‘สมยศ’ ขึ้นศาลสระแก้ว ฟังสืบพยานคดี 112 ทนายหวังประกันรอบ 7

 

 

21 พ.ย.54 ที่ศาลจังหวัดสระแก้ว มีการสืบพยานโจทก์ปากแรกในคดีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯ และ บก.นิตยสาร Voice of Taksin ถูกกล่าวหามีความผิดตามมาตรา 112 โดยศาลได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำสระแก้วเพื่อฟังการสืบพยานซึ่งเป็นเจ้า หน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีประชาชนคนเสื้อแดงจากกลุ่มต่างๆ เดินทางจากกรุงเทพฯ และจังหวัดสระแก้วมาร่วมให้กำลังใจนายสมยศ และร่วมฟังการพิจารณาคดีประมาณ 40-50 คน รวมทั้งภรรยานายสมยศที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ชาวต่างชาติจากสหภาพยุโรป (อียู)

ภายหลังการพิจารณาคดีที่เสร็จสิ้น นายสุวิทย์ ทองนวล ทนายความของนายสมยศ ระบุว่า การสืบพยานในวันนี้เป็นประโยชน์ต่อการเตรียมการยื่นประกันตัวนายสมยศอีก ครั้ง ซึ่งจะเป็นครั้งที่เจ็ด เนื่องจากแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่านายสมยศไม่ได้มีเจตนาจะหลบหนีตามที่ดีเอส ไอระบุ ส่วนการสืบพยานในนัดหน้าจะมีขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สงขลา ตามลำดับ ซึ่งพยานจะเป็นลูกน้องเก่านายสมยศ และประชาชนทั่วไปที่ได้อ่านนิตยสาร Voice of Taksin ที่ผ่านมาทนายจำเลยได้ทำเรื่องคัดค้านการสืบพยานในต่างจังหวัดแล้วแต่ไม่ เป็นผล เนื่องจากเห็นว่าพยานบางปากไม่สำคัญ และเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่จำเลยระหว่างเดินทางโดยเฉพาะในจังหวัดที่มีความ ขัดแย้งทางการเมืองสูง

นายสุวิทย์ยังกล่าวอีกว่า ศาลสระมีคำสั่งส่งตัวนายสมยศต่อไปยังจังหวัดต่างๆ ที่จะมีการสืบพยานเลยโดยที่จะไม่ส่งตัวเข้าเรือนจำกรุงเทพฯ อีก ดังนั้นกว่านายสมยศจะได้กลับกรุงเทพฯ ก็หลังจากเสร็จสิ้นการสืบพยานในต่างจังหวัดราวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2555

 

 

ด้านนายสมยศซึ่งถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำในชุดนักโทษและถูกตีตรวน กล่าวว่า ความเป็นอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสระแก้วนั้นดีกว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเรื่องอาหาร และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม เรือนจำที่นี่ยังคงมีสภาพแออัด ผู้ต้องขังล้นเกิน จากปกติรองรับได้ 800 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็นเกือบ 2,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นการย้ายหนีน้ำท่วมมาเกือบ 300 คน ทำให้ต้องนอนเบียดเสียดอย่างมาก

สมยศยังเล่าถึงการเดินทางมายังเรือนจำสระแก้วว่า ระหว่างที่มีการเคลื่อนเขาพร้อมผู้ต้องขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่หนีน้ำท่วมมายังเรือนจำสระแก้ว เมื่อต้นเดือน พ.ย. นั้นรถแน่นมากและเขาต้องยืนตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงสระแก้ว

เมื่อถามถึงกรณีสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ที่มีข่าวว่าอยากรวมคดีที่มีอยู่หลายจังหวัดเป็นคดีเดียวเพื่อรับสารภาพนั้น ส่งผลต่อการตัดสินใจต่อสู้คดีของสมยศหรือไม่ เขากล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจสู้คดี เนื่องจากเขาเดินมาครึ่งทางแล้ว และเชื่อว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิดจึงไม่อาจรับสารภาพได้ ส่วนกรณีของนายสุรชัยนั้นน่าเห็นใจว่าเพราะอายุมากและมีโรคประจำตัว หลายอย่าง

สำหรับการสืบพยานเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 10.10 น. ด.ต.หญิง กนกรักษ์ ตันโลห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นพยานปากแรกของคดีนี้ เบิกความว่า ในวันจับกุมจำเลยคือวันที่ 30 เม.ย.54 เธอได้เข้าเวรตรวจหนังสือเดินทางอยู่อาคารขาออก เวลาประมาณ 13.00 น. นายสมยศได้มายื่นหนังสือเดินทางขอรับการตรวจเพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เมื่อนำชื่อ หมายเลขบัตรประชาชน เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พบว่าหน้าจอแสดงผล “บุคคลเป้าหมาย” พร้อมระบุว่ามีหมายจับของศาลอาญา จึงแจ้งหัวหน้าและให้เจ้าหน้าที่สอบสวนของ ตม.ประสานขอหมายจับจากดีเอสไอ

พยานตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ด่านข้ามแดนไปกัมพูชานั้นมีด่านกาบเชิงที่จังหวัดสุรินทร์อีกแห่งหนึ่ง และอาจมีที่อื่นๆ อีกกี่แห่งไม่ทราบแต่ไม่เกิน 5 แห่ง ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันมีประชาชนชาวกัมพูชาลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศ ไทยจำนวนมาก และประชาชนไทยก็ลักลอบข้ามไปยังกัมพูชาจำนวนมากเช่นกัน เพราะพรมแดนระหว่างสองประเทศนั้นโดยส่วนใหญ่เป็นท้องไร่ท้องนาสามารถเดิน ข้ามไปได้ เปรียบเทียบได้กับกรณีของนายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ที่ลักลอบเดินข้ามไปยังกัมพูชาโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง อีกทั้งนายสมยศเดินเข้าแถวมาตรวนหนังสือเดินทางเหมือนบุคคลทั่วไป โดยเดินทางมาพร้อมคณะซึ่งเธอทราบอยู่ก่อนแล้วว่าจำเลยเป็นผู้นำนักท่อง เที่ยวไปเที่ยวในประเทศแถบอินโดจีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายจำเลยยังได้นำส่งเอกสารเพิ่มเติมเป็นสำเนาหนังสือเดินทางของนายสมยศต่อ ศาล และนำมาสอบถามกับด.ต.หญิงกนกรักษ์ โดย ด.ต.หญิงกนกรักษ์ได้ยืนยันต่อศาลว่า หนังสือเดินทางนี้เป็นหนังสือเดินทางของนายสมยศที่เธอตรวจที่ด่านอรัญประเทศ เมื่อวันเกิดเหตุ และตามที่ปรากฏในหนังสือเดินทางของนายสมยศ มีการขอวีซ่ากับสถานทูตกัมพูชา 4 ครั้งระหว่างปี 2553-2554 โดยครั้งแรกขอวีซ่าระหว่างวันที่ 2 เม.ย.-2 ก.ค.53 เดินทางจริงวันที่ 3 เม.ย.53 ทางสนามบินสุวรรณภูมิ และกลับจากกัมพูชาวันที่ 5 เม.ย.53 ครั้งที่สอง ขอวีซ่าระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-29 ธ.ค.53 เดินทางจริงวันที่ 3 ต.ค.และกลับวันที่ 5 ต.ค. ทางด่านอรัญประเทศ  ครั้งที่สาม ขอวีซ่าระหว่างวันที่ 4 ธ.ค.53-4 ม.ค.54 เดินทางจริงวันที่ 4-6 ธ.ค.53 ผ่านด่านอรัญประเทศ ครั้งที่สี่ไม่มีการตรวจลงตราเพราะจำเลยถูกจับเสียก่อน

พยานยังตอบทนายจำเลยโดยระบุว่า “ตามสัญชาตญาณหากคิดจะหลบหนี หรือรู้ว่าตัวเองมีอะไรอยู่ ก็คงจะไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง”

 

Comments

เป็นกำลังใจให้นะคุณสมยศ เรากำ

เป็นกำลังใจให้นะคุณสมยศ

เรากำลังสร้างบรรทัดฐาน
คดีอย่างคุณไม่ให้ประกัน ก็ดี
คดีอย่างคุณเอาไปตระเวณเจ็ดคุก เจ็ดศาล ก็ยิ่่งดี
มีแต่คำสรรเสริญกระบวนการยุติธรรมของบ้านเรา

ก็มารอดูคดีสั่งเข่นฆ่า สั่งทำร้ายประชาชนกันดู ว่าจะให้ประกันมั้ย
จะเอาไปตระเวณกันกี่คุกกี่ศาล
คดีอย่างนี้ก็น่าจะนับเป็นคดีอุกอาจ อุกฉกรรมหันตโทษ ของคนคลั่งอำนาจ ที่ได้ใช้อำนาจรัฐสั่งการให้ทหารซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือของรัฐให้ทำการเข่นฆ่าเพื่อนร่วมชาติเพียงเพื่อรักษาอำนาจให้ตัวเอง

ไอ้มนุษย์พรรค์อย่างเนี้ยะ มันสามารถเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
มันหนีได้

เราก็มารอดูกัน

ยิ่งทำ

ยิ่งทำ ยิ่งยุ่ง
ดูอย่างผู้บัญชาการโรงเรียนทหารสมัยก่อนที่จะอภิวัฒน์การปกครอง
ท่านจงใจทำให้เกิดความแตกต่างระหว่าง นักเรียนทหารเช่ื้อสายผู้ดี กับเชื้อสายราษฎร
ปล่อยให้มันเกิดความแตกต่าง

ต่างราวกับเหนือคลองมหาสวัสดิ์ กับใต้คลอง
และแล้วก็นำมาซึ่งความไม่เข้าใจ ความเหินห่าง

อยากทำกันอีกรอบหรือ
ไอ้ที่ทำกันอยู่นี่ จงรักภักดีกันแน่หรือ
ผมไม่แน่ใจ
ผมเชื่อว่า คนไทยที่เกิดมาในแผ่นดินนี้ มีความรักและภักดีต่อองค์พระเจ้าอยู่หัว
ทุกวันนี้ เราทำอะไรกันอยู่ เราปล่อยให้ใครทำอะไรกันอยู่
หือ... คนไทย

กฏหมายมีบทลงโทษไว้หนักอยู่.

กฏหมายมีบทลงโทษไว้หนักอยู่. ทุกคนที่อยู่นี่. ควรคิดที่จะพูดก่อนดีกว่า ไม่เอาดังเด่น. อยู่ไปแบบเรื่อยเปื่อยดีกว่า ไม่คุ้มกับการติดคุกเลย

กฏหมายมีบทลงโทษไว้หนักอยู่.

กฏหมายมีบทลงโทษไว้หนักอยู่. ทุกคนที่อยู่นี่. ควรคิดที่จะพูดก่อนดีกว่า ไม่เอาดังเด่น. อยู่ไปแบบเรื่อยเปื่อยดีกว่า ไม่คุ้มกับการติดคุกเลย

ไอ้ที่บังคับใช้กดหัวประชาชน

ไอ้ที่บังคับใช้กดหัวประชาชน และเล่นงานคุณสมยศ มันเป็น กด(หัวประชาชน)หมาย(ให้กลัว)

ถ้ายอมศิโรราป ก้อเข้าทางมันดิ ประชาชน ก้อถูกกดหัวเหยียบ กบาล กันชั่วลูกหลาน ต้องไปกราบหมา ขออาหารหมากินแบบ วู๊ดดี้

ความกลัวน่ะ มันขู่ประชาชนได้ชั่วคราวเท่านั้นล่ะ

ไม่เชื่อไปถาม ซัดดัม และ กัดดาฟี ดูสิ

ประเทศนี้ คงใกล้ๆ จุดนั้นแล้วล่ะ

คนไม่เคารพอะไรแม้กระทั่งศาง

คนไม่เคารพอะไรแม้กระทั่งศาง สมควรแล้วคุณสมยศ น่าจะอยู่ยุคจอมพลสฤษดิ์ นะคุณไม่น่าเกิดบนแผ่นดินของในหลวงเราเลย ไม่รักแล้วย ไม่ไปอยู่ทีอื่นละ อยู่เมืองไทยทำไม อย่าเถียงงง