จับกระแส ‘สื่อนอก’ ยังมองอนาคตการเมืองไทยสั่นคลอน

หลังจากที่พรรคเพื่อไทยประกาศจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ 5 พรรคได้สำเร็จเป็นที่ลุล่วง ดูเหมือนว่าบนผิวหน้าแล้ว การเมืองไทยจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศยังคงมองว่า ภายใต้ผิวหน้าที่ดูเรียบร้อยนี้ ยังคงมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดความไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะจากทหารและชนชั้นนำ นิโคลัส ฟาร์เรลลี่ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียแห่งชาติ เขียนบทวิเคราะห์การเมืองไทยใน The Age หนังสือพิมพ์รายวันของออสเตรเลียว่า ในการที่ยิ่งลักษณ์จะสามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าและหลีกเลี่ยงความรุนแรงจากความขัดแย้งจากฝ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นนั้น เธอจำเป็นจะต้องใช้วิธีการทางทูตที่ชาญฉลาดในการเจรจาระหว่างชนชั้นนำ ทหาร และรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ฝ่ายชนชั้นนำพยายามรักษาอำนาจให้ได้มากที่สุดในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านรัชทายาท และชี้ว่า การพยายามเข้าไปมีส่วนแทรกแซงในกระบวนการดังกล่าวของอดีตนายกฯ ทักษิณเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการทำรัฐประหารในปี 2549 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงจำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของพรรคและผลประโยชน์ของชาติให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น ทางสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แสดงความคิดเห็นต่อบทความดังกล่าวในเว็บไซต์ นิว แมนดาลาว่า ความพยายามในการเข้าไปแทรกแซงการสืบรัชทายาทของฝ่ายทักษิณ มิใช่เป็นปัญหาหลักของความขัดแย้งระหว่างฝ่ายราชวงศ์และทักษิณ แต่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่กว้างกว่า คือปัญหาระหว่างทักษิณ ในฐานะการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง และผู้นำทางการเมือง กับ วัง-ทหารในฐานะกลุ่มอำนาจที่มาจากประเพณี และถ้าหากมองตามสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว อาจเป็นไปได้ว่า ฝ่ายทักษิณอาจจะพยายามแสดงความจงรักภักดี เพื่อแสดงให้เห็นว่าฝ่ายตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการสืบทอดรัชทายาท โดยการจัดงานเฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบรอบ 84 ปีอย่างยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่การไม่แตะต้องเรื่องกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมไปถึงการพยายามควบคุมส่วนของเสื้อแดงที่มีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ หรืออย่างน้อยที่สุดคือ การเพิกเฉยต่อผู้ต้องหาในคดีกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ยังอยู่ในเรือนจำ ในขณะเดียวกัน ทางฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ได้เขียนบทความวิเคราะห์ในเดอะ การ์เดียนของอังกฤษว่า หากจะรักษาเสถียรภาพในช่วงแรกนี้ไว้ให้ยาวนานที่สุด ยิ่งลักษณ์จำเป็นต้องทิ้งระยะห่างจากพี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร และยั้งเรื่องการพูดถึงนิรโทษกรรมให้แก่ทักษิณ ในขณะเดียวกัน ทักษิณเองจะต้องยอมให้น้องสาวของตนเองบริหารบ้านเมือง และทำการประนีประนอมกับฝ่ายศัตรูของตนเอง เพื่อให้ความสันติสามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ฝั่งชนชั้นนำเองจำเป็นจะต้องยินยอมและยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ ทางหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ได้ชี้ว่าการเมืองไทยยังคงมีองค์ประกอบที่ยังทำให้อาจเกิดการชุมนุมจากฝ่ายต่างๆ อีก เช่น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เรียกร้องให้ “โหวตโน” กลุ่ม “เสื้อหลากสี” และกลุ่มประชาชนพิทักษ์ชาติ นำโดยนายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าววอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า จะออกมาชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 12 กรกฎาคม บริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยนพ. ตุลย์ กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าเพื่อไทยจะชนะขาดลอย ได้เป็นเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา และบางทีอาจจะรู้สึกว่ามีอำนาจมากในตอนนี้ แต่เราอยากจะเตือนว่า พวกเขาไม่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามใจอยาก” ทางด้าน Graeme Dobell ผู้สื่อข่าวของบล็อก The Interpreter ในเว็บไซต์ The Lowy Institute for International Policy วิเคราะห์ว่า จากวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ได้ชี้ให้เห็นว่า ความขัดแย้งในการเมืองไทย เป็นมากกว่าแค่ความขัดแย้งระหว่างชนบทกับชนชั้นนำในกรุงเทพฯ โดยหากพิจารณาเอกสารโทรเลขของสถานทูตสหรัฐฯ ที่เปิดเผยโดยวิกิลีกส์ในช่วงเร็วๆ นี้ ประกอบกับการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีอย่างแพร่หลาย ทำให้เห็นชัดว่า ความขัดแย้งดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ของไทยโดยตรง และชี้ว่า การกลับเข้ามาของน้องสาวทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวเร่งหนึ่งที่อาจทำให้เกิด “ฝันร้าย” ขึ้นได้ โดย Dobell ได้อ้างถึงงานของแอนดรูว แมกเกรเกอร์ มาร์แชล ที่ชี้ว่าในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัชทายาท อาจเกิดขึ้นอย่างสันติ หรืออย่างรุนแรงก็ได้ ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของชนชั้นนำไทย และแรงกดดันจากภายนอก เช่น การตื่นตัวของประชาชน สำนักข่าวอัลจาซีร่า ได้ทำการสัมภาษณ์ไมเคิล มอนเตซาโน นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ประเทศสิงคโปร์ ถึงความสามารถของยิ่งลักษณ์ในการพาประเทศออกจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง โดยมอนเตซาโนให้ความคิดเห็นว่า จำเป็นจะต้องมีการตกลงกันระหว่างการเมืองในระบบรัฐสภาและนอกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายทักษิณ ทางกองทัพ เครือข่ายสถาบันกษัตริย์ ศาล รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ จึงจะสามารถลดความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตาม ทางพิทยา พุกกะมาน ฝ่ายต่างประเทศพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ในรายการเดียวกันว่า ทางรัฐบาลจะมุ่งดำเนินการปรองดอง โดยจะทำการมุ่งค้นหาความจริงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมปีที่แล้ว ซึ่งมอนเตซาโนมองว่า การพยายามมุ่งสืบค้นข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเป็นการไปจี้กองทัพ ซึ่งทำให้อาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ท้ายสุดนี้ ทางบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม มองว่า การชนะของฝ่ายค้านในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการปฏิเสธการปราบปรามประชาชนในปีที่แล้ว และชี้ว่า หากการปรองดองของยิ่งลักษณ์ จะเกิดขึ้นได้สำเร็จ ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว และไม่ถูกกีดกันออกจากการเมือง และกล่าวด้วยว่า มีเพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่พรรคเสียงข้างมาก ที่ได้ที่นั่งจากการเลือกตั้ง 265 เสียง จะต้องจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมให้ได้ถึง 299 เสียง เพื่อรักษาเสียงข้างมากในรัฐสภาให้ได้ 2 ใน 3 เนื่องจากชนชั้นนำของไทยที่เป็นฝ่ายแพ้ เช่น กองทัพ รอยัลลิสต์ และผู้ใหญ่ คงจะไม่พร้อมมีบทบาทในการเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์เท่าใดนัก และชี้ด้วยว่า ไม่ทันผลการเลือกตั้งเบื้องต้นจะได้ประกาศ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย ก็ได้เริ่มสืบสวนการฉ้อโกงแล้ว และอาจส่งผลให้มีการตัดสิทธิผู้สมัครและลดขนาดของพรรคเพื่อไทยลงได้ ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง The Age: Thailand faces precarious political future New Mandala: Thailand’s precarious politics The Guardian: Yingluck Shinawatra must distance herself from her brother Wall Street Journal: Post-Poll Tensions Rise for New Thai Leader The Interpreter: The Danger of a Thai Civil War Al Jazeera: Can Yingluck lead Thailand out of turmoil? The Guardian Editorial: Thailand elections: military crackdown rejected

Comments

ไม่มีใครเขาปรารถนาดีต่อประเทศ

ไม่มีใครเขาปรารถนาดีต่อประเทศไทยเท่าคนเลือดเนื้อจิตวิญญาณไทยดอก
คนต่างชาติเขาก็แคร์ที่ผลประโยชน์เขาลงตัว เขาก็โอเค ไม่สนใจมากมายนัก

มากกว่านั้นเขาก็อยากเห็นการนองเลือดในหมู่เรา
การเลือกตั้งครั้งนี้ ต่างก็ทำนายว่าจะนองเลือด ๆ

แต่ปิงเป็นคนไทย คนจน และทำงานอยู่ข้างประชาชน
ปิงรู้ดีว่า "ความรักชนะทุกอย่าง" คนอื่นเขาไม่ใช่คนไทย

ปิงเชื่อว่าประเทศไทยจะมีเสถียรภาพมั่นคงทางการเมือง
หากทุกฝ่ายตั้งใจทำงานการเมืองเสียใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

สถาบันไม่มีใครไปอ้างประหารคู่แข่งทางการเมือง
จะมีคนตายเป็นร้อย บาดเจ็บสองพันกว่า ไม่มีคนยิง จะตายฤา

เริ่มต้นใหม่ดีกว่า ที่ผ่านมาไม่อยากพูด
เยียวยาคนทุพลภาพและผู้สูญเสียไถ่บาปด้วยกันเถิดไม่มีในทางอื่น

สื่อต่างชาติและนักวิชาการต่าง

สื่อต่างชาติและนักวิชาการต่างชาตินั้น ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเขาอยู่ภายใต้บริบทที่ว่า

ในวัฒนะธรรมการเมืองของเขา เขาเชื่อว่าประชาธิปไตยสี่วินาทีในการลงคะแนนเลือกตั้งนั้น ตัดสินผลแพ้ชนะทางการเมืองต่างฝ่ายกันไปได้สี่ปี

แต่ประวัติศาสตร์การเมืองของคนไทย......หาเป็นเช่นนั้นไม่

ปรากฏการณ์ทางการเมืองใหญ่ๆครั้งเดียว ก็เปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้แล้ว ทุกยุคทุกสมัย.......

ประชาชน ต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

ประชาชน ต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ใคร อะไรก็แล้วแต่ที่ทำตัวของมันเองให้ ประชาชนไม่เคารพนับถือ ก็เสื่อมไปเอง สัจธรรมของ โลก ครับ

สื่อต่างชาติมองได้ทะลุจริงๆ ป

สื่อต่างชาติมองได้ทะลุจริงๆ

ประเทศไทยยังไปไม่ถึงสงครามกลางเมือง
และยังก้าวข้ามสงครามกลางเมืองไม่พ้น

สรุปแว่........................เสี่ยง......................

ขอฟันธงเพียงประเด็นเดียวว่า

ขอฟันธงเพียงประเด็นเดียวว่า

ประชาชนแสดงความต้องการออกมาแล้ว ชนชั้นนำและพวกพ้องอย่าได้ฝืนก้าวล่วงและทำลายล้างอีก

และถ้าพวกคุณยังไม่ยอมรับและที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่ปรับตัวปรับใจ" กับความเปลี่ยนแปลงนี้

ขอสรุปว่า สถานการณ์จะเดินเข้าสู่สิ่งที่สังคมไทยพยายามปฏิเสธมาโดยตลอดในการแก้ปัญหาใหญ่ ๆ นั่นคือ "แตกหัก"

namping

[quote=namping]ไม่มีใครเขาปรารถนาดีต่อประเทศไทยเท่าคนเลือดเนื้อจิตวิญญาณไทยดอก
คนต่างชาติเขาก็แคร์ที่ผลประโยชน์เขาลงตัว เขาก็โอเค ไม่สนใจมากมายนัก

มากกว่านั้นเขาก็อยากเห็นการนองเลือดในหมู่เรา
การเลือกตั้งครั้งนี้ ต่างก็ทำนายว่าจะนองเลือด ๆ

แต่ปิงเป็นคนไทย คนจน และทำงานอยู่ข้างประชาชน
ปิงรู้ดีว่า "ความรักชนะทุกอย่าง" คนอื่นเขาไม่ใช่คนไทย

ปิงเชื่อว่าประเทศไทยจะมีเสถียรภาพมั่นคงทางการเมือง
หากทุกฝ่ายตั้งใจทำงานการเมืองเสียใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

สถาบันไม่มีใครไปอ้างประหารคู่แข่งทางการเมือง
จะมีคนตายเป็นร้อย บาดเจ็บสองพันกว่า ไม่มีคนยิง จะตายฤา

เริ่มต้นใหม่ดีกว่า ที่ผ่านมาไม่อยากพูด
เยียวยาคนทุพลภาพและผู้สูญเสียไถ่บาปด้วยกันเถิดไม่มีในทางอื่น[/quote]

บังเอิญดิชั้น ปรารถนาดีกับตนเองคร่ะ ไม่อยากล่มจมเจอประนามโดนหางเลขไปด้วย
ฉนั้นสนับสนุนการปรับตัว ช่วยประเมินสถานการณ์แวดล้อมให้ชัดเจน
อย่าหลอกตัวเอง แล้วหาทางออก หาทางปรับตัวเสีย ก่อนจะสายเกิน

ส่วนเรื่องหาตัวผู้กระทำผิด กรณี 90ศพ ++ อย่างไรก็ต้องจัดการ
ยอมสละผู้เกี่ยวข้องบางส่วน อย่างน้อยเพื่อลดกระแสลง
และเป็นบรรทัดฐานให้สังคมในอนาคต
นี่ก็รอบที่ 3 แล้ว ที่ภาคประชาชนโดนกระทำ (ยังไม่นับ ผ่านฟ้า ดินแดง พวกนี้นะนี่)
ถ้าไม่จัดการ ก็มองไม่ออกว่า คนไทยที่ว่ากลัวเรื่องบาปบุญ อ่อนน้อมใจดี
เค้าจะทนได้แค่ไหน ให้บางคนที่อยู่ชุดสั่งการ >> เสียสละซะ เพื่อชาติ เพื่อสังคมไทย

และกรณี 112 ผู้ต้องหาที่ยังอยู่ในคุก น่ามีการเข้าไปตรวจสอบคดีบ้าง
ไม่ใช่ยอม เลยตามเลย ก็รู้ๆกันอยู่ว่าบางคนนั้น เรื่องมันน้อยนิดมาก เจอกลั่นแกล้ง

และการปฎิรูป ม.112 น้ำว้าไม่เห็นด้วย ที่จะให้ยกเลิก กฎหมายฉบับนี้
แต่แนะให้ตั้งทีมศึกษา ผลกระทบที่ 112 กระทำต่อสังคม ก่อนปฎิรูป เช่น
- บทลงโทษ แรงไปไหม
- การนำกฎหมายมาใช้ ถี่ไปไหม (ผลตัวนี้ หนักมากกับบารมีสถาบัน เพราะคำถามตามมามากมาย)
- การให้ใครก็ได้เป็นผู้ฟ้อง (นี่ก็ปัญหาหนัก รากลึกโยงไกล)

เพราะสังคมไทย มี Ultra Royalist อาจเป็นจำนวนที่มากเกินไป
และคนพวกนี้เว่อร์ ก่อปัญหาตามมามากมาย การให้ใครก็ได้ฟ้องได้ มันยื่นดาบให้ Ultra Royalist
ในส่วนของ Royalist ทั่วไป เค้าไม่เคยมาสร้างปัญหาอะไรเลยให้สังคมนี้
ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับสถาบันกษัตริย์ หรือแม้แต่ประชาธิปไตย

ต้องถามด้วย >> ทำไมปริมาณ Ultra Royalist มันถึงได้เยอะขนาดนี้
แล้วต้องลดจำนวนไหม ทำอย่างไรให้ลด เรื่องใหญ่คร่ะ มากๆ

namping

[quote=namping]ไม่มีใครเขาปรารถนาดีต่อประเทศไทยเท่าคนเลือดเนื้อจิตวิญญาณไทยดอก
คนต่างชาติเขาก็แคร์ที่ผลประโยชน์เขาลงตัว เขาก็โอเค ไม่สนใจมากมายนัก

มากกว่านั้นเขาก็อยากเห็นการนองเลือดในหมู่เรา
การเลือกตั้งครั้งนี้ ต่างก็ทำนายว่าจะนองเลือด ๆ

แต่ปิงเป็นคนไทย คนจน และทำงานอยู่ข้างประชาชน
ปิงรู้ดีว่า "ความรักชนะทุกอย่าง" คนอื่นเขาไม่ใช่คนไทย

ปิงเชื่อว่าประเทศไทยจะมีเสถียรภาพมั่นคงทางการเมือง
หากทุกฝ่ายตั้งใจทำงานการเมืองเสียใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

สถาบันไม่มีใครไปอ้างประหารคู่แข่งทางการเมือง
จะมีคนตายเป็นร้อย บาดเจ็บสองพันกว่า ไม่มีคนยิง จะตายฤา

เริ่มต้นใหม่ดีกว่า ที่ผ่านมาไม่อยากพูด
เยียวยาคนทุพลภาพและผู้สูญเสียไถ่บาปด้วยกันเถิดไม่มีในทางอื่น[/quote]

ผมเห้นว่ามันมีมูลความจริงเสียส่วนใหญ่ และเราต้องยอมรับความจริง

ในส่วน 92 ศพ ต้องหาคนผิดมาลงโทษ ไม่อย่างนั้นจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

ในส่วน พท พวกเขาต้องเข้าใจให้ได้ก่อนว่าที่เข้ามาเป็น รบ ได้นี้เพราะใคร หากตอบคำถามนี้

ไม่ถูก ผมว่าต่อไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

คุณนายน้ำว้า จะ ment

คุณนายน้ำว้า จะ ment แบบไหน(เคารพในเสรีภาพนั้น)...คือ ประชาธิปไตย
ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรจะต้องยก ความเห็นของปิงมาต่อต้าน(ตามกระแส) คิดเองไม่เป็นเหรอ

คนไทยยังขาดความเห็นที่เป็นเอกเทศน์หรือการวิเคราะห์ด้วยความเข้าใจปรากฏการณ์*
เพราะส่วนมากที่เป็นในสังคมไทยต่างแดน หรือที่เมืองไทย มักเม้นท์ตามการไหลของข่าวสาร(คือ อวดรู้ดีกว่า สู่รู้ ซึ่งนอกจากไม่ค่อยเกิดประโยชน์มักจะเกิดการถกเถียงและทะเลาะกันในที่สุด)

ด้านจิตวิทยานั้น
การต้องการจ้องล้มล้าง อวดว่ารู้ดีกว่า ไม่เกิดทฤษฏีใหม่ใดได้

อยากขอเชิญคนฉลาดแบบ คุณนายน้ำว้า โชว์"กึ๋น"อย่างไม่ต้องเกี่ยวกับน้ำปิงดีกว่า
เพราะอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของสังคมไทย เพื่อยกระดับซ้ำซากวิธีคิดแบบไม่พัฒนาอย่างนี้ให้นักการเมืองรัฐบาลใหม่ปฏิบัติ และชาวบ้านคนไทยอาจนำมาใช้ยกระดับชีวิตในสังคมโดยรวม

สำคัญ ออกจากสังคมน้ำเน่าแค่อยากเหยียบหน้ากดขี่คนอื่น(อารมณ์ความรู้สึกศักดินา)
อย่าแค่อยากโชว์ว่า เดี้ยนฉลาดกว่า ... เป็นการยกตนเหยียบหยามขัดแย้งเพื่อทะเลาะ

สถานการณ์การเปลี่ยนไปของการเม

สถานการณ์การเปลี่ยนไปของการเมืองไทย ของ คศ.นี้ จะไม่เหมือนครั้งใดเลย
การเปลี่ยนแปลงหนนี้เปิดโอกาสให้กลุ่มล่างสุดของสังคมได้มีบทบาทเปิดเผยต่อชาวโลก

ข้อมูลที่ชาวบ้านได้รับ ไม่ได้มาจาก พระ ครู หรือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน (แบบเดิม)
ชาวบ้านเสพข้อมูลดิบเรื่องเบื้องหลังสังคมประชาธิปไตย(ที่บอกว่าเมืองไทยมี)อันแตกต่าง

ตอนนี้ส่วนใหญ่ทราบแล้วว่าพวกเขาถูกเอาเปรียบกดขี่และได้เติบโตมาอย่างไร้ศักดิ์ศรี
และถูกละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ ภูมิหลังทางสังคมจำกัดความรู้ให้คับแคบสิ้นไร้ฯลฯ

อันนี้ที่จริงชาวชนควรจะตระหนักก่อนด้วยสิ่งแวดล้อมช่วงคลื่นลูกที่สามถาโถม
แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ "สิ่งแวดล้อม"ของคนไทยกำลังเปลี่ยนแปลง อย่างเร่งเร็ว

แล การทำงานของรัฐบาลใหม่จะดำรงอยู่ในความทรงจำของประวัติศาสตร์
หากพวกเขาบริหารจัดการด้วยมืออาชีพ อาจก่อเกิดพฤติกรรมนักการเมืองที่เป็นมาตรฐานสนองดีมานด์ของประเทศที่มีคนมากๆๆ อย่างเป็นธรรม เสมอภาค และค่อนข้างเท่าเทียม(ระบอบประชาธิปไตย)

ประชาชนคือผู้เป็นเจ้าของประเท

ประชาชนคือผู้เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง คำว่าชาติมันยิ่งใหญ่ คำว่าแตกหัก ! อาจเกิดขึ้นแน่ ถ้าไม่มีการเสียสละของพวกที่เรียกตนเองว่าเป้นชนชั้นนำชนชั้นผู้ปกครอง