คนสะเอียบร่วมค้าน “เขื่อนแม่วงก์” ชี้ใช้งบแผ่นดิน มาทำลายอนาคตลูกหลาน

กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ ค้านการสร้างเขื่องแม่วงก์จี้ยุติการผลักดันโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่ออนาคตของลูกหลาน-ป่าไม้ พร้อมเสนอพัฒนาแก้มลิง ระบบเหมืองฝาย ใช้แนวทางการจัดการน้ำชุมชน

 
 
วันที่ 12 เม.ย.55 กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ออกแถลงการณ์ “คัดค้านการสร้างเขื่องแม่วงก์ หยุดอ้างน้ำท่วมเพื่อทำลายป่า หยุดกู้เงินเพื่อมาทำลายป่า หยุดธุรกิจการเมือง หยุดผลาญงบประมาณแผ่นดิน หยุดเขื่อนแม่วงก์”
 
จากการที่รัฐบาลได้มีมติ ครม.ในวันที่ 10 เม.ย.55 อนุมัติให้ดำเนินโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยจะใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 13,280 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555-2562
 
“โครงการทำลายป่าเช่นนี้ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมหาศาล ซึ่งเป็นเงินกู้จากต่างประเทศ เป็นการใช้เงินของลูกหลาน มาทำลายป่า ผลที่รับกลับมาคือการทำลายอนาคตของลูกหลานเรานั่นเอง” แถลงการณ์ระบุ
 
แถลงการณ์ ยังให้ข้อมูลด้วยว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์นอกจากจะทำลายป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์กว่า 11,000 ไร่ ยังกระทบต่อพืชพันธุ์และสัตว์ป่าอีกมากมาย อาทิ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน 57 ชนิด 26 วงศ์ สัตว์จำพวกนก จำนวน 305 ชนิด 53 วงศ์ สัตว์เลื้อยคลาน จำนวน 22 ชนิด 11 วงศ์ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 7 ชนิด 4 วงศ์ และปลาน้ำจืดจำนวน 68 ชนิด 14 วงศ์
 
 
กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรชาวบ้านที่ทำหน้าที่พิทักษ์ป่าสักทองแก่งเสือเต้น มาอย่างยาวนาน แสดงความเห็นว่า รัฐบาลไม่ควรกู้เงินมาทำลายป่า เพราะจะทำให้เกิดปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วมตามมาในอนาคต และขอให้รัฐบาลยกเลิกการสร้างเขื่อนแม่วงก์ รวมทั้งยุติการผลักดันการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่อย่างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพื่ออนาคตของลูกหลาน และเพื่อป่าไม้ซึ่งเปรียบเสมือนปอดของมวลมนุษยชาติ
 
อีกทั้ง เสนอให้รัฐดำเนินการพัฒนาแก้มลิง พัฒนาระบบเหมืองฝาย โดยใช้แนวทางการจัดการน้ำชุมชนเป็นหลักการสำคัญ พัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งสามารถทำได้เลยภายในหนึ่งปี และยังส่งกระทบน้อยมากต่อป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และชุมชน ใช้งบประมาณน้อยกว่าเขื่อนขนาดใหญ่ รวมทั้งยังเป็นการกระจายการจัดการน้ำให้ทุกพื้นที่ได้มีส่วนในการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมอย่างแท้จริง
 
“ที่สำคัญที่สุด รัฐต้องทำหน้าที่ปกป้องรักษาป่าที่เหลืออยู่อย่าเข้มงวด และฟื้นฟูป่าต้นน้ำให้กลับมาทำหน้าที่รักษาสมดุลธรรมชาติ เพื่ออนาคตของลูกหลานสืบไป” แถลงการณ์ระบุ
 
 
ทั้งนี้โครงการเขื่อนแม่วงก์เป็นโครงการหนึ่งในแผนลุ่มน้ำพัฒนาสะแกกรัง ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 พุทธศักราช 2525-2529 ครอบคลุมพื้นที่ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำแม่วงก์ ลุ่มน้ำคลองโพธิ์ และลุ่มน้ำห้วยทับเสลา ซึ่งทั้ง 3 ลุ่มน้ำจะไหลลงมารวมกันที่แม่น้ำสะแกกรัง จ.นครสวรรค์ และจะสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร
 
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการตาม 6 มาตรการ คือ 1.การเร่งรัดการทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 2.การขออนุญาตพื้นที่จากกรมอุทยานป่าไม้ 3.การสำรวจข้อมูลด้านวิศกรรม 4.การปลูกป่าทดแทน 5.การเพิกถอนอุทยานเพื่อใช้พื้นที่ในการก่อสร้าง 6.การบูรณาการพื้นที่หลังการก่อสร้างเสร็จสิ้น
 
 
 
แถลงการณ์กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า คัดค้านการสร้างเขื่องแม่วงก์
หยุดอ้างน้ำท่วมเพื่อทำลายป่า หยุดกู้เงินเพื่อมาทาลายป่า
หยุดธุรกิจการเมือง หยุดผลาญงบประมาณแผ่นดิน หยุดเขื่อนแม่วงก์
 
จากการที่รัฐบาลได้มีมติ ครม. ในวันที่ 10 เมษายน 2555 อนุมัติให้ดำเนินโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยจะใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 13,280 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างถึง 8 ปี อีกทั้งยังผูกพันงบประมาณถึงปีงบประมาณ 2562 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความไม่ชอบมาพากลเป็นอย่างยิ่ง โครงการทำลายป่าเช่นนี้ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมหาศาล ซึ่งเป็นเงินกู้จากต่างประเทศ เป็นการใช้เงินของลูกหลาน มาทำลายป่า ผลที่รับกลับมาคือการทำลายอนาคตของลูกหลานเรานั่นเอง
 
การสร้างเขื่อนแม่วงก์นอกจากจะทำลายป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์กว่า 11,000 ไร่ (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันไร่) ยังกระทบต่อพืชพันธุ์และสัตว์ป่าอีกมากมาย อาทิ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน 57 ชนิด 26 วงศ์ สัตว์จำพวกนก จำนวน 305 ชนิด 53 วงศ์ สัตว์เลื้อยคลาน จำนวน 22 ชนิด 11 วงศ์ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก จำนวน 7 ชนิด 4 วงศ์ และปลาน้ำจืดจำนวน 68 ชนิด 14 วงศ์
 
            กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรชาวบ้านที่ทำหน้าที่พิทักษ์ป่าสักทองแก่งเสือเต้น มาอย่างยาวนาน เห็นว่า รัฐบาลไม่ควรกู้เงินมาทำลายป่า เพราะจะทำให้เกิดปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วมตามมาในอนาคต และขอให้รัฐบาลยกเลิกการสร้างเขื่อนแม่วงก์ รวมทั้งยุติการผลักดันการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่อย่างเขื่อนแก่งเสือเต้น เพื่ออนาคตของลูกหลาน และเพื่อป่าไม้ซึ่งเปรียบเสมือนปอดของมวลมนุษยชาติ
 
            กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า เสนอให้รัฐดำเนินการพัฒนาแก้มลิง พัฒนาระบบเหมืองฝาย โดยใช้แนวทางการจัดการน้ำชุมชนเป็นหลักการสำคัญ พัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งสามารถทำได้เลยภายในหนึ่งปี ทั้งยังส่งกระทบน้อยมากต่อป่าไม้ สิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งใช้งบประมาณน้อยกว่าเขื่อนขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นการกระจายการจัดการน้ำให้ทุกพื้นที่ได้มีส่วนในการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมอย่างแท้จริง ที่สำคัญที่สุด รัฐต้องทำหน้าที่ปกป้องรักษาป่าที่เหลืออยู่อย่าเข้มงวด และฟื้นฟูป่าต้นน้ำให้กลับมาทำหน้าที่รักษาสมดุลธรรมชาติ เพื่ออนาคตของลูกหลานสืบไป
 
ด้วยจิตรคารวะ
 
กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่
12 เมษายน 2555
 
 

Comments

ช่วยๆกันค้านจะได้ขโมยตัดไม้ขา

ช่วยๆกันค้านจะได้ขโมยตัดไม้ขายกันนานๆและจิ้งกุ่งจะได้ไม่ถูกน้ำท่วมตายหมดอยากให้ชาวสะเอียบมาทดลองใช้ชีวิตที่ถูกน้ำท่วมที่นี่บ้างสัก 1 เดือน จะได้รู้ว่ามันลำบากขนาดไหนรับรองว่าลำบากกว่าต้มเหล้าเถื่อนมากมายนัก

เฮ่อ สารขันฑ์ประเทศก็แบบนี้

เฮ่อ สารขันฑ์ประเทศก็แบบนี้ ขอให้มีโครงการอะไรสักอย่างต้องมีการค้านแบบเอาเป็นเอาตายอย่างน้อยกูต้องได้เงินแหละประมาณนี้ พลังงานนี้ก็อีก โรงไฟฟ้านี้ก็ใช่ ยกเว้นลอบตัดไม้ ต้มเหล้าเถื่อนโอเคอนุมัติทันที

ถ้าเป็นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษ

ถ้าเป็นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ชาติ และสามารถแก้ปัญหา การจัดการน้ำของชาติได้ก็สมควรก่อสร้างสำหรับป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติประเภทฟื้นฟูและสร้างขึ้นมาใหม่ได้..ถ้ามัวแต่คัดค้านกัน จะทำให้โครงการล่าช้า และงบประมาณก่อสร้างก็จะสูงขึ้นอีกตามมูลค่าของเงินและเศรษฐกิจ โปรดไตร่ตรองให้ดี อนึ่งเกี่ยวกับการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยนายทุน และชาวบ้าน กลุ่มต่างๆดังกล่าวควรจะออกมาคัดค้านก็จะดีกว่าทำให้เรื่องที่แก้ปัญหาคนส่วนใหญ่ จริงอยู่การสร้างเขื่อนก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างแน่นอน ต้องเลือกเอาระหว่างได้กับเสีย และอย่างตกเป็นเครื่องมือของกลุ่ม ที่ไม่เกี่ยวกับองค์กรของรัฐโดยขาดเหตุและผล

เขื่อนมันช่วยแก้ปัญหาได้จริงห

เขื่อนมันช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ ที่น้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้วส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะเขื่อนหรือครับ ลองคิดดูดีๆ อีกอย่างโครงการเขื่อนทั้งหลายที่ผ่านมา ถามหน่อยเถอะว่ามันช่วยน้ำท่วมได้แค่ไหน ส่วนใหญ่เป้นแค่ข้ออ้างแต่ผลประโยชน์หลักๆคือผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนคนกรุงเทพให้ใช้กันอย่างฟุ่มเฟือยมากกว่า
และพวกที่ประโยชน์จากเขื่อนนี้เคยหันกลับไปเหลียวแล ช่วยเหลือ หรือตอบแทนชาวบ้านในพื้นที่ที่เขาได้รับผลกระทบไหมล่ะครับ
ลองศึกษาดูดีดี แล้วจะพบว่าโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ของเมืองไทยทุกเขื่อนที่ผ่านมา ข้อดีข้อเสียที่ได้อย่างไหนมันมากกว่ากันและคนที่ประโยชน์จริงๆมีกลุ่มไหนบ้าง
ส่วนคนที่บอกว่าคนที่ด้านไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านเป้นเดือนๆไม่รู้สึกหรอก มาขัดขวางอยุ่ได้นั้น ก็ขอให้โปรดกลับไปมองตัวเองและทำเลที่ตั้งบ้านตัวเองนะครับว่ามันอยู่จุดไหนอย่างไร ความเสี่ยงมันมีไหม บ้านคุณนานๆท่วมครั้งอาจจะมากถึงเดือนสองเดือนได้หากบริหารจัดการแก้ปัญหาไม่ดี แต่ชาวบ้านในพื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนนั้น บ้าน ที่ดินทำดิน วิถีชีวิตทุกสิ่งอย่างของเขาจะต้องจมอยู่ใต้น้ำตลอดไปนะครับ ไม่งั้นคุณแลกบ้านและที่อยุ๋กับเขาไหมละครับ

ท่านครับ?

ท่านครับ? เขื่อนช่วยแก้น้ำท่วมฝนแล้งได้จริงหรือ ที่น้ำท่วมเมื่อคราวที่แล้วก็ไม่ใช่เพราะเขื่อนหรือ ภาคอีสานตั้งแต่เกิดจากท้องแม่มาก็ไม่เคยเห็นน้ำท่วมพอมีเขื่อนเท่านั้นแหละชาวบ้านจะฆ่ากันเองตาย ผู้ที่ได้ประโยชน์เต็มๆคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตชาวบ้านจะได้ประโยชน์ก็แค่จับปลาล็กๆน้อยๆขายกัน มันไม่คุ้มกับพื้นที่ป่าไม้ที่ต้องเสียไป เคยเห็นโบสถจมอยู้ใต้เขื่อนไหม ถ้าไม่เคยเห็นไปดู อ.สังขละ กาญจ ฯ ป่าเสียหายไปเท่าไร ? ทรัพยากรธรรมชาติวอดวายไปเท่าไร และสุดท้ายใครได้ประโยชน์สูงสุด ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยพูดเสียงไม่ดังเท่าคนในเมืองหลวงที่ถลุงทรัพยากรชนิดเมามัน ก็ไฟฟ้าป้อนโรงงานอุตสาหกรรมไง? คุณรู้ไหมชาวบ้านเขาต้มเหล้ากินเองใครอิจฉา ใครหล่ะที่ผูกขาดการขายเหล้าก็ไอ้คนนั้นแหละมันขายความเมาจนร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลก
ชาวบ้านเขาหวงแหนแหล่งทำมาหากินของเขาปกป้องแหล่งทำกินของเขาไม่ถูกหรือ อย่ายัดเยียดสิ่งที่เขาไม่ต้องการเลย เพราะเขาก็มีสิทธเท่ากับคนเมืองนั่นแหละฟังเขาบ้าง.

เขื่อนมันช่วยแก้ปัญหาได้จริงห

เขื่อนมันช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ ที่น้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้วส่วนหนึ่งไม่ใช่เพราะเขื่อนหรือครับ ลองคิดดูดีๆ อีกอย่างโครงการเขื่อนทั้งหลายที่ผ่านมา ถามหน่อยเถอะว่ามันช่วยน้ำท่วมได้แค่ไหน ส่วนใหญ่เป้นแค่ข้ออ้างแต่ผลประโยชน์หลักๆคือผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนคนกรุงเทพให้ใช้กันอย่างฟุ่มเฟือยมากกว่า
และพวกที่ประโยชน์จากเขื่อนนี้เคยหันกลับไปเหลียวแล ช่วยเหลือ หรือตอบแทนชาวบ้านในพื้นที่ที่เขาได้รับผลกระทบไหมล่ะครับ
ลองศึกษาดูดีดี แล้วจะพบว่าโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ของเมืองไทยทุกเขื่อนที่ผ่านมา ข้อดีข้อเสียที่ได้อย่างไหนมันมากกว่ากันและคนที่ประโยชน์จริงๆมีกลุ่มไหนบ้าง
ส่วนคนที่บอกว่าคนที่ด้านไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านเป้นเดือนๆไม่รู้สึกหรอก มาขัดขวางอยุ่ได้นั้น ก็ขอให้โปรดกลับไปมองตัวเองและทำเลที่ตั้งบ้านตัวเองนะครับว่ามันอยู่จุดไหนอย่างไร ความเสี่ยงมันมีไหม บ้านคุณนานๆท่วมครั้งอาจจะมากถึงเดือนสองเดือนได้หากบริหารจัดการแก้ปัญหาไม่ดี แต่ชาวบ้านในพื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนนั้น บ้าน ที่ดินทำดิน วิถีชีวิตทุกสิ่งอย่างของเขาจะต้องจมอยู่ใต้น้ำตลอดไปนะครับ ไม่งั้นคุณแลกบ้านและที่อยุ๋กับเขาไหมละครับ

เอาไปเลย 10 10 10

อือ

อือ พอแล้งก็เอาน้ำใส่รถไปแจกเนาะ

ตองเหลือง wrote:ท่านครับ?

[quote=ตองเหลือง]ท่านครับ? เขื่อนช่วยแก้น้ำท่วมฝนแล้งได้จริงหรือ ที่น้ำท่วมเมื่อคราวที่แล้วก็ไม่ใช่เพราะเขื่อนหรือ ภาคอีสานตั้งแต่เกิดจากท้องแม่มาก็ไม่เคยเห็นน้ำท่วมพอมีเขื่อนเท่านั้นแหละชาวบ้านจะฆ่ากันเองตาย ผู้ที่ได้ประโยชน์เต็มๆคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตชาวบ้านจะได้ประโยชน์ก็แค่จับปลาล็กๆน้อยๆขายกัน มันไม่คุ้มกับพื้นที่ป่าไม้ที่ต้องเสียไป เคยเห็นโบสถจมอยู้ใต้เขื่อนไหม ถ้าไม่เคยเห็นไปดู อ.สังขละ กาญจ ฯ ป่าเสียหายไปเท่าไร ? ทรัพยากรธรรมชาติวอดวายไปเท่าไร และสุดท้ายใครได้ประโยชน์สูงสุด ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยพูดเสียงไม่ดังเท่าคนในเมืองหลวงที่ถลุงทรัพยากรชนิดเมามัน ก็ไฟฟ้าป้อนโรงงานอุตสาหกรรมไง? คุณรู้ไหมชาวบ้านเขาต้มเหล้ากินเองใครอิจฉา ใครหล่ะที่ผูกขาดการขายเหล้าก็ไอ้คนนั้นแหละมันขายความเมาจนร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลก
ชาวบ้านเขาหวงแหนแหล่งทำมาหากินของเขาปกป้องแหล่งทำกินของเขาไม่ถูกหรือ อย่ายัดเยียดสิ่งที่เขาไม่ต้องการเลย เพราะเขาก็มีสิทธเท่ากับคนเมืองนั่นแหละฟังเขาบ้าง.[/quote]
โบสถ์จมน้ำหนึ่งโบสถ์น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ทำให้ชาวนาทั่วภาคกลางมีน้ำทำนาผมเอเขื่อนไม่เอาโบสถ์ไว้ให้ทองเหลืองหล่อพระประดิษฐ์สถานพวกที่เดือดร้อนน่าจะเป็น NGOsมากกว่าปัญหาที่พบจากการสร้างเขื่อนคือเวณคืนที่ดินย้ายชาวบ้านออกไปอยู่ที่ๆไม่มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเมื่อเงินค่าเวณคืนที่ได้มาหมดก็เรียกร้องกลับพื้นเดิมเรียกร้องให้เปิดเขื่อนแกนนำเรียกร้องต่อต้านเขื่อนเดินเข้าสู่สภาหอคอยงาช้างคนแล้วคนเล่าไหนหละที่พวกคุณบอกว่าข้าฯเป็น Non-governmental organization

ตองเหลือง wrote:ท่านครับ?

[quote=ตองเหลือง]ท่านครับ? เขื่อนช่วยแก้น้ำท่วมฝนแล้งได้จริงหรือ ที่น้ำท่วมเมื่อคราวที่แล้วก็ไม่ใช่เพราะเขื่อนหรือ ภาคอีสานตั้งแต่เกิดจากท้องแม่มาก็ไม่เคยเห็นน้ำท่วมพอมีเขื่อนเท่านั้นแหละชาวบ้านจะฆ่ากันเองตาย ผู้ที่ได้ประโยชน์เต็มๆคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตชาวบ้านจะได้ประโยชน์ก็แค่จับปลาล็กๆน้อยๆขายกัน มันไม่คุ้มกับพื้นที่ป่าไม้ที่ต้องเสียไป เคยเห็นโบสถจมอยู้ใต้เขื่อนไหม ถ้าไม่เคยเห็นไปดู อ.สังขละ กาญจ ฯ ป่าเสียหายไปเท่าไร ? ทรัพยากรธรรมชาติวอดวายไปเท่าไร และสุดท้ายใครได้ประโยชน์สูงสุด ชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยพูดเสียงไม่ดังเท่าคนในเมืองหลวงที่ถลุงทรัพยากรชนิดเมามัน ก็ไฟฟ้าป้อนโรงงานอุตสาหกรรมไง? คุณรู้ไหมชาวบ้านเขาต้มเหล้ากินเองใครอิจฉา ใครหล่ะที่ผูกขาดการขายเหล้าก็ไอ้คนนั้นแหละมันขายความเมาจนร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลก
ชาวบ้านเขาหวงแหนแหล่งทำมาหากินของเขาปกป้องแหล่งทำกินของเขาไม่ถูกหรือ อย่ายัดเยียดสิ่งที่เขาไม่ต้องการเลย เพราะเขาก็มีสิทธเท่ากับคนเมืองนั่นแหละฟังเขาบ้าง.[/quote]
โบสถ์จมน้ำหนึ่งโบสถ์น้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ทำให้ชาวนาทั่วภาคกลางมีน้ำทำนาผมเอเขื่อนไม่เอาโบสถ์ไว้ให้ทองเหลืองหล่อพระประดิษฐ์สถานพวกที่เดือดร้อนน่าจะเป็น NGOsมากกว่าปัญหาที่พบจากการสร้างเขื่อนคือเวณคืนที่ดินย้ายชาวบ้านออกไปอยู่ที่ๆไม่มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเมื่อเงินค่าเวณคืนที่ได้มาหมดก็เรียกร้องกลับพื้นเดิมเรียกร้องให้เปิดเขื่อนแกนนำเรียกร้องต่อต้านเขื่อนเดินเข้าสู่สภาหอคอยงาช้างคนแล้วคนเล่าไหนหละที่พวกคุณบอกว่าข้าฯเป็น Non-government organization

เขื่อนก็สมควรสร้าง คนเดือดร้อ

เขื่อนก็สมควรสร้าง
คนเดือดร้อนก็ต้องมีแน่ๆ
คนในพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมเขาก็ต้องเดือดร้อนเป็นเรื่องไม่แปลก จะให้เขาเสียสละ บ้าน ที่ทำมาหากิน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่เพื่อใคร
ผู้คนที่จะได้ประโยชน์จากการสร้างเขื่อนก็ควรต้องร่วมด้วยช่วยกันเสียสละให้พวกเขาด้วย ให้มันคุ้มค่าต่อความเสียหายที่เขาจะต้องได้รับ และได้มีที่อยู่ทีอาศัย และที่ทำกินที่ต้องดีกว่าที่อยู่เดิมของเขาด้วย
มันถึงจะแฟร์

อันนี้แหละ เอาสมบัติชาติ

อันนี้แหละ เอาสมบัติชาติ ไปเป็นของกลุ่มทุน บางกลุ่มจริง เวลาสร้างเขื่อน ใช้เงินภาษีประชาชน แล้วกลุ่มทุนนั้นก็ได้ ผลิตไฟฟ้าไปขายประชาชน ถ้าคนไทยรู้ว่า ทุนกลุ่มไหน ก็หงายหลัง ตึงงง 555

การสร้างเขื่อนใหญ่ต้องทำลายป่

การสร้างเขื่อนใหญ่ต้องทำลายป่าไม้ในเขตอนุรักษ์จำนวนมาก แล้วผืนป่าที่จะใช้อุ้มน้ำก็หมดไป คิดแบบตัวเลขนะใช่ว่าได้แหล่งเก็บน้ำ บริหารน้ำ แต่ในความเป็นจริงมนุษย์ไม่สามารถสู้พลังแหล่งธรรมชาติได้เลย อย่าไปคิดเปลี่ยนแปลงธรรมชาติด้วยความอหังการของมนุษย์กันเลย.....แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวง ให้ทุกคนช่วยตนเอง แบ่งปันที่ดิน 30% เป็นแหล่งน้ำสำหรับตนเองนั้นวิเศษสุด ๆ ได้ทั้งบริหารน้ำด้วยตนเอง ได้ทั้งอาชีพและกิจกรรมที่จะตามมาอย่างได้ประโยชน์มากมาย.....จะพยายามส่งเสริมให้ปลูกกันไปถึงไหนจนเต็มพื้นที่ ต้องสร้างเขื่อน สร้างคลอง สร้างท่อ ส่งน้ำไปให้ เข้าทาง...นักการเมืองไทย.....มาช่วยกันรณรงค์ให้เกษตรกรไทยทุกคนมีสำนึกในการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กให้พอใช้สำหรับตนเองกันเถอะ อย่าให้ความโลภของคนบางจำพวกมาจูงจมูกเกษตรกรไทยให้ตกหล่มอยุ่ในโคลนตมอยู่เลย....

เขื่อนเป็นสิ่งก่อสร้างที่มุนุ

เขื่อนเป็นสิ่งก่อสร้างที่มุนุษย์พึ่งคิดขึ้นมาจุดประสงค์ใหญ่ในการสร้างเขื่อนขอค้านสุดๆว่าไม่ใช่เพื่อการเกษตรหรือเพี่อป้องกัน้ำท่วม แต่จุดประสงค์หลักคือการผลิตไฟฟ้า(กระแสไฟ)ประชาชนต้องใช้ไฟเราเข้าใจได้ แต่ผมเห็นว่ามันมีเขื่อนมากเกินไปผลกระทบมีต่อพื้นที่มากมายมหาศาลทำลายทรัพยากรที่เราไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้เหมือนเขื่อน ลองหาข้อมูลดูลึกๆว่าใครกันที่ได้ประโยชน์มหาศาลจากการสร้างเขื่อน ผมไม่ปฏิเสธว่าเขื่อนให้ประโยชน์ แต่มองว่าเรายังพอมีทางเลือกอื่นอีกหลายวิธีนอกจากสร้างเขื่อน.

แล้วเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อันเน

แล้วเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดของประเทศไทยเริ่มก่อสร้างในปี 37 ไม่เห็นมีหมาตัวไหนออกมาค้าน

ชนชั้นไพร่

[quote=ชนชั้นไพร่]แล้วเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดของประเทศไทยเริ่มก่อสร้างในปี 37 ไม่เห็นมีหมาตัวไหนออกมาค้าน[/quote]

จริงๆไม่อยากจะอ้างอิงความเห็นนี้ มีอีกหลายความเห็นแสดงถึงมันสมองของผู้แสดงความเห็น เรียนท่านที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อน อย่าเสียเวลามาอธิบายให้คนในนี้ฟังเลยครับ เสียเวลาครับ

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะมีหมาตั

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะมีหมาตัวไหนกล้าค้านละพี่ชนชั้นไพร่ เขื่อนแม่วงศ์ก็เช่นกัน ลองเป็นอย่างเขื่อนป่าสักดูสิ ( พระราชดำริ) ชนชั้นไพร่กล้าค้านไหมหล่ะ

ต้องยอมรับความจริงว่าการพัฒนา

ต้องยอมรับความจริงว่าการพัฒนาด้าน Infrastuctures ต่างๆไม่ว่าถนน เขื่อน โรงไฟฟ้า ต้องมีผล 2 ด้านเสมอ ไม่ควรนำผลด้านเดียวมาแสดงจุดยืนของตนโดยไม่เปิดใจกว้างรับฟังผลอย่างรอบด้าน(ต้องค้านอย่างมีเหตุผลโดยไม่ยึดผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มตนแต่เพียงฝ่ายเดียว)

ถ้าไม่สร้างเขื่อนใหญ่ๆจะเกิดอะไรขึ้นกับเกษตรกรชาวนาชาวไร่ซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง และหากเกษตรกรไทยมีความแร้นแค้นยากจนทำการเกษตรกรรมไม่ได้ผล ใครรับผิดชอบชีวิตพวกเขาได้บ้างครับ(ก็คงหนีไม่พ้นรัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลืออีก ก็ขนาดราคาผลิตผลตกต่ำตามกลไกตลาด ก็ยังต้องกดดันรัฐบาลให้ช่วยเหลือมาทุกยุคสมัย)

การสร้างเขื่อนใหญ่ให้คุณมากกว่าโทษแน่นอน โดยเฉพาะผลกระทบต่อป่าไม้และสภาพนิเวศวิทยา แต่ก็สามารถดูแลจัดการให้อยู่ในขอบเขตที่ไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากไปกว่าขอบเขตที่ได้ศึกษาวิเคราะห์ไว้ได้ เพราะแม้จะไม่มีเขื่อน ป่าไม้สัตว์ป่าก็ถูกทำลายไปเรื่อยๆอยู่แล้วมิใช่หรือครับ?

สรุปว่าต้นเหตุการทำลายป่าไม้พรรณพืชและสัตว์ป่านั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากน้ำในเขื่อนแต่เพียงปัจจัยเดียวหรอกครับ แต่เป็นฝีมือของนายทุน เจ้าหน้าที่รัฐและชาวบ้านที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมาแต่ใหนแต่ไรมากกว่า

ดังนั้น หากจะหาทางออกแบบ WIN - WIN โดยหันหน้ามาช่วยกันป้องกันปัญหาที่คาดว่าจะเกิดจากผลการพัฒนาจะดีกว่าการมุ่งต่อต้านการพัฒนาเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ....จะสร้างสรรค์กว่าใหมครับ?

เสนอให้รัฐดำเนินการพัฒนาแก้มล

เสนอให้รัฐดำเนินการพัฒนาแก้มลิง พัฒนาระบบเหมืองฝาย โดยใช้แนวทางการจัดการน้ำชุมชนเป็นหลักการสำคัญ พัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งสามารถทำได้เลยภายในหนึ่งปี ทั้งยังส่งกระทบน้อยมากต่อป่าไม้ สิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งใช้งบประมาณน้อยกว่าเขื่อนขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นการกระจายการจัดการน้ำให้ทุกพื้นที่ได้มีส่วนในการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมอย่างแท้จริง

*ถ้าซักวันหนึ่งธรรมชาติเอาคืนเราบ้าง จนไม่เหลือสิ่งใด* ก็เห็นทีจะมีเเต่ป่าไม้ที่จะช่วยให้เรามีชีวิตต่อ
*หรือใครว่าไม่จริง