรียกนักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่/wbr/span/h3 p16nbsp; สิงหาคม 2560br /br /อาจารย์ดร.ชยันต์วรรธนะภูติ ได้รับหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูwbrธรช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ตามที่ได้มีพันเอกสืบสกุล บัวระวงศ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรัwbrกษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชีwbrยงใหม่ ไปแจ้งความกล่าวหาว่า ดร.ชยันต์ และพวกรวม 5 คน มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้wbrาคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่wbrงชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระหว่wbrางการประชุมนานาชาติไทยศึกษา ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งอีก 4 คน ที่ได้รับหมายเรียกจากกรณีดัwbrงกล่าวด้วย คือ นายนลธวัช มะชัย นักศึกษาปริญญาตรี นายธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโท นายชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นางภัควดี วีระภาสพงษ์br /br /พวกเราชาวบ้านจากพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย และองค์กรภาคประชาชนขอยืนยันว่าbr /br /1.nbsp;nbsp;nbsp; อาจารย์ชยันต์ คือ นักวิชาการที่ยืนอยู่เคียงข้wbrางประชาชนคนทุกข์wbrคนยากมาโดยตลอดชีวิตของอาจารย์br /2.nbsp;nbsp;nbsp; อาจารย์ชยันต์ เป็นผู้นำวิชาการมารับใช้สัwbrงคมเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้wbrางของสังคมไทยมาโดยตลอดbr /3.nbsp;nbsp;nbsp; การประชุมนานาชาติไทยศึกษา ซึ่งจัดขึ้นนั้น ไม่ใช่เป็นการมั่วสุมหรือชุมนุwbrมทางการเมือง แต่คือ เวทีวิชาการที่ให้ความเห็นต่wbrอประเด็นทางสังคมของประเทศไทย และประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกัwbrบประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นสิ่งสำคัญที่สังคมและรัwbrฐไทยควรรับฟังbr /4.nbsp;nbsp;nbsp; การแสดงออกของอาจารย์ชยันต์wbrและบุคคลตามหมายเรียกดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการ ที่เป็นการแสดงออกทางวิชาการเท่wbrานั้น หาใช่การมั่วสุมหรือชุมนุwbrมทางการเมืองแต่อย่างใดbr /5.nbsp;nbsp;nbsp; กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิwbrพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) ซึ่งไทยเป็นรัฐภาคีและให้สัwbrตยาบันไว้ ได้กำหนดให้ความคุ้มครองสิทธิwbrของบุคคลที่จะมีเสรีภาพด้าน ความเห็น การแสดงออก การสมาคม และการชุมนุม นอกจากนี้ คณะกรรมการแห่งสหประชาชาติซึ่wbrงดูแลการปฏิบัติตาม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิwbrทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights) ซึ่งไทยเป็นรัฐภาคีและได้ให้สัwbrตยาบันรับรองไว้เช่นกัน ก็ได้เคยเสนอแนะต่อรัฐบาลว่า เสรีภาพทางวิชาการซึ่งเป็นองค์wbrประกอบส่วนหนึ่งของสิทธิด้wbrานการศึกษา ครอบคลุมถึง “เสรีภาพของบุคคลที่wbrจะแสดงความเห็นอย่างเสรี เกี่ยวกับสถาบันหรือระบบที่wbrตนทำงานอยู่ด้วย รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่wbrของตนอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือความหวาดกลัวต่wbrอการปราบปรามจากรัฐหรือหน่wbrวยงานอื่นใด ความสามารถที่จะเข้าร่วมเป็wbrนสมาชิกขององค์กรทางวิชาการหรืwbrอหน่วยงานด้านวิชาชีพอื่นใด และการได้รับความคุ้มครองต่อสิwbrทธิมนุษยชนซึ่งเป็นที่ยอมรัwbrบในระดับสากลเช่นเดียวกับบุwbrคคลอื่นที่อยู่ในเขตอำนาจศาลเดีwbrยวกัน”br /br /ซึ่งรัฐไทยในฐานะรัฐภาคีและผู้wbrให้สัตยาบันจะต้องปฏิบัติตามให้wbrสอดคล้องกับกติกาทั้งสองฉบับดัwbrงกล่าวbr /br /พวกเราขอยืนยันว่า เสรีภาพทางวิชาการเป็นหนึ่wbrงในประเด็นที่รัฐจักต้wbrองเคารพและปกป้องสิทธิ นั้น ไม่ใช่ละเมิดสิทธิเสียเอง และเสรีภาพทางวิชาการย่อมหมายถึwbrงเสรีภาพของประชาชนที่ต้องได้รัwbrบความคุ้มครองnbsp;br /br /เราจึงขอเรียกร้องให้รัwbrฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถอนการแจ้งข้อกล่าวหาต่ออาจารย์wbrชยันต์และพวกในทันที และรัฐหรือหน่วยงานใดๆจะต้องไม่wbrใช้อำนาจแห่งตนในการดำเนินคดีกัwbrบบุคคลใดที่ได้ใช้สิทธิwbrในการแสดงออกทางวิwbrชาการและแสดงออกทางความเห็นต่wbrางใดๆอีกต่อไปbr /br /br /ลงนามโดยbr /1.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายประชาชนไทย 8nbsp; จังหวัดลุ่มน้ำโขงbr /2.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ จ.แพร่br /3.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่มอนุรักษ์ต้น้ำท่าแซะ จ.ชุมพรbr /4.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือbr /5.nbsp;nbsp;nbsp; สมาพันธ์กะเหรี่ยงแห่งสยามbr /6.nbsp;nbsp;nbsp; สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล (คสจ.)br /7.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่มกะเหรี่ยงภาคเหนือbr /8.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่มตะกอนยน จ.แพร่br /9.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายทรัพยากรลุ่มน้ำสาละวิwbrน จ.แม่ฮ่องสอนbr /10.nbsp;nbsp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือbr /11.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำโขง จ.อุบลราชธานีbr /12.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่มอนุรักษ์ป่าบ้านบุญเรือง จ.เชียงรายbr /13.nbsp;nbsp;nbsp; สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตbr /14.nbsp;nbsp;nbsp; สถาบันอ้อผะหญา (องค์กรสาธารณะประโยชน์)br /15.nbsp;nbsp;nbsp; สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือbr /16.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายชุมชนรักษ์ป่าลุ่มน้ำwbrแจ่มตอนบน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่br /17.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำภาคเหนืwbrอbr /18.nbsp;nbsp;nbsp; ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือbr /19.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายอนุรักษ์ทรัwbrพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำwbrโขงล้านนาbr /20.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่มรักษ์เชียงของbr /21.nbsp;nbsp;nbsp; ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อร่วมแก้wbrไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูงbr /22.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลับราชภัwbrฏเชียงราย กลุ่มแอทนอร์ทbr /23.nbsp;nbsp;nbsp; กลุ่ม The Mekong Butterflybr /24.nbsp;nbsp;nbsp; สมัชชา 9 เขื่อน 1แม่น้ำ จ.นครศรีธรรมราชbr /25.nbsp;nbsp;nbsp; มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชนbr /26.nbsp;nbsp;nbsp; สถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขงbr /27.nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่wbrงประเทศไทยbr /28.nbsp;nbsp;nbsp; มูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำwbrแบบบูรณาการ (ประเทศไทย)nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p /div pnbsp;/p div class=field field-type-link field-field-related-link div class=field-labelเรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class=field-items div class=field-item odd a href=/journal/2017/08/72812 target=_blankตร.ออกหมายเรียก 5 นักวิชาการ-น.ศ. ฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมือง ปมกิจกรรมในงานไทยศึกษา/a /div div class=field-item even a href=/journal/2017/08/72829 target=_blankฮิวแมนไรท์วอทช์ ร้องถอนฟ้อง 5 นักวิชาการ คดีฝืนคำสั่ง คสช. ปมกิจกรรมในงานไทยศึกษา/a /div /div /div div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ร้องถอนฟ้อง 5 นักวิชาการ คดีฝืนคำสั่ง คสช. ปมกิจกรรมในงานไทยศึกษา

Wed, 08/16/2017 - 15:51
pฮิวแมนไรท์วอทช์ แถลงเรียกร้องให้ทางการไทยถอนฟ้องทันที หลัง ตร.ออกหมายเรียก 5nbsp;นักวิชาการ-น.ศ.nbsp;ฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมือง ปมกิจกรรมชูป้ายข้อความว่า “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” ในงานไทยศึกษา/p p!--break--!--break--/p p style=text-align: center;img alt= src=https://c1.staticflickr.com/5/4302/35208688803_c90b0691f3_z.jpg style=width: 600px; height: 432px; //p p style=text-align: center;span style=color:#ff8c00;ภาพชูป้ายที่มีข้อความ “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” ที่มาภาพnbsp;/spana href=https://www.facebook.com/ThaiAcademicNetworkforCivilRights/posts/826972117466162span style=color:#ff8c00;เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง - คนส.nbsp;/span/a/p p16 ส.ค. 2560 จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกนักวิชาการและนักศึกษา 5 คน ประกอบด้วยnbsp;ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และยังเป็นประธานกรรมการและประธานฝ่ายวิชาการจัดงานประชุมไทยศึกษาครั้งที่ 13 ที่ จ.เชียงใหม่เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกคือ ธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโท คณะการสื่อสารมวลชน มช. และยังเป็นบรรณาธิการสำนักข่าวประชาธรรม, ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ, ชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกคณะสังคมศาสตร์ มช. และนลธวัช มะชัย นักศึกษาปริญญาตรีคณะการสื่อสารมวลชน มช. ซึ่งเป็นหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ลงวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากกรณีเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในการประชุมวิชาการไทยศึกษาเมื่อเดือนที่ผ่านมา (a href=http://prachatai.org/journal/2017/08/72812อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม/a)/p pล่าสุดnbsp;a href=https://www.hrw.org/th/news/2017/08/15/307887ฮิวแมนไรท์วอทช์/a แถลงเรียกร้องให้ทางการไทยถอนฟ้องในคดีดังกล่าว โดยทันทีnbsp;/p p“การเซ็นเซอร์ของรัฐบาลและการสอดแนมข้อมูลของกองทัพ ไม่ควรปรากฏขึ้นในที่ประชุมวิชาการ” แบรด อดัมส์ (Brad Adams) ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า การดำเนินคดีต่อผู้จัดการประชุมและผู้เข้าร่วม แสดงให้โลกเห็นว่ารัฐบาลทหารไทยดูถูกอย่างยิ่งต่อเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพด้านอื่นๆ/p divแถลงของฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุด้วยว่านับแต่ยึดอำนาจจากการทำรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เน้นย้ำว่า การแสดงความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางสังคม ทางการมักใช้กำลังเพื่อสั่งให้ยกเลิกการประชุมตามหมู่บ้าน การอภิปรายทางวิชาการ การสัมมนาในประเด็นต่าง ๆ และเวทีสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง โดยเฉพาะเมื่อเป็นการแสดงความเห็นต่างต่อนโยบายของคสช. หรือต่อสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย/div divnbsp;/div divบ่อยครั้งที่ทางคสช.ใช้อำนาจตามคำสั่งห้ามชุมนุมสาธารณะของบุคคลกว่าห้าคนและคำสั่งอื่น ๆ เพื่อเข้าแทรกแซงและปราบปราม โดยเป็นคำสั่งที่ห้ามไม่ให้สาธารณะวิพากษ์วิจารณ์ต่อระบอบปกครองของทหารไม่ว่าแง่มุมใด รัฐบาลทหารมองว่าบุคคลที่มักออกมาแสดงความคิดและความเห็นต่าง หรือแสดงความสนับสนุนต่อรัฐบาลพลเรือนที่ถูกขับไล่ออกจากอำนาจ ว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ และมักใช้อำนาจตามกฎหมายต่าง ๆ เพื่อจับกุมและดำเนินคดีต่อบุคคลเหล่านั้น/div divnbsp;/div divแถลงของฮิวแมนไรท์วอทช์ ระบุอีกว่า ในช่วงสามปีที่ผ่านมา นักกิจกรรม นักการเมือง ผู้สื่อข่าว และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหลายพันคน ได้ถูกจับกุมและนำตัวเข้าไปในค่ายทหารทั่วประเทศไทย เพื่อทำการสอบสวนในฐานะปรปักษ์กับรัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อขัดขวางไม่ให้มีการแสดงความเห็นต่าง และเป็นการบังคับให้บุคคลเหล่านั้นเปลี่ยนทัศนคติทางการเมือง หลายกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทางภาคเหนือของไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร/div divnbsp;/div divบุคคลที่ได้รับการปล่อยตัวจากการสอบสวน ซึ่งทางคสช.เรียกว่า “การปรับทัศนคติ” มักถูกบังคับให้ต้องลงชื่อในสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าจะยุติการแสดงความเห็นทางการเมืองใด ๆ ไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง หรือไม่ดำเนินการใด ๆ อันเป็นการต่อต้านระบอบปกครองของทหาร หากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเหล่านี้อาจส่งผลให้ถูกควบคุมตัวอีกครั้ง หรือถูกดำเนินคดีในข้อหาละเมิดคำสั่งคสช. ซึ่งอาจมีโทษจำคุกไม่เกินสองปี/div divnbsp;/div divกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) nbsp;ซึ่งไทยเป็นรัฐภาคี คุ้มครองสิทธิของบุคคลที่จะมีเสรีภาพด้านความเห็น การแสดงออก การสมาคม และการชุมนุม ทางคณะกรรมการแห่งสหประชาชาติซึ่งดูแลการปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights) ซึ่งไทยให้สัตยาบันรับรองเช่นกัน ได้เคยเสนอแนะต่อรัฐบาลว่า เสรีภาพทางวิชาการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของสิทธิด้านการศึกษา ครอบคลุมถึง “เสรีภาพของบุคคลที่จะแสดงความเห็นอย่างเสรี เกี่ยวกับสถาบันหรือระบบที่ตนทำงานอยู่ด้วย รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือความหวาดกลัวต่อการปราบปรามจากรัฐหรือหน่วยงานอื่นใด ความสามารถที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์กรทางวิชาการหรือหน่วยงานด้านวิชาชีพอื่นใด และการได้รับความคุ้มครองต่อสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เช่นเดียวกับบุคคลอื่นที่อยู่ในเขตอำนาจศาลเดียวกัน”/div divnbsp;/div div“นักวิชาการทั่วโลกควรร่วมกันเรียกร้องให้มีการถอนฟ้องข้อหาที่กุขึ้นมานี้ต่อศาสตราจารย์ชยันต์ และผู้เข้าร่วมการประชุมอีกสี่คนโดยทันที” อดัมส์ กล่าวพร้อมระบุด้วยว่าประเทศไทยกำลังเผชิญอนาคตที่มืดมน หากมีการเซ็นเซอร์การแสดงความเห็น มีการลงโทษต่อการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการ และมีการสั่งห้ามการอภิปรายทางการเมืองแม้แต่ในเขตมหาวิทยาลัย/div divnbsp;/div div class=field field-type-link field-field-related-link div class=field-labelเรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class=field-items div class=field-item odd a href=/journal/2017/08/72812 target=_blankตร.ออกหมายเรียก 5 นักวิชาการ-น.ศ. ฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมือง ปมกิจกรรมในงานไทยศึกษา/a /div /div /div div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

รองนายกฯ วิษณุ เผย กก.ปฏิรูป 11 ด้าน ไม่มีเงินเดือนแต่ได้เบี้ยประชุมราว 48,000 ต่อเดือน

Wed, 08/16/2017 - 11:49
pวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ในเรื่องค่าตอบแทนการทำงานว่า จะไม่มีการให้เงินเดือน มีเพียงแต่เบี้ยประชุม 6,000 บาทต่อครั้ง สัปดาห์หนึ่งประชุมไม่เกิน 2 ครั้ง เดือนหนึ่งประมาณ 48,000 บาท/p !--break--!--break-- p style=text-align: center;img alt= src=https://c2.staticflickr.com/4/3743/33170387806_bb6df262f8.jpg style=width: 500px; height: 333px; //p p16 ส.ค. 2560 เมื่อวานนี้ a href=http://www.tnamcot.com/view/5992eb6ee3f8e40ad263cf8fสำนักข่าวไทย/a รายงานว่า วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงค่าตอบแทนคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ว่า ครม.เห็นชอบค่าตอบแทนของคณะกรรมการปฏิรูป โดยจะให้เพียงแค่เบี้ยประชุม รายครั้ง ครั้งละ 6,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะประชุมสัปดาห์ละไม่เกิน 2 ครั้ง โดยหนึ่งเดือนจะได้รับเบี้ยประชุม 48,000 บาท และไม่มีเงินเดือนเนื่องจากเป็นแค่คณะกรรมการ จึงได้น้อยกว่าค่าตอบแทนของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม รายชื่อทั้งหมดที่ออกมาวันนี้มาจากภาคส่วนต่างๆ ที่เสนอเข้ามา และยังสามารถแต่งตั้งเพิ่มได้ให้ครบตามจำนวนที่กำหนดต่อไป ส่วนรายชื่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้น ต้องดำเนินการแต่งตั้งภายในสิ้นเดือนนี้ ขณะนี้มีรายชื่อเข้ามาแล้ว/p p style=text-align: center;img alt= src=https://c1.staticflickr.com/5/4439/36423935732_9a0d5a9a88.jpg style=width: 500px; height: 249px; //p h3span style=color:#0000ff;strongสำหรับรายชื่อคระกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านประกอบด้วย/strong/span/h3 pstrong1.ด้านการเมือง/strong/p pstrongเอนก เหล่าธรรมทัศน์ /strongประธานกรรมการ รวี ประจวบเหมาะ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง เป็นเลขานุการ ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรัฐมนตรี nbsp;พรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ nbsp;วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ อาจารย์รัฐศาสตร์ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก อดีต สปท. พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย อดีต สปท. นรรัตน์ พิมเสน อดีตเลขาธิการวุฒิสภา วันชัย สอนศิริ อดีต สปท. และ ฐะปานีย์ อาจารวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีnbsp;/p pstrong2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน/strong/p pstrongกฤษดา บุญราช/strong ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ สุรพงษ์ มาลี สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นเลขานุการ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตปลัดกระทรวง บัณฑูร ล่ำซำ nbsp;ภาคเอกชนประชาสังคม พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ อดีตปลัด กทม. วิบูลย์ สงวนพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เบญจวรรณ สร่างนิทร อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กานต์ ตระกูลฮุน ภาคเอกชน ประชาสังคม อาศิส อัญญะโพธิ์ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส และประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)/p pstrong3.ด้านกฎหมาย/strong/p pstrongบวรศักดิ์ อุวรรณโณ/strong อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน พีรพิชญ์ วงศ์วัฒนศานต์ กฤษฎีกา เป็นเลขานุการ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ที่ปรึกษากฎหมาย ภาคเอกชน nbsp;คำนูณ สิทธิสมาน อดีต สปท. สุขุมพงศ์ โง่นคำ อดีตรัฐมนตรี นันทวัฒน์ บรมานันท์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ สุดา วิศรุตพิชญ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ อดีต ส.ว. ประภาส คงเอียด รองปลัดกระทรวงการคลัง และ พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ/p pstrong4.ด้านกระบวนการยุติธรรม/strong/p pstrongอัชพร จารุจินดา/strong อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นประธานกรรมการ ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษา เป็นเลขานุการ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต สปท. nbsp;สราวุธ เบญจกุล รองเลขาฯ สำนักงานศาลยุติธรรม วันชัย รุจนวงศ์ อัยการ ว่าที่ร้อยตรี ถวัลย์ รุยาพร ทนายความ สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. ตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด และ พล.ท.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ/p pstrong5.ด้านเศรษฐกิจ/strong/p pstrongประสาร ไตรรัตน์วรกุล/strong อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานกรรมการ ปัทมา เธียรวิศิษฐ์สกุล เป็นเลขานุการ ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กอร์ปศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ) อิสระ ว่องกุศลกิจ อดีตประธานหอการค้า เทวินทร์ วงศ์วานิช ปตท. ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ เอกชน ทวีศักดิ์ กออนันตกูล อดีต ผอ.สวทช. สว่างธรรม เลาหทัย เอกชน ชาติศิริ โสภณพนิช เอกชน และสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม/p pstrong6.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม/strong/p pstrongรอยล จิตรดอน/strong ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) เป็นประธาน สาวลดาวัลย์ คำภา เป็นเลขานุการ บัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ สิ่งแวดล้อม ประชาสังคม ขวัญชัย ดวงสถาพร สิ่งแวดล้อม ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีต สปช. พล.อ.เอกชัย จันทร์ศรี ทรัพยากรธรรมชาติ สัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน ภาวิญญ์ เถลิงศรี ประชาสังคม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สิ่งแวดล้อม พล.ร.ออภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ทรัพยากรทางทะเล และธีรพัฒน์ ประยูรสิทธ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/p pstrong7.ด้านสาธารณสุข/strong/p pstrongนายแพทย์เสรี ตู้จินดา/strong อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานกรรมการ นายแพทย์ ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล อาจารย์ ม.มหิดล เป็นเลขานุการ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย แพทย์ สมชัย nbsp;จิตสุชน ระบบสาธารณสุข พาณิชย์ เจริญเผ่า แรงงาน นายแพทย์ พลเดช ปิ่นประทีป nbsp;นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อดีตอธิการบดี จุฬา ,สนช. นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อ.จุฬา/p pstrong8.ด้านสื่อสารมวลชน/strong/p pstrongจิรชัย มูลทองโร่ย/strong ปลัด สปน. เป็นประธานกรรมการ ปาริชาต สถาปิตานนท์ เลขานุการ พล.อ.อ. คณิต สุวรรณเนตร อดีต สปท. ธงชัย ณ นคร nbsp;สื่อมวลชน ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ สื่อมวลชน ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด สื่อมวลชน ร.อ.ประยุทธ เสาวคนธ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เสรี วงษ์มณฑา อาจารย์ กนกทิพย์ รชตะนันทน์ ความมั่นคง สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชน และ สมหมาย ปาริจฉัตต์ อดีตนายกสมาคมนักข่าวnbsp;/p pstrong9.ด้านสังคม/strong/p pstrongปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา/strong อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานกรรมการ ชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ เป็นเลขานุการ นายแพทย์อำพน จินดาวัฒนะ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ วัฒนธรรม ต่อพงศ์ เสลานนท์ สังคมวิเชียร ชวลิต อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วินัย ตะห์ลัน อาจารย์ nbsp;อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ประชาสังคม สมเดช นิลพันธุ์ อดีตอธิการบดี ม. ราชภัฎนครปฐม สุรินทร์ จิรวิศิษฐ์ อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน/อดีต สปท. พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล nbsp;กีฬา เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ประชาสังคม และไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์/p pstrong10.ด้านพลังงาน/strong/p pstrongพรชัย รุจิประภา /strongอดีตรัฐมนตรี/อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ กวิน ทังสุพานิช เป็นเลขานุการ เสมอชัย ศุขสุเมฆ กองทุนพลังงาน มนูญ ศิริวรรณ พลังงาน ดุสิต เครืองาม พลังงานทดแทน บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีต สปท./พลังงาน สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ พลังงานไฟฟ้า และ ดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ/p pstrong11.ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ/strong/p pstrongปานเทพ กล้าณรงค์ราญ/strong อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานกรรมกา ประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาฯ ป.ป.ช. พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีต สปท. เจษฎ์ โทณะวนิก อาจารย์ เพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มานะ นิมิตรมงคล เอกชน วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. วิชัย อัศรัสกร เอกชน พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ อดีต ส.ว. อนุสิษฐ คุณากร nbsp;อดีต ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อุทิศ ขาวเธียร สำนักงาน ป.ป.ช./p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

แอมเนสตี้ฯ แถลงชี้คำพิพากษาคดีไผ่ ดาวดิน ทำให้เห็นแนวทางสุดโต่งของรัฐไทย

Wed, 08/16/2017 - 02:38
!--break--!--break-- p style=text-align: center;img alt= src=https://c1.staticflickr.com/9/8171/8029493419_d3f0f58763.jpg style=width: 500px; height: 375px; //p p16 ส.ค. 2560 จากกรณีศาลจังหวัดขอนแก่นอ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนักกิจการทางสังคมการเมือง ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากกรณีการแชร์รายงานจากเว็บไซต์ BBC Thai เรื่อง “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559 (ปัจจุบันรายงานดังกล่าวถูกปิดกั้นการเข้าถึงโดยกระทรวงดิจิตัล เศรษฐกิจและสังคม) พร้อมกับคัดลอกเนื้อหาตอนหนึ่งในรายงานลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยศาลได้อ่านคำพิพากษา สั่งจำคุกเป็นเวลา 5 ปี แต่เนื่องจากจำเลยยอมสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 6 เดือน ทั้งนี้ไผ่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดจังหวัดขอนแก่นมาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 จนถึงวันรับสารภาพ 15 ส.ค. 2560 เป็นระยะเวลา 237 วันโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว/p pต่อกรณีดังกล่าว แอสเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล โดย โจเซฟ เบเนดิกต์ รองผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ สำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แสดงความคิดเห็นต่อคำพิพากษาในคดีดังกล่าวว่า สะท้อนให้เห็นแนวทางสุดโต่งของทางการไทย ซึ่งพร้อมจะใช้กฎหมาย เพื่อห้ามการแลกเปลี่ยนความเห็นโดยปราศจากความรุนแรง ทั้งยังเห็นว่าไผ่ ไม่ควรขึ้นศาลตั้งแต่ต้น และไม่ควรถือว่าการรับสารภาพเป็นการยอมรับว่าทำผิดทางอาญา พร้อมเรียกร้องปล่อยตัวทันทีโดยไม่เงื่อนไข และประเทศไทยต้องหยุดใช้สถาบันตุลาการเพื่อคุกคาม ลงโทษจำคุกนักกิจกรรมที่ทำงานอย่างสันติ/p table cellspacing=1 cellpadding=1 border=1 tbody tr tdbr / pstrongประเทศไทย: คำพิพากษาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา/strong/p pจากกรณีที่ศาลตัดสินว่า นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมที่เป็นนักศึกษาที่ทำงานส่งเสริมประชาธิปไตย มีความผิด และลงโทษจำคุกสองปีครึ่ง เนื่องจากละเมิดกฎมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย กรณีแชร์บทความจากเว็บไซต์ BBC ในเฟซบุ๊กของตนเอง/p pโจเซฟ เบเนดิกต์ (Josef Benedict) รองผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ สำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “คำพิพากษานี้สะท้อนให้เห็นแนวทางสุดโต่งของทางการ ซึ่งพร้อมจะใช้กฎหมาย เพื่อห้ามการแลกเปลี่ยนความเห็นโดยปราศจากความรุนแรง รวมทั้งการใช้เฟซบุ๊ก เป็นเรื่องน่าสะเทือนใจอย่างยิ่งที่ไผ่ ดาวดินถูกกักขังในเรือนจำรวมเป็นเวลาสองปีกว่า เพียงเพราะการแชร์ข่าวชิ้นเดียว” “ไผ่ ดาวดินไม่ควรต้องขึ้นศาลตั้งแต่ต้น และไม่ควรถือว่าการสารภาพนี้ เป็นการยอมรับว่ากระทำผิดทางอาญา ซึ่งศาลไทยมักลดโทษกึ่งหนึ่งให้กับจำเลยที่ยอมสารภาพผิดในคดีเช่นนี้เสมอ/p pไผ่ ดาวดินต้องได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข” “ประเทศไทยต้องหยุดใช้สถาบันตุลาการเพื่อคุกคามและลงโทษจำคุกนักกิจกรรมที่ทำงานอย่างสันติ และให้ปฏิบัติตามพันธรกรณีระหว่างประเทศ รวมทั้งการเคารพเสรีภาพในการแสดงออกอย่างจริงจัง”/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

ครม.เคาะชื่อ กก.ปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน อดีต 'สปท.-ส.ว.-ข้าราชการ-ทหาร' นั่งเต็ม

Tue, 08/15/2017 - 21:29
pครม.เคาะรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน คาดแผนปฏิรูปประเทศจะแล้วเสร็จภายใน เม.ย.ปี 2561 พบกับคนคุ้นเคยเช่น ถวิล วันชัย บวรศักดิ์ เอนก คำนูณ คุณหญิงพรทิพย์ nbsp;เสรี วงษ์มณฑา nbsp;สุทธิชัย หยุ่น ปานเทพ nbsp;พะจุณณ์ ฯลฯ/p div !--break--!--break--/div p style=text-align: center;img src=https://c1.staticflickr.com/5/4439/36423935732_9a0d5a9a88.jpg //p p style=text-align: center;span style=color:#ff8c00;บุคคลมีชื่อเสียงบางส่วนที่มีชื่อติดในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ/span/p p15 ส.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ทั้ง 11 คณะ ตาม พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ที่กำหนดให้แต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หลัง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ โดยให้คณะกรรมการฯ ทั้ง 11 คณะ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (15 ส.ค.) เป็นต้นไป โดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ จะมีจำนวน คณะละ 15 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 165 คน ซึ่งวันนี้ (15 ส.ค.) ครม.เห็นชอบแล้ว 120 คน เหลืออีก 45 คน จะแต่งตั้งในโอกาสต่อไป/p pพล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 คณะ ยึดถือตามข้อกำหนดที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบไว้ คือ จะพยายามให้มีข้าราชประจำน้อยที่สุด หากมีข้าราชการประจำ ก็จะเป็นข้าราชการประจำที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้มีเวลาทำงานได้มากขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการทั้ง 11 คณะ จะแยกกันทำหน้าที่ในการยกร่างแผนการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้าน และนำแผนทั้ง 11 ด้านมารวมกันเป็นแผนปฏิรูปของชาติ ซึ่งคาดว่าแผนปฏิรูปประเทศจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนปี 2561 และแผนดังกล่าวไม่ต้องนำเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และไม่ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯnbsp;/p pพล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ได้กำหนดการทำงานไว้อย่างชัดเจนว่าต้องมีการกำหนดหัวข้อการปฏิรูป พร้อมทั้งระบุกลไก ขั้นตอน วิธีการ งบประมาณ ผลลัพธ์ในแต่ละด้าน ตัวชี้วัด และผลสัมฤทธิ์ภายใน 5 ปี รวมถึงการออกกฎหมายเพื่อให้กลไกต่าง ๆ เดินไปได้/p p“จากนั้นคณะกรรมการทั้ง 11 คณะ จะต้องติดตามการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สภาฯ ศาล กระทรวง ทบวงกรม หน่วยงานอิสระ ทุกคนถูกติดตามโดยคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 คณะ เสร็จแล้วจะต้องทำรายงานเสนอ ครม. นำเสนอให้ประชาชนและให้สภาฯ รับทราบด้วยว่าได้ติดตามกรทำงานแต่ละส่วนแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าดูตามนี้จะเห็นว่าภารกิตเขาคุ้มค่ากับการตั้งเป็นคณะกรรมการฯ มีอายุการทำงาน 5 ปี และคำถามยอดฮิต คือ ถ้าตรวจพบว่าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่เอ่ยชื่อมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานอิสระ ศาล สภาฯ กระทรวงทบวงกรม เขาไม่ทำ จะทำอย่างไร ก็ให้มีการเจรจาพูดคุยกับหน่วยงานนั้น เพื่อขอทราบเหตุผลว่าทำไมไม่ทำ ต้องอธิบายให้ชัดเจน ถ้ามีเหตุผลรับฟังได้ ปรับแก้ไขได้ ก็ว่าไป แต่ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสม ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ก็ให้รายงานให้นายกฯ ทราบหรือรายงานให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในทางการบริหารดำเนินการกับหน่วยงานนั้น ๆ ได้” พล.ท.สรรเสริญ กล่าวnbsp;/p pสำหรับรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ทั้ง 11 คณะ ประกอบด้วยnbsp;/p p1.ด้านการเมือง เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ nbsp;รวี ประจวบเหมาะ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง เป็นเลขานุการ ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรัฐมนตรี nbsp;พรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ nbsp;วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ อาจารย์รัฐศาสตร์ พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก อดีต สปท. พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย อดีต สปท. นรรัตน์ พิมเสน อดีตเลขาธิการวุฒิสภา วันชัย สอนศิริ อดีต สปท. และ ฐะปานีย์ อาจารวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีnbsp;/p p2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน กฤษดา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ สุรพงษ์ มาลี สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นเลขานุการ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตปลัดกระทรวง บัณฑูร ล่ำซำ nbsp;ภาคเอกชนประชาสังคม พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ อดีตปลัด กทม. วิบูลย์ สงวนพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เบญจวรรณ สร่างนิทร อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กานต์ ตระกูลฮุน ภาคเอกชน ประชาสังคม อาศิส อัญญะโพธิ์ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส และประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)/p p3.ด้านกฎหมาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน พีรพิชญ์ วงศ์วัฒนศานต์ กฤษฎีกา เป็นเลขานุการ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ที่ปรึกษากฎหมาย ภาคเอกชน nbsp;คำนูณ สิทธิสมาน อดีต สปท. สุขุมพงศ์ โง่นคำ อดีตรัฐมนตรี นันทวัฒน์ บรมานันท์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ สุดา วิศรุตพิชญ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ อดีต ส.ว. ประภาส คงเอียด รองปลัดกระทรวงการคลัง และ พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ/p p4.ด้านกระบวนการยุติธรรม อัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นประธานกรรมการ ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษา เป็นเลขานุการ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต สปท. nbsp;สราวุธ เบญจกุล รองเลขาฯ สำนักงานศาลยุติธรรม วันชัย รุจนวงศ์ อัยการ ว่าที่ร้อยตรี ถวัลย์ รุยาพร ทนายความ สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. ตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด และ พล.ท.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ/p p5.ด้านเศรษฐกิจ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานกรรมการ ปัทมา เธียรวิศิษฐ์สกุล เป็นเลขานุการ ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กอร์ปศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ) อิสระ ว่องกุศลกิจ อดีตประธานหอการค้า เทวินทร์ วงศ์วานิช ปตท. ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ เอกชน ทวีศักดิ์ กออนันตกูล อดีต ผอ.สวทช. สว่างธรรม เลาหทัย เอกชน ชาติศิริ โสภณพนิช เอกชน และสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม/p p6.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) เป็นประธาน สาวลดาวัลย์ คำภา เป็นเลขานุการ บัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ สิ่งแวดล้อม ประชาสังคม ขวัญชัย ดวงสถาพร สิ่งแวดล้อม ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีต สปช. พล.อ.เอกชัย จันทร์ศรี ทรัพยากรธรรมชาติ สัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน ภาวิญญ์ เถลิงศรี ประชาสังคม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สิ่งแวดล้อม พล.ร.ออภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ทรัพยากรทางทะเล และธีรพัฒน์ ประยูรสิทธ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์/p p7.ด้านสาธารณสุข นายแพทย์เสรี ตู้จินดา อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานกรรมการ นายแพทย์ ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล อาจารย์ ม.มหิดล เป็นเลขานุการ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย แพทย์ สมชัย nbsp;จิตสุชน ระบบสาธารณสุข พาณิชย์ เจริญเผ่า แรงงาน นายแพทย์ พลเดช ปิ่นประทีป nbsp;นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อดีตอธิการบดี จุฬา ,สนช. นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อ.จุฬา/p p8.ด้านสื่อสารมวลชน จิรชัย มูลทองโร่ย ปลัด สปน. เป็นประธานกรรมการ ปาริชาต สถาปิตานนท์ เลขานุการ พล.อ.อ. คณิต สุวรรณเนตร อดีต สปท. ธงชัย ณ นคร nbsp;สื่อมวลชน ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ สื่อมวลชน ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด สื่อมวลชน ร.อ.ประยุทธ เสาวคนธ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เสรี วงษ์มณฑา อาจารย์ กนกทิพย์ รชตะนันทน์ ความมั่นคง สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชน และ สมหมาย ปาริจฉัตต์ อดีตนายกสมาคมนักข่าวnbsp;/p p9.ด้านสังคม ปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานกรรมการ ชุตินาฎ วงศ์สุบรรณ เป็นเลขานุการ นายแพทย์อำพน จินดาวัฒนะ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ วัฒนธรรม ต่อพงศ์ เสลานนท์ สังคมวิเชียร ชวลิต อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วินัย ตะห์ลัน อาจารย์ nbsp;อโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ประชาสังคม สมเดช นิลพันธุ์ อดีตอธิการบดี ม. ราชภัฎนครปฐม สุรินทร์ จิรวิศิษฐ์ อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน/อดีต สปท. พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล nbsp;กีฬา เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ประชาสังคม และไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์/p p10.ด้านพลังงาน พรชัย รุจิประภา nbsp;อดีตรัฐมนตรี/อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ กวิน ทังสุพานิช เป็นเลขานุการ เสมอชัย ศุขสุเมฆ กองทุนพลังงาน มนูญ ศิริวรรณ พลังงาน ดุสิต เครืองาม พลังงานทดแทน บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีต สปท./พลังงาน สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ พลังงานไฟฟ้า และ ดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ/p p11.ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานกรรมกา ประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาฯ ป.ป.ช. พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีต สปท. เจษฎ์ โทณะวนิก อาจารย์ เพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มานะ นิมิตรมงคล เอกชน วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. วิชัย อัศรัสกร เอกชน พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ อดีต ส.ว. อนุสิษฐ คุณากร nbsp;อดีต ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อุทิศ ขาวเธียร สำนักงาน ป.ป.ช.nbsp;/p pนอกจากนี้ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะที่คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คาดว่าจะมีการแต่งตั้งและเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยจะมีคณะกรรมการย่อย 6-7 คณะ รวมประมาณ 90-100 คน./p pที่มา : a href=http://www.tnamcot.com/view/5992d222e3f8e40ad163bbf1สำนักข่าวไทย/a/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

ทนายความเผย ไผ่ ดาวดิน รับสารภาพเพราะกระบวนการยุติธรรมที่ปิดลับ

Tue, 08/15/2017 - 20:33
pศาลพิพากษาคดี ไผ่ ดาวดิน แชร์รายงานจาก BBC Thai ผิด ม.112 สั่งจำคุก 5 ปี แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ทนายฯเผยเหตุที่รับสารภาพเพราะ ไผ่ หวังจะสู้คดีในศาลอย่างเปิดเผย เพื่อให้สังคมได้รับรู้ แต่ศาลสั่งพิจารณาคดีลับ/p p!--break--!--break--/p p style=text-align: center;img alt= src=https://c1.staticflickr.com/1/505/32240158902_95bfc448fd.jpg style=width: 500px; height: 281px; //p p15 ส.ค. 2560 เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานว่า ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้อ่านคำพิพากษาคดีของ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนักกิจกรรมทางสังคมการเมือง กรณีการแชร์รายงานพิเศษจากเว็บไซต์ BBC Thai เรื่อง “พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย พร้อมกับคัดลอกเนื้อหาตอนหนึ่งในรายงานลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาสั่งจำคุก 5 ปี ตามฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษลงกึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือน/p pสำหรับการรับสารภาพ กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวกับประชาไทว่า ได้มีการปรึกษากับไผ่ และครอบครัวมาก่อนหน้านี้ โดยคณะทนายความให้ความเคารพต่อตัวลูกความไม่เข้าไปแทรกแซงการตัดสินใจใดๆ จากที่ได้ปรึกษาพูดคุยล่าสุด ไผ่มีความเห็นว่า คดีดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นความไม่เป็นธรรมในสังคมจึงเลือกที่จะต่อสู้อย่างเปิดเผยในศาลเพื่อที่จะให้สังคมได้รับรู้ แต่เมื่อศาลใช้อำนาจสั่งให้เป็นการพิจารณาคดีลับ ไผ่จึงเห็นว่ากระบวนการพิจารณาคดีดังกล่าวไม่บรรลุผลในการชี้ให้สังคมได้เห็นถึงกระบวนการทางกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมได้ และในอีกส่วนหนึ่งก็คือไผ่ต้องการให้ประเด็นความขัดแย้งในกรณีดังกล่าวสิ้นสุดลง/p pนายจตุภัทร์คิดในแง่ว่า ยอมรับว่าข้อความบางส่วนจากบทความบีบีซีไทย มีเนื้อหาตามที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา แต่การแชร์บทความนั้นออกไป เพียงแสดงให้เห็นว่าต่างชาติคิดอย่างไร ไม่ได้ชี้ถูก หรือผิด หรือเห็นด้วยกับบทความนั้น ซึ่งหากเนื้อหาไม่เป็นความจริง รัฐบาลก็ชี้แจงไป กฤษฎางค์ กล่าวกับ a href=http://www.bbc.com/thai/thailand-40933040BBC Thai/a/p pสำหรับกระบวนการในวันนี้ศาลจังหวัดขอนแก่นได้เบิกตัวไผ่ มายังศาลเพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบพยานฝ่ายโจทก์เป็นวันที่ 3 ต่อจากวันที่ 3 และ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่ในช่วงสายวันนี้ไผ่ได้ตัดสินใจรับสารภาพก่อน ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาทันทีในช่วงบ่าย ทั้งนี้ไผ่ถูกควบคุมตัวอยู่ในทัณฑสถานบำบัดจังหวัดขอนแก่นตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 จนกระทั่งวันนี้นับเป็นระยะเวลา 237 วัน/p pemหมายเหตุ: มีการอัพเดทข้อมูลเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2560 เวลา 14.55 น./em/p table cellspacing=1 cellpadding=1 border=1 tbody tr td p style=text-align: center;strongเกี่ยวกับ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน /strong/p p‘ไผ่ ดาวดิน’ หรือนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาและนักกิจกรรมที่เริ่มเป็นที่รู้จักจากการต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการโครงการพัฒนาต่าง ๆ ในภาคอีสาน ในช่วงหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 nbsp;ไผ่และเพื่อนเคยชู 3 นิ้วพร้อมใส่เสื้อที่เรียงกันเป็นข้อความว่า “ไม่เอารัฐประหาร” ต่อหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช.ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่นbr /br /ในปีต่อมาไผ่และกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาดาวดินก็ได้จัดกิจกรรมรำลึก 1 ปี รัฐประหารที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น ก่อนที่จะลงมาร่วมกับกลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ชุมนุมต่อต้าน คสช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ จนเป็นเหตุให้ถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีและถูกจับขังอยู่ในเรือนจำ/p pต่อมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ไผ่ และกลุ่มกิจกรรมใน ม.ขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพฯ เพื่อรณรงค์เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นประชามติ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จนถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง หน.คสช. หลังจากนั้นไผ่และเพื่อนอีก 1 คนยังได้ไปแจกเอกสารรณรงค์ประชามติ ที่ จ.ชัยภูมิ จนเป็นเหตุให้ถูกแจ้งข้อหากระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี/p pเหล่านี้คือเหตุการณ์ที่ทำให้ไผ่ถูกจับกุมและดำเนินคดีช่วงหลังรัฐประหาร ซึ่งนับรวมการจับกุมและดำเนินคดีในครั้งนี้ถือได้ว่าไผ่ถูกจับกุมทั้งหมด 5 ครั้ง และถูกดำเนินคดี 5 คดี/p pในส่วนคดีของนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน เกิดจากการเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 โดย พ.ท. พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 จากการที่จตุภัทร์ ได้แชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559 ซึ่งมีผู้แชร์บทความดังกล่าวประมาณ 2,800 ครั้ง แต่มีจตุภัทร์เพียงคนเดียวที่ถูกจับกุมดำเนินคดี โดยในวันที่ 3 ธ.ค. 2559 จตุภัทร์ ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดชัยภูมิ ขณะกำลังร่วมขบวนธรรมยาตรา กับพระไพศาล วิสาโล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดขอนแก่น/p pต่อมาในวันที่ 4 ธ.ค. 2559 ศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยทนาย พร้อมนายประกันได้ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท และให้เหตุผลไว้ในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า จตุภัทร์ เป็นผู้ต่องหาคดีการเมืองอยู่ 4 คดี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี อีกทั้งในวันที่ 8 ธ.ค. ผู้ต้องหามีสอบเป็นวิชาสุดท้าย หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวจะส่งผลให้เขาเรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว/p pต่อมาในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ที่ขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหา ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว จึงสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ทั้งยังเห็นว่านายประกัน ซึ่งเป็นบิดา ไม่ได้ทำการห้ามปราบการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด/p pศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลได้มีคำสั่งกำชับให้นายประกัน, ผู้ต้องหาให้มาศาลตามนัด ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานในคดี หรือก่อความเสียหายใดๆ หลังปล่อยตัวชั่วคราว หากผิดนัด ผิดเงื่อนไข ศาลอาจถอนประกันและอาจไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีก และภายหลังปล่อยตัวชั่วคราว ได้ความจากทางไต่สวนว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้ในสื่อสังคมออนไลน์บนเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กับทั้งผู้ต้องหาได้แสดงออกถึงพฤติกรรมในสื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งผู้ต้องหายังมีแนวโน้มจะกระทำการในลักษณะเช่นนี้ต่อไปอีก ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีอายุ 25 ปี ย่อมรู้ดีว่า การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล จึงฟังได้ความตามคำร้องว่า ผู้ต้องหาได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายภายหลังการปล่อยตัวชั่วคราว ประกอบกับนายประกันผู้ต้องหาไม่ได้กำชับหรือดูแลให้ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลที่มีคำสั่ง จนก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าว จึงให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา หมายขังผู้ต้องหา ตรวจคืนหลักประกันให้นายประกัน/p pต่อมาวันที่ 10 ก.พ. 2560 ศาลได้รับฟ้องคดีดังกล่าว พร้อมไต่สวนคำให้การของจตุภัทร์ โดยเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะสู้คดี โดยในวันนั้นศาลได้ใช้อำนาจสั่งขังเขาต่อไประหว่างการพิจารณาคดี และได้นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 21 มี.ค. 2560 ทั้งนี้อัยการโจทก์ได้ระบุในคำฟ้องด้วยว่า/p pอนึ่ง หากจำเลยขอปล่อยตัวชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นการกระทำต่อพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งและเทิดทูนของประชาชน และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี/p pทั้งนี้จตุภัทร์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัด จังหวัดขอนแก่น มาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2560 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษาnbsp; หลังจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ทนายความเข้ายื่นอุทธรณ์ เพื่อคัดค้านคำสั่งศาลจังหวัดขอนแก่นลงวันที่ 21 มี.ค. 2560 ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวจตุภัทร์ และล่าสุดได้มีการยื่นประกันตัวอีกครั้งเพื่อวันที่ 8 พ.ค. 2560 แต่ศาลยังคงยืนยันคำสั่งเดิม/p pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานว่า ในคดีนี้ อัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุภัทร์ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น เป็นคดีหมายเลขดำที่ 301/2560 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 และ 14 (3) โดยจตุภัทร์ให้การปฏิเสธ และศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 3-4, 15-17 ส.ค. 2560 สืบพยานจำเลยในวันที่ 30-31 ส.ค. และ 5-7 ก.ย. 2560 ในชั้นสอบสวน จตุภัทร์เคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลา 18 วัน แต่ถูกถอนประกันจากการที่ยังโพสต์แสดงความเห็นในโซเชียลมีเดีย หลังถูกถอนประกัน ทนายความได้ยื่นประกันจตุภัทร์ รวม 9 ครั้ง และอุทธรณ์รวม 2 ครั้ง แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอีกเลย/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

ตร.ออกหมายเรียก 5 นักวิชาการ-น.ศ. ฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมือง ปมกิจกรรมในงานไทยศึกษา

Tue, 08/15/2017 - 13:05
pตำรวจ สภ.ช้างเผือก เชียงใหม่ ออกหมายเรียก 5nbsp;นักวิชาการ-น.ศ.nbsp;ฝืนคำสั่งชุมนุมทางการเมือง ปมกิจกรรมชูป้ายข้อความว่า “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” ในงานไทยศึกษา/p p!--break--!--break--/p pnbsp;/p p style=text-align: center;img src=https://c1.staticflickr.com/5/4429/35770959183_c01268d6a6_o.jpg //p p style=text-align: center;span style=color:#ff8c00;หมายเรียก (ที่มาภาพ/spana href=http://www.tlhr2014.com/th/?p=4886span style=color:#ff8c00;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/span/aspan style=color:#ff8c00;)/span/p p15 ส.ค. 2560 a href=http://www.tlhr2014.com/th/?p=4886ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/a รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกนักวิชาการและนักศึกษา 5 คน ประกอบด้วยnbsp;ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคศึกษาด้านสังคมศาสตร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และยังเป็นประธานกรรมการและประธานฝ่ายวิชาการจัดงานประชุมไทยศึกษาครั้งที่ 13 ที่ จ.เชียงใหม่เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกคือ ธีรมล บัวงาม นักศึกษาปริญญาโท คณะการสื่อสารมวลชน มช. และยังเป็นบรรณาธิการสำนักข่าวประชาธรรม, ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลและนักเขียนอิสระ, ชัยพงษ์ สำเนียง นักศึกษาปริญญาเอกคณะสังคมศาสตร์ มช. และนลธวัช มะชัย นักศึกษาปริญญาตรีคณะการสื่อสารมวลชน มช. ซึ่งเป็นหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก ลงวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้าคสช. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากกรณีเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในการประชุมวิชาการไทยศึกษาเมื่อเดือนที่ผ่านมา/p pหมายเรียกระบุชื่อผู้กล่าวหาได้แก่ พ.อ.สืบสกุล บัวระวงศ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดเชียงใหม่ และรองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้มอบอำนาจให้ ร.ท.เอกภณ แก้วศิริ มาเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ โดยมี ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เขื่อนแก้ว รองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรช้างเผือกเป็นผู้ออกหมายเรียก หมายเรียกระบุให้ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 23 ส.ค.นี้ แต่มีการแก้วันนัดเข้าพบด้วยปากกาใหม่เป็นวันที่ 15 ส.ค. 2560 เวลา 10.00 น./p pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า เบื้องต้นในวันนี้ (15 ส.ค.60) ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ ได้เข้ายื่นหนังสือขอเลื่อนวันเข้านัดรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนออกไป เนื่องจากหมายเรียกดังกล่าวได้กำหนดวันนัดอย่างกระชั้นชิด และ ธีรมล ยังติดภารกิจในวันนี้ ขณะที่ผู้ต้องหารายอื่นๆ ก็ยังไม่ได้รับหมายเรียก โดยมีรายงานว่ามีเพียงดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ได้รับหมายเรียกดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา ทางพนักงานสอบสวนสภ.ช้างเผือกได้อนุญาตให้เลื่อนไปรับทราบข้อกล่าวหาได้ แต่ที่ประชุมคณะกรรมการพนักงานสอบสวนในคดีนี้ระบุให้เลื่อนไปไม่เกินวันที่ 21 ส.ค.นี้ และให้ทางทนายความประสานการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันดังกล่าวต่อไป/p pสำหรับงานประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษา nbsp;ที่จ.เชียงใหม่ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 15-18 ก.ค. 2560 ในระหว่างการจัดงาน ทางชุมชนนักวิชาการนานาชาติได้อ่านa href=https://www.prachatai.com/journal/2017/07/72440แถลงการณ์/anbsp;“ขอคืนพื้นที่ความรู้และสิทธิเสรีภาพของพลเมืองในสังคมไทย” เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา/p p style=text-align: center;nbsp;/p p style=text-align: center;img alt= src=https://c1.staticflickr.com/5/4302/35208688803_c90b0691f3_z.jpg style=width: 500px; height: 360px; //p p style=text-align: center;span style=color:#ff8c00;ภาพชูป้ายที่มีข้อความ “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” ที่มาภาพnbsp;/spana href=https://www.facebook.com/ThaiAcademicNetworkforCivilRights/posts/826972117466162span style=color:#ff8c00;เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง - คนส.nbsp;/span/a/p pนอกจากนั้นในวันที่ 18 ก.ค.60 ยังมีนักกิจกรรมและนักศึกษานำป้ายที่มีข้อความ “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” มาติดบริเวณหน้าห้องสัมมนาวิชาการ เนื่องจากเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐนอกเครื่องแบบเข้ามาบันทึกกิจกรรมต่างๆ ในงานโดยไม่มีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานและไม่ได้ขออนุญาตผู้จัดงาน โดยที่ระหว่างทีป้ายดังกล่าวติดอยู่ ได้มีผู้ร่วมถ่ายรูปกับป้ายดังกล่าวเป็นจำนวนมากด้วย/p divภายหลังการจัดงาน ได้ปรากฏหนังสือของ พุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทำหนังสือโทรสารในราชการกรมปกครอง รายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องความเคลื่อนไหวในงานประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษา โดยรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 60 ได้มีนักวิชาการ นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางสังคม จำนวน 6 คน ได้เดินทางมาชูป้ายข้อความว่า “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” โดยใช้สถานที่ภายในห้องประชุมสัมมนาและด้านหน้าห้องประชุมเป็นสถานที่ถ่ายภาพ พร้อมกับระบุว่าทางจังหวัดเชียงใหม่ โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จะเชิญนักวิชาการ 3 คนเข้าพบเพื่อชี้แจง และขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป แต่ภายหลังจากนั้นก็ยังไม่มีการเรียกตัวใดๆ เกิดขึ้น จนกระทั่งมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหา 5 รายดังกล่าว/div divnbsp;/div pnbsp;/p div class=field field-type-link field-field-related-link div class=field-labelเรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class=field-items div class=field-item odd a href=/journal/2017/07/72468 target=_blankทหารจ่อเรียกนักวิชาการเข้าพบ หลังชูป้าย ‘เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร’/a /div /div /div div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor

ทนายความเผย ไผ่ ดาวดิน เตรียมรับสารภาพคดีแชร์รายงานBBC Thai เรื่องพระราชประวัติ ร.10

Tue, 08/15/2017 - 12:41
pทนายความเผย ไผ่ ดาวดิน เตรียมรับสารภาพคดี 112 จากการแชร์รายงาน พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย จากเว็บไซต์ BBC Thai โดยศาลจังหวัดขอนแก่นจะอ่านคำพิพากษาบ่ายนี้/p !--break--!--break-- p15 ส.ค. 2560 a href=http://www.bbc.com/thai/thailand-40933040?ocid=socialflow_facebookBBC Thai/a รายงานว่า กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะทนายความของ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ไผ่ ดาวดิน จะตัดสินใจรับสารภาพในคดีที่ถูกอัยการจังหวัดขอนแก่นยื่นฟ้องในความผิดตาม ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 112 จากการแชร์บทความเรื่อง พระราชประวัติกษัตริย์พระองค์ใหม่ของไทย ของเว็บไซต์บีบีซีไทย ไว้บนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยฤษฎางค์ เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นจะมีคำพิพากษาในบ่ายวันนี้/p table cellspacing=1 cellpadding=1 border=1 tbody tr td pสำหรับประมวลกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี/p /td /tr /tbody /table h3 style=text-align: center;img alt= src=https://c1.staticflickr.com/1/505/32240158902_95bfc448fd.jpg style=width: 500px; height: 281px; //h3 h3span style=color:#0000ff;strongเกี่ยวกับ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน /strong/span/h3 p‘ไผ่ ดาวดิน’ หรือนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษาและนักกิจกรรมที่เริ่มเป็นที่รู้จักจากการต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการโครงการพัฒนาต่าง ๆ ในภาคอีสาน ในช่วงหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 nbsp;ไผ่และเพื่อนเคยชู 3 นิ้วพร้อมใส่เสื้อที่เรียงกันเป็นข้อความว่า “ไม่เอารัฐประหาร” ต่อหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช.ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่นbr /br /ในปีต่อมาไผ่และกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาดาวดินก็ได้จัดกิจกรรมรำลึก 1 ปี รัฐประหารที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น ก่อนที่จะลงมาร่วมกับกลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ชุมนุมต่อต้าน คสช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ จนเป็นเหตุให้ถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีและถูกจับขังอยู่ในเรือนจำ/p pต่อมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ไผ่ และกลุ่มกิจกรรมใน ม.ขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมพูดเพื่อเสรีภาพฯ เพื่อรณรงค์เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นประชามติ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จนถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง หน.คสช. หลังจากนั้นไผ่และเพื่อนอีก 1 คนยังได้ไปแจกเอกสารรณรงค์ประชามติ ที่ จ.ชัยภูมิ จนเป็นเหตุให้ถูกแจ้งข้อหากระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี/p pเหล่านี้คือเหตุการณ์ที่ทำให้ไผ่ถูกจับกุมและดำเนินคดีช่วงหลังรัฐประหาร ซึ่งนับรวมการจับกุมและดำเนินคดีในครั้งนี้ถือได้ว่าไผ่ถูกจับกุมทั้งหมด 5 ครั้ง และถูกดำเนินคดี 5 คดี/p pในส่วนคดีของนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน เกิดจากการเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 โดย พ.ท. พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 จากการที่จตุภัทร์ ได้แชร์บทความพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2559 ซึ่งมีผู้แชร์บทความดังกล่าวประมาณ 2,800 ครั้ง แต่มีจตุภัทร์เพียงคนเดียวที่ถูกจับกุมดำเนินคดี โดยในวันที่ 3 ธ.ค. 2559 จตุภัทร์ ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดชัยภูมิ ขณะกำลังร่วมขบวนธรรมยาตรา กับพระไพศาล วิสาโล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดขอนแก่น/p pต่อมาในวันที่ 4 ธ.ค. 2559 ศาลได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยทนาย พร้อมนายประกันได้ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท และให้เหตุผลไว้ในคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า จตุภัทร์ เป็นผู้ต่องหาคดีการเมืองอยู่ 4 คดี แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี อีกทั้งในวันที่ 8 ธ.ค. ผู้ต้องหามีสอบเป็นวิชาสุดท้าย หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวจะส่งผลให้เขาเรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว/p pต่อมาในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้นัดพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ที่ขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว จตุภัทร์ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหา ได้ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว จึงสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว ทั้งยังเห็นว่านายประกัน ซึ่งเป็นบิดา ไม่ได้ทำการห้ามปราบการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด/p pศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลได้มีคำสั่งกำชับให้นายประกัน, ผู้ต้องหาให้มาศาลตามนัด ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ พยานหลักฐานในคดี หรือก่อความเสียหายใดๆ หลังปล่อยตัวชั่วคราว หากผิดนัด ผิดเงื่อนไข ศาลอาจถอนประกันและอาจไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวอีก และภายหลังปล่อยตัวชั่วคราว ได้ความจากทางไต่สวนว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้ในสื่อสังคมออนไลน์บนเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กับทั้งผู้ต้องหาได้แสดงออกถึงพฤติกรรมในสื่อสังคมออนไลน์ในเชิงสัญลักษณ์เย้ยหยันอำนาจรัฐ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งผู้ต้องหายังมีแนวโน้มจะกระทำการในลักษณะเช่นนี้ต่อไปอีก ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีอายุ 25 ปี ย่อมรู้ดีว่า การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล จึงฟังได้ความตามคำร้องว่า ผู้ต้องหาได้กระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายภายหลังการปล่อยตัวชั่วคราว ประกอบกับนายประกันผู้ต้องหาไม่ได้กำชับหรือดูแลให้ผู้ต้องหาปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลที่มีคำสั่ง จนก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าว จึงให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา หมายขังผู้ต้องหา ตรวจคืนหลักประกันให้นายประกัน/p pต่อมาวันที่ 10 ก.พ. 2560 ศาลได้รับฟ้องคดีดังกล่าว พร้อมไต่สวนคำให้การของจตุภัทร์ โดยเขาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพร้อมที่จะสู้คดี โดยในวันนั้นศาลได้ใช้อำนาจสั่งขังเขาต่อไประหว่างการพิจารณาคดี และได้นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 21 มี.ค. 2560 ทั้งนี้อัยการโจทก์ได้ระบุในคำฟ้องด้วยว่า/p pอนึ่ง หากจำเลยขอปล่อยตัวชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นการกระทำต่อพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งและเทิดทูนของประชาชน และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าจำเลยจะหลบหนี/p pทั้งนี้จตุภัทร์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัด จังหวัดขอนแก่น มาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค. 2559 โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2560 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษาnbsp; หลังจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา ทนายความเข้ายื่นอุทธรณ์ เพื่อคัดค้านคำสั่งศาลจังหวัดขอนแก่นลงวันที่ 21 มี.ค. 2560 ที่ไม่อนุญาตให้ประกันตัวจตุภัทร์ และล่าสุดได้มีการยื่นประกันตัวอีกครั้งเพื่อวันที่ 8 พ.ค. 2560 แต่ศาลยังคงยืนยันคำสั่งเดิม/p pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานว่า ในคดีนี้ อัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจตุภัทร์ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น เป็นคดีหมายเลขดำที่ 301/2560 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3 และ 14 (3) โดยจตุภัทร์ให้การปฏิเสธ และศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 3-4, 15-17 ส.ค. 2560 สืบพยานจำเลยในวันที่ 30-31 ส.ค. และ 5-7 ก.ย. 2560 ในชั้นสอบสวน จตุภัทร์เคยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลา 18 วัน แต่ถูกถอนประกันจากการที่ยังโพสต์แสดงความเห็นในโซเชียลมีเดีย หลังถูกถอนประกัน ทนายความได้ยื่นประกันจตุภัทร์ รวม 9 ครั้ง และอุทธรณ์รวม 2 ครั้ง แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอีกเลย/p div class=field field-type-text field-field-feed-pr div class=field-items div class=field-item odd ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /div
Categories: News Monitor