นักศึกษา ม.มหาสารคามไม่ได้รับอนุญาตใช้พื้นที่จัดเสวนาเรื่องกฎหมายหมิ่น

วันที่ 31 ม.ค. นักศึกษาและศิษย์เก่า วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคามส่วนหนึ่งเปิดเพจเพื่อระดมรายชื่อ ศิษย์เก่า-ปัจจุบัน และบุคคลทั่วไปเพื่อ เตรียมยื่นจดหมายต่อคณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครอง กรณีไม่อนุญาตให้ให้สถานที่จัดเวทีเสวนาเรื่อง “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์”

นายโอภาส สินธุโคตร นักศึกษาวิทยาการเมืองการปกครองเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ กลุ่มนักศึกษาได้ร่วมกับอาจารย์ในวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีความสนใจที่จะจัดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” โดยเป็นความพยายามที่จะสร้างพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุยและถกเถียงปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในสังคม ให้แก่นิสิตและผู้ที่สนใจทั่วไป ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ตึก D วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมผู้จัดงานได้ทำเรื่องขออนุญาตขอใช้สถานที่และจัดเวทีเสวนาวิชาการใน หัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” ผลปรากฏว่า คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครองไม่อนุญาตให้ใช้ ตึก D วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นสถานที่จัดงานดังกล่าว

ทั้งนี้ การรวบรวมรายชื่อดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 ก.พ.ที่จะถึงนี้ โดยวันดังกล่าวนักศึกษาและศิษย์เก่าจะร่วมกันอ่านจดหมายเปิดผนึกวางพวงหรีด และทำพิธีสืบชะตาวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ในเวลา 12.12 น. ที่หน้าวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม

รายละเอียดของจดหมายมีดังนี้

จดหมายเปิดผนึก
วันที่ 31 มกราคม 2555

เรื่อง ขอเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้จัดเวทีเสวนาวิชาการ
เรียน คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ตามที่กลุ่มนิสิตที่สังกัดวิทยาการเมืองการปกครอง ร่วมกับอาจารย์ในวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีความสนใจที่จะจัดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” โดยเป็นความพยายามที่จะสร้างพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พูดคุยและถกเถียงปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในสังคม ให้แก่นิสิตและผู้ที่สนใจทั่วไป ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ตึก D วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

แต่กระนั้น เมื่อทีมผู้จัดงานได้ทำเรื่องขออนุญาตขอใช้สถานที่และจัดเวทีเสวนาวิชาการใน หัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” ผลปรากฏว่า คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครองไม่อนุญาตให้ใช้ ตึก D วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นสถานที่จัดงานดังกล่าว

ในขณะที่วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในฐานะองค์กรทางวิชาการ ดำเนินงานตามพันธกิจด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ที่เกี่ยวกับ การเมืองการปกครองและกฎหมาย รวมทั้งการเมืองท้องถิ่นในอีสาน เพื่อทำหน้าที่ในการสร้างองค์ความรู้ และแสวงหาข้อเท็จจริง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิติด้านการเมืองการปกครอง) ให้เป็นไปอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยหวังว่าด้วยข้อมูลและองค์ความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจของนิสิตและสาธารณชน

ซึ่งประเด็นเรื่องกฎหมายอาญา มาตรา 112 กำลังเป็นประเด็นทางการเมืองที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง จึงเป็นสิ่งที่สมควรยิ่งที่วิทยาลัยการเมืองการปกครองจะเป็นพื้นที่ที่สร้าง ความรู้ ความเข้าใจแก่นิสิตและผู้ที่สนใจ ผู้ซึ่งเป็นคณะบริหารและคณาจารย์ควรจะเห็นถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัย ในการเป็นพื้นที่เปิดที่สามารถจัดกิจกรรมทางสังคม การเมือง และการวิพากษ์วิจารณ์และถกเถียงอย่างเปิดกว้าง

และยิ่งไปกว่านั้น วิทยาลัยการเมืองการปกครอง ก่อตั้งขึ้นเพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชารัฐ ศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ เป็นพลเมืองที่มีความกระตือรือร้นทางการเมือง และมีจิตสำนึกที่รับใช้สังคม ในขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์กลางทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงที่อำนวยประโยชน์ แก่ท้องถิ่นและประเทศชาติ

ดังนั้นในฐานะของนิสิต, คณาจารย์, ศิษย์เก่า แห่งวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้รักในเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ที่ลงมติในการไม่อนุญาตให้ใช้ วิทยาลัยการเมืองการปกครองเป็น พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “สิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายหมิ่นสถาบันกษัตริย์” ออกมาชี้แจงและให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจดังกล่าวด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นการขัดขวางความหลากหลายทางความคิดและปิดกั้น โอกาสในการพูดคุย ถกเถียง ประเด็นทางสังคมและการเมือง ไม่ให้นักศึกษาและคณาจารย์แสดงเสรีภาพทางความคิด

เชื่อมั่นแห่งอุดมการณ์ สิทธิและเสรีภาพเป็นของทุกคน

 

Comments

ปัญหาเขาให้เอาพูดกันโต๊ะ

ปัญหาเขาให้เอาพูดกันโต๊ะ ไม่ใช่เลียนแบบผู้มีอำนาจไปงุบงิบๆทำลับๆล่อๆกันที่บ้านสุขุมวิท

-นี้ล่ะประเทศไทยประชาชนในประเ

-นี้ล่ะประเทศไทยประชาชนในประเทศคงตาสว่างมากขึ้นแล้ว แต่ต่างประเทศเขารู้มานานแล้วว่าเมืองไทยหรือเรียกอีกอย่างว่าตอแหล่แลนด์

อ้างวิชาการ

อ้างวิชาการ เพื่อให้มีโอกาสด่าแม่คนอื่น ?

มหาลัยสารคามสร้างขึ้นด้วยเงิน

มหาลัยสารคามสร้างขึ้นด้วยเงินของคนสารคาม...ด้วยเงินพ่อแม่พี่น้อง..ลูกหลาน..ลูกเด็กเล็กแดง..เป็นเงินของทุกคน...เป็นเงินจากแรงงานในการสร้างผลผลิตทุกชนิด..สินค้าทุกอย่างถูกบวกภาษีทางอ้อมไม่ต่ำกว่าแปดสิบเปอร์เซนต์..ไม่เสียภาษีโดยตรงก็โดยอ้อม..กว่าจะเป็นสินค้าต้องผ่านวัตดถุดิบและแรงงานกี่รอบ..ทุกรอบมีภาษีแว๊ต..ภาษีแรงงาน..ภาษีกำไล..เป็นร้อยๆรอบ..รัฐบาลไม่ต้องลงทุนแต่เก็บกำไลมากกว่านักลงทุนและประชาชน...มหาลัยของหลวงหรือของประชาชน...พูดไห้มันชัดๆหน่อย...

และทุนต่างๆที่ไห้กันไปฟรีๆ...เงินประชาชนทั้งนั้น...แล้วมาทรยศหักหลังประชาชนด้วยการห้ามใช้สถานที่ๆสร้างจากเงินประชาชน...ประชาชนมีสิทธิเลิกจ้างคุณกรู..หรือพาลูกเด็กเล็กแดงที่เป็นเจ้าของเงินไปขับไล่ไห้พ้นบ้านตัวเองก็มีสิทธิกระทำได้...

ถ้าประชากรชาวมหาสารคามมีหนึ่งล้านคน...แต่ละคนใช้เงินวันละร้อยบาท...ล้านคนก็หนึ่งร้อยล้าน...หนึ่งปี365วันก็เป็นเงิน36,500ล้านบาท...เป็นภาษีแล้วแปดสิบเปอร์เซนต์...แล้วเงิมันไปไหน..คนสารคามมีสิทธิที่จะรู้...จะได้ถามว่าทำไมคนสารคามถึงไม่มีสิทธิที่จะใช้สถานที่ของตัวเอง...

เป็นธรรมดาครับบ้านนี้เมืองนี้

เป็นธรรมดาครับบ้านนี้เมืองนี้มันยังไม่เป็นประชาธิปไตย ข้าราชการใหญ่น้อยกลัวกันหัวหดโดยเฉพาะตำแหน่งใหญ่ๆ ประเทศนี้เปรียบเสมือนมันมีรัฐซ้อนรัฐ รัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็ม ยังมีมือที่มองเห็นแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงแอบแผ่รังสีอำมหิตอยู่ในมุมมืดของสังคม หวังว่าสักวันประชาชนคงได้อำนาจที่แท้จริง.

ไทสยาม

[quote=ไทสยาม]เป็นธรรมดาครับบ้านนี้เมืองนี้มันยังไม่เป็นประชาธิปไตย ข้าราชการใหญ่น้อยกลัวกันหัวหดโดยเฉพาะตำแหน่งใหญ่ๆ ประเทศนี้เปรียบเสมือนมันมีรัฐซ้อนรัฐ รัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็ม ยังมีมือที่มองเห็นแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงแอบแผ่รังสีอำมหิตอยู่ในมุมมืดของสังคม หวังว่าสักวันประชาชนคงได้อำนาจที่แท้จริง.[/quote]

ไทสยาม

[quote=ไทสยาม]เป็นธรรมดาครับบ้านนี้เมืองนี้มันยังไม่เป็นประชาธิปไตย ข้าราชการใหญ่น้อยกลัวกันหัวหดโดยเฉพาะตำแหน่งใหญ่ๆ ประเทศนี้เปรียบเสมือนมันมีรัฐซ้อนรัฐ รัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็ม ยังมีมือที่มองเห็นแต่ไม่มีใครกล้าพูดถึงแอบแผ่รังสีอำมหิตอยู่ในมุมมืดของสังคม หวังว่าสักวันประชาชนคงได้อำนาจที่แท้จริง.[/quote]

I agree, Thailand is not a true democrat country as long as politicians pay money to get elected. Government employees are working under corrupted politicians influences. The dark evil power you mentioned must be from Dubai, the devil who is tearing Thailand apart. Thais still don't know their true rights, thought that 300-500 Baht is from his pocket, unbelievable!

เมื่อครั้ง กล้วยลูกสารคาม

เมื่อครั้ง กล้วยลูกสารคาม เป็น ส.ส หลายสมัยติดต่อกัน ก็มีอาจารย์กลุ่มหนึ่ง ของ ม.ศว. มหาสารคาม (เด๋ยวนี้เป็น ม.มส.)เกิดข้อสงสัยว่า เลือกได้อย่างไร (ดูแคลนชาวสารคาม หรือไม่) และอาจารย์เหล่านั้นก็ยังมีเชื้ออยู่ ถ้าคิดอย่างนั้นก็เปิดพื้นที่ให้ คนสารคามรู้บ้างสิ ว่า นิติราษฎร์ เขาล้มเจ้า หรือเสนอพัฒนาสถาบันกษัตริย์ ใหสอดคล้องกับสถานการณ์โลก แย่จริง ๆ มิสมกับสมญานามว่าเมืองตักศิลา

The dark evil power you

The dark evil power you mentioned must be from Dubai, the devil who is tearing Thailand apart. Thais still don't know their true rights, thought that 300-500 Baht is from his pocket, unbelievable!

That is your preception mate! I have my pround to vote to a party that can lead the country without a single penny from no one and will never take that shit. As a Thai I still waiting for the brighter day and true democratcy. Our right is this country run by elected government and came from country's majority voted not money! and do me a big favour just don't under estimate to people,

***ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย

***ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย ชื่ออะไรก็ตาม เพราะ ผู้ใหญ่ในมหาลัย เกรงเสื่อมลาภ เสื่อมยศ จากกลุ่มอมาตย์ และอำนาจที่มองไม่เห็น จึงต้องจำกัดสิทธิเสรีภาพ และจำกัดความคิดของนักศึกษาในแนวทางเสรีประชาธิปไตย ไว้ เพื่อไม่ให้ตนเองตกที่นั่งลำบาก นี่แหละเมืองไทย

***ทางออกคือ ประนามคนที่ทำอะไรเพื่อลาภ ยศ และประโยชน์ส่วนตนพวกนั้น เพราะถ้าไม่ประนาม คนพวกนั้น มันก็จะเป็นรากฐานของกลุ่มอมาตย์และเผด็จการ และทายาทของมันต่อไป