ปาฐกถา 7 ปีประชาไท - วรเจตน์ ภาคีรัตน์: สื่อคือปัจจัยสำคัญในการสร้างเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ปาฐกถาในโอกาสครบรอบ 7 ปี เว็บไซต์ประชาไท ระบุสื่อคือปัจจัยสำคัญในการสร้างเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน หวังให้สื่อได้เสนอข้อเท็จจริงอย่างไม่บิดเบือน ให้ข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการแสดงออกซึ่งอำนาจการเมืองของเขา

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ระหว่างกล่าวปาฐกถาหัวข้อ “สื่อ..และที่ทางของเสรีภาพในสังคมไทย?” ในโอกาสครบรอบ 7 ปีเว็บไซต์ประชาไท ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ เมื่อ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

ประชาไท, 22 พ.ค. 55 - ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ปาฐกถาหัวข้อ “สื่อ..และที่ทางของเสรีภาพในสังคมไทย?” ในโอกาสครบรอบ 7 ปี เว็บไซต์ประชาไท โดยวรเจตน์เริ่มต้นกล่าวว่า ในปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อมวลชนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพราะสื่อนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน การที่สื่อสามารถรายงานและวิเคราะห์ข่าวอย่างเสรี เป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ ในรัฐที่เป็นประชาธิปไตย และสื่อจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐสภาที่เป็นองค์กรของรัฐกับประชาชน สื่อจะทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออก การใช้อำนาจของรัฐ เปิดเผยการกระทำที่ไม่ถูกต้องของบรรดาบุคคลที่เข้าไปมีอำนาจในรัฐ ซึ่งใม่ใช่แค่นักการเมือง แต่รวมถึงหน่วยงานและสถาบันที่มีบทบททางการเมืองไม่ว่าโดยตรงหรืออ้อม ลับหรือเปิดเผย ภารกิจดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็โดยที่สื่อเป็นอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทั้งการเงินและการเมืองของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ประเด็นสำคัญที่ว่าการก่อตั้งเจตจำนงของประชาชนให้เป็นไปได้โดยอิสระ ต้องมีสื่อที่มีความสามารถในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่มีความหลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการแสดงออกซึ่งอำนาจการเมืองของเขา

ดังนั้น ไม่ใช่แค่ระดับการศึกษาที่แสดงออกที่จะเป็นปัจจัยสำคัญ หากแต่เป็นความหลากหลายในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ผมเห็นต่างกับความคิดที่ว่า สังคไทยไม่พร้อมสำหรับประชาธิปไตย เพราะสำนึกประชาธิปไตยต่างหากที่มีผล และการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายมีความสำคัญกว่าอย่างเทียบไมได้

ที่ผ่านมาสื่อมวลชนได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมบูรณ์ควรค่าแก่ความพอใจแล้วหรือไม่ ตลอดเวลาที่ผมได้สัมผัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรัฐประหาร คำตอบที่ได้คือสื่อมวลชนไทยยังไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างน่าพอใจ และเราอาจจะพบว่าสื่อมวลชนไทยมีปัญหาในการนำเสนอ ปัญหาในการควบคุมวิชาชีพสื่อ

วรเจตน์ได้ตั้งคำถามถึงคุณค่าพื้นฐานของสื่อมวลชน โดยระบุว่าคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยากให้สื่อมวลชนเป็นมืออาชีพ ไม่ต่างกับเวลาที่ฟังความเห็นของนักวิชาการที่ต้องการความเป็นมืออาชีพ แล้วความเป็นมืออาชีพอยู่ตรงไหน อย่างน้อยที่สุดต้องเสนอข้อเท็จจริงหรือความจริงก่อน เพราะถ้าไม่นำเสนอข้อเท็จจริงหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้ว การที่ประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกต้องก็เป็นไปไม่ได้

“หลายปีที่ผ่านมา ผมเป็นแหล่งข่าว ผมพบว่า หลายครั้งสื่อไม่แยกความเห็นกับข้อเท็จจริงที่ต้องการนำเสนอ สิ่งที่พิสูจน์ได้ดีก็คือตอนที่คณะนิติราษฏร์เสนอเรื่องการล้มล้างผลพวงการรัฐประหารในรูปที่เป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งการแถลงข่าว พบว่าสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ยังไม่พูดถึงว่าเขามีความเห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอนิติราษฎร์ เช่น การเสนอให้ล้มล้างผลพวงการรัฐประหาร บรรดาคดีความต่างๆ ที่เริ่มต้นขึ้นจากการตั้งเรื่องของ คตส. คดีเหล่านี้ เมื่อศาลพิพากษาไปแล้วให้มีการลบล้างคำพิพากษา แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติ ผมพบว่าสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งนำเสนอข้อเท็จจริงนี้ไปในแง่ที่ว่าคณะนิติราษฎร์เสนอให้มีการนิรโทษกรรมให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเราเห็นได้ว่า เป็นคนละเรื่อง แค่ข้อเท็จจริงแค่นี้ยังไม่สามารถนำเสนอให้ตรงได้ เราจะคาดหวังว่าสื่อมวลชนจะแสดงบทบาทและใช้เสรีภาพให้ตรงตามหลักประชาธิปไตยได้อย่างไร”

อีกประเด็นหนึ่ง การควบคุมกันเอง การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพไม่ได้หมายความว่าสื่อจะรายงานข่าวของตนไปตามที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้นก็ได้ และเมื่อมีการสื่อสารที่ไม่ถูกต้อง ทำให้คนอื่นเสียหาย หรือนำไปสู่ความขัดแย้ง องค์กรที่ควบคุมวิชาชีพสื่อก็น่าจะมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่ปัจจุบัน เราไม่สามารถควบคุมสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเราพูดถึงสิทธิเสรีภาพ เราไม่อาจจะเน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพอย่างเดียว แต่ต้องเน้นเรื่องความรับผิดชอบด้วย

“ถ้าดูประวัติศาสตร์ เราพบว่าการเซ็นเซอร์สิ่งพิมพ์มีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ มีการเผาหนังสือ แต่ผมมีความเห็นว่าการเซ็นเซอร์จากรัฐแม้จะน่ากลัวก็ยังน่ากลัวน้อยกว่าการที่สื่อจงใจเซ็นเซอร์หรือจงใจไม่รายงานข่าวบางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับทัศนคติของตัว ไม่ว่าจะด้วยความกลัวหรือด้วยอคติอย่างอื่น”

วรเจตน์กล่าวต่อไปว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา พบว่าสื่อมวลชนไม่ลังเลที่จะวิพากษ์วิจารณ์นักการเมือง ซึ่งเป็นองค์กรที่เข้าควบคุมการใช้อำนาจรัฐโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม

“แต่ผมเห็นว่าในสังคมไทย การทำเท่านี้ยังไม่เพียงพอ ผมเห็นว่าสื่อมวลชนต้องนำเสนอข้อเท็จจริงและข่าวสารของอำนาจที่ไม่ได้เปิดเผยโดยตรงหรือหลายคนไม่รู้สึกอยากไปแตะต้อง ผมกำลังพูดถึงการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวพันกับสถาบันกษัตริย์ กองทัพ และศาล นั้นหมายความว่าถ้าเราอยากจะเห็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนรอบด้าน ต้องกล้าหาญมากขึ้น และเสนอข่าวสารที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ กองทัพ และศาล ได้มากขึ้น ถ้าไม่สามารถทำได้ การก่อตั้งเจตจำนงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยก็ไม่อาจจะเกิดได้อย่างครบถ้วน มีคุณภาพ และรอบด้าน”

ทั้งนี้ เมื่อมองไปรอบตัวเราพบว่ามีสื่อทางเลือกจำนวนมาก การเกิดขึ้นของสื่อจำนวนไม่น้อยที่เองที่ทำให้ในที่สุดสื่อกระแสหลักจะปรับตัวมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็พบว่าปรับตัวน้อยมากและตามไม่ทันสื่อมวลชนทางเลือกมากขึ้นๆ

วรเจตน์กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่เกี่ยวกับประชาไท เขาพบกับประชาไทตั้งแต่ปีแรกๆ ตั้งแต่ปี 2547 ช่วงแรกมีคนรู้จักน้อยมาก โดยสังเกตพบว่าคนที่อ่านข่าวหรือแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดส่วนหนึ่งเป็นบรรดานักวิชาการต่างๆ แม้จะเสนอข่าวสารเอ็นจีโอหรือคนด้อยโอกาสทางสังคม แต่คนที่มารับข่าวสารมักเป็นคนที่มีการศึกษาพอสมควร ต่อมาก็เล่นข่าวในทางการเมืองมากขึ้น และทำให้ต้องแสดงจุดยืนทางการเมือง และพบว่าประชาไทมีโอกาสแสดงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนหลังการรัฐประหาร ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่

“มีสื่อจำนวนน้อยมากที่กล้าจะยืนขึ้นบอกว่าการรัฐประหารไม่ถูกต้อง โดยไม่กลัวว่าการทำเช่นนั้นเป็นการเข้าข้างหรือรับใช้คณะรัฐบาลที่ถูกล้มไป นี่เป็นความประทับใจของผมต่อประชาไท ประเด็นที่ประชาไทเสนอนั้นหลายเรื่องเสนอก่อนสื่ออื่นๆ เช่นการวาพกษ์วิจารณ์ตุลาการภิวัตน์”

อย่างไรก็ตาม วรเจตน์กล่าวว่าจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของประชาไทที่เป็นสื่อเล็กและมีคนติดตามไม่มาก แต่ต่อมาได้กลายเป็นสื่อทางเลือก เป็นกระแสหลักในกระแสรองไป และดำรงอยู่มาจนปัจจุบัน แต่หากถามว่าการเสนอข้อมูลข่าวสารของประชาไทครบถ้วนสมบูรณ์ขนาดที่ไม่ต้องปรับปรุงแล้วหรือไม่ เขาคิดว่าในแง่ของสื่อความสมบูรณ์คงไม่มี มีแต่พัฒนาการที่ต้องทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

วรเจตน์กล่าวด้วยว่าเสียดายที่ประชาไทต้องปิดเว็บบอร์ดลง แต่ก็เข้าใจ ทั้งยังกล่าวว่า ประชาไทนั้นมาไกลมากแล้วในการนำเสนอด้านสถาบันกษัตริย์ และตุลาการ แต่ยังไม่ได้นำเสนอด้านกองทัพมากนักซึ่งเข้าใจว่าเป็นข้อจำกัดของนักข่าว

วรเจตน์กล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่อยากเห็นจากประชาไทว่า อยากเห็นประชาไทนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อเท็จจริงล้วนๆ เพราะสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ถ้าเราเข้าใจประวัติศาสตร์มากกว่านี้ คนที่ไม่เข้าใจก็จะเข้าใจมากขึ้น ถ้าประชาไทจะทำข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเมือง ก็น่าจะทำในเชิงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มากขึ้น และอยากเห็นความหลากหลายในการตีความประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับบริบทการเมืองไทยในปัจจุบันและคิดว่าประชาไทน่าจะเป็นสื่ออันดีในการนำเสนอได้

“ในมุมมองของนักวิชาการคนหนึ่งที่ติดตามบทบาทของประชาไท อยากให้ประชาไทคงไว้ซึ่งบทความทางวิชาการ และอยากเห็นมุมมองที่ต่างออกไปจากปัจจุบันมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ประชาไทควรจะดำรงไว้ และไม่ต้องกังวลว่าจะไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคือการนำเสนอบทบรรณาธิการที่เสนอจุดยืนของหลักประชาธิปไตย ประชาไทจะเป็นด่านหน้าในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่อยู่บนความถูกต้องและเป็นธรรม ในยามที่สื่อจำนวนมากละเลยต่อภารกิจนี้”

ตอนท้ายเขาได้กล่าวขอขอบคุณจอน อึ๊งภากรณ์ ที่ได้ก่อตั้งประชาไทขึ้นมา และหวังว่าประชาไทจะอยู่คู่กับข้อมูลข่าวสารและดึงตัวเองขึ้นไปเป็นสื่อมวลชนกระแสหลักในอนาคต และคงจุดยืนในการรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย นิติรัฐ และประเด็นที่สุ่มเสี่ยงแต่สำคัญในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน “และหวังว่าในอนาคต เมื่อประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย ประชาไทก็จะเป็นสื่อมวลชนที่โดดเด่นเป็นสง่าและเป็นแบบอย่างให้สื่อมวลชนอื่นๆ ของบ้านเรา” วรเจตน์กล่าวในที่สุด

Comments

ขอคารวะ

ขอคารวะ ในความดีงามแห่งสื่อของประชาไท ที่เคียงข้างประชาชน

ขอชื่นชมต่อปาฐกถาของอาจารย์วร

ขอชื่นชมต่อปาฐกถาของอาจารย์วรเจตน์และแสดงความยินดีต่อการครบรอบ 7ปีของประชาไท ขอให้ประชาไท มั่นคงในจุดยืนต่อ ปชต ต่อไป

คลิ๊ปจากงาน เปิด 'ประชาไท'

คลิ๊ปจากงาน เปิด 'ประชาไท' ในมุมที่อาจยังไม่รู้จัก มาแล้ว
http://www.youtube.com/watch?v=kk6cjiUz2_w&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/watch?v=vxeivRsCfmA&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/watch?v=fXe_5bMqs_8&feature=youtu.be

ขอบคุณที่มี ประชาไท คะ ณ

ขอบคุณที่มี ประชาไท คะ
ณ พิ้นที่แห่งนี้ ทำให้เรื่องราวในบ้านเมืองหลายต่อหลายเรื่องคลี่คลายไปในทางที่ดี
เราเป็นคนหนึ่งในจำนวนมากมายที่สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ที่นี่ เพื่อบ้านเมือง ..
และได้นำข้อมูล ข้อคิด จากที่นี่ ไปแบ่งปันสู่ผู้คนภายนอก
ประทับใจในความกล้าหาญของประชาไท
ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ประชาชนคนหนึ่งได้มีพื้นที่แสดงพลังปัญญา
ขอให้อยู่เคียงข้างประชาชนไปตราบนานเท่านานคะ..

คือผมก็ไม่อยากจะไปโทษสื่อร้อย

คือผมก็ไม่อยากจะไปโทษสื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ สื่อก็เป็นเพียงอาชีพอย่างหนึ่งในสังคม
เพียงแต่ว่ามันเป็นอาชีพที่อาจจะกระทบต่อความคิดความอ่านของคนในสังคม
ก็คล้ายๆกับอาชีพหมอ ที่มีผลกระทบต่อความเป็นความตายของผู้คนยามเจ็บป่วย
การจะมีจรรยาบรรณในวิชาชีพแค่ไหน มันก็เกิดจากการหล่อหลอมผู้คนในสังคมนั้นๆ

เมื่อสื่อก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ย่อมมีความโลภในเงินทอง
ย่อมมีความกลัวในอำนาจมืด หากไปขัดผลประโยชน์ใครเข้า
สื่อเองย่อมมีโอกาสที่จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆผิดพลาด
หากเรื่องราวพวกนั้นถูกวางแผนสร้างเรื่องต่อเนื่องกันมาอย่างดี
และสื่อก็ย่อมมีโอกาสกลายเป็นเครื่องมือของใครก็ได้
ที่มีอำนาจและต้องการให้เรื่องราวมันเป็นอย่างนั้น ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม

การที่เราจะหวังให้สื่อทุกสื่อใสสะอาดบริสุทธิ์
มันก็เหมือนหวังจะให้นักการเมืองทุกคนใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ข้าราชการทุกคนใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ทุกคนในสังคมเป็นคนดีด้วยกันถ้วนหน้า
จะว่ามันเป็นความหวังอันงี่เง่าที่สุดก็ว่าได้นะครับ
แต่อย่างไรมันก็เป็นความหวังเล็กๆในใจผม
และคงเป็นความหวังของคนส่วนใหญ่ในสังคม...ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้ก็เหอะ

ความจริงกับความเท็จมันมีอยู่อย่างกะเรี่ยกะราดในสังคม
เราต้องใช้วิจารณญาณของเราเองที่จะแยกแยะมันออกจากกัน
เราต้องมีวิจารณญาณในการพิจารณาสิ่งกะเรี่ยกะราดที่เราหยิบมามันน่าจะจริงหรือเท็จ
แต่ละคนย่อมมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแตกต่างกันไป
เพียงแต่ขอให้เราทำใจสบายๆ คิดว่าทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา ไม่เกี่ยวกับเรา
แล้วเราก็มีโอกาสจะพิจารณาเห็นว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้นเอง

แล้วเอาจรรยาบรรณของสื่อไปทิ้ง

แล้วเอาจรรยาบรรณของสื่อไปทิ้งซะที่ใหนละ(ฮา)
ทั้งๆที่สิ่งแรกที่สื่อควรมีคือจรรยาบรรณมิใช่หรือ
วิจารณญาณของคนมันมีกันทุกคน
แต่ถ้าโดนล้างกันทุกวันมันก็เขว
ตัวอย่างเช่นไอ้เฮี่ยลิ้มและผองพวกชั่ว
กว่าชาวบ้านจะกลับตัวได้หันมาตาสว่าง
ก็เล่นเอาเกือบเจ๊งกันทั้งแผ่นดิน(ฮาไม่ออกเลยกู)

ผมอยากอ่านสคริปตัวเต็มมากกว่า

ผมอยากอ่านสคริปตัวเต็มมากกว่าคำสรุปเนื้อหา ถ้าใครมีรบกวนขอหน่อยนะครับ (หรือถ้ามีคลิปวีดิโอ ก็ยิ่งดีใหญ่)

คนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า

คนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า นักวิชาการ ..คณาจารย์รุ่นใหม่ควรมีบทบาทชี้นำ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้มีพัฒนาการ และวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าและทันสมัยยิ่งขึ้น...

น้ำลัด

[quote=น้ำลัด]คือผมก็ไม่อยากจะไปโทษสื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ สื่อก็เป็นเพียงอาชีพอย่างหนึ่งในสังคม
เพียงแต่ว่ามันเป็นอาชีพที่อาจจะกระทบต่อความคิดความอ่านของคนในสังคม
ก็คล้ายๆกับอาชีพหมอ ที่มีผลกระทบต่อความเป็นความตายของผู้คนยามเจ็บป่วย
การจะมีจรรยาบรรณในวิชาชีพแค่ไหน มันก็เกิดจากการหล่อหลอมผู้คนในสังคมนั้นๆ

เมื่อสื่อก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ย่อมมีความโลภในเงินทอง
ย่อมมีความกลัวในอำนาจมืด หากไปขัดผลประโยชน์ใครเข้า
สื่อเองย่อมมีโอกาสที่จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆผิดพลาด
หากเรื่องราวพวกนั้นถูกวางแผนสร้างเรื่องต่อเนื่องกันมาอย่างดี
และสื่อก็ย่อมมีโอกาสกลายเป็นเครื่องมือของใครก็ได้
ที่มีอำนาจและต้องการให้เรื่องราวมันเป็นอย่างนั้น ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม

การที่เราจะหวังให้สื่อทุกสื่อใสสะอาดบริสุทธิ์
มันก็เหมือนหวังจะให้นักการเมืองทุกคนใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ข้าราชการทุกคนใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ทุกคนในสังคมเป็นคนดีด้วยกันถ้วนหน้า
จะว่ามันเป็นความหวังอันงี่เง่าที่สุดก็ว่าได้นะครับ
แต่อย่างไรมันก็เป็นความหวังเล็กๆในใจผม
และคงเป็นความหวังของคนส่วนใหญ่ในสังคม...ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้ก็เหอะ

ความจริงกับความเท็จมันมีอยู่อย่างกะเรี่ยกะราดในสังคม
เราต้องใช้วิจารณญาณของเราเองที่จะแยกแยะมันออกจากกัน
เราต้องมีวิจารณญาณในการพิจารณาสิ่งกะเรี่ยกะราดที่เราหยิบมามันน่าจะจริงหรือเท็จ
แต่ละคนย่อมมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแตกต่างกันไป
เพียงแต่ขอให้เราทำใจสบายๆ คิดว่าทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา ไม่เกี่ยวกับเรา
แล้วเราก็มีโอกาสจะพิจารณาเห็นว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้นเอง[/quote]

ลำพังแค่สื่อบิดเบือนโกหกตอแหลไปวันๆ คงไม่มีผลกระทบอะไรกับประชาชน แต่ปัญหามันอยู่ที่ สื่อบางพวก มันไปสมสู่กับพวกกากเดนเผด็จการ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ให้พวกพ้องและตัวเอง จนประชาชนเขาทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นสู้ การสู้ลำพังแค่ เจ้าของสื่อหรือคนทำสื่อ เตะปากต่อยปากกับชาวบ้านคงไม่มีอะไรมาก อย่างมากก็ถูกจับหรือปรับ หรือโดนประนามคุกคามสื่อคุกคามประชาชน แต่ที่เป็นปัญหาเพราะ สื่อมันเลวทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้พวกกากเดนเผด็จการ บิดเบือนใส่ร้ายประชาชนฝ่ายตรงข้าม จนเหตุการณ์บานปลาย ถึงขนาดอณุญาติล้อมฆ่า โดยไม่สนใจเรื่องผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของชาติ และไม่สนการสูญเสียต่อชีวิตของผู้คน ถ้าสื่อเลวจะทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายหลายร้อยพันเท่าทวีคูณ ลำพังแค่สู้กับเผด็จการก็กระอักเลือดแล้ว ยังมาสู้กับสื่อเลวๆรวมหัวกับกากเดนเผด็จการตอแหลบิดเบื้อนใส่ร้ายอีก ยังมีทางไปไหมละประเทศไทย

หมากเด็ด

[quote=หมากเด็ด]ผมอยากอ่านสคริปตัวเต็มมากกว่าคำสรุปเนื้อหา ถ้าใครมีรบกวนขอหน่อยนะครับ (หรือถ้ามีคลิปวีดิโอ ก็ยิ่งดีใหญ่)[/quote]

คลิป อ.วรเจตน์ อยู๋ url อันที่ 2 ของ ม้าเร็ว ไง

หมากเด็ด

[quote=หมากเด็ด]ผมอยากอ่านสคริปตัวเต็มมากกว่าคำสรุปเนื้อหา ถ้าใครมีรบกวนขอหน่อยนะครับ (หรือถ้ามีคลิปวีดิโอ ก็ยิ่งดีใหญ่)[/quote]

คลิป อ.วรเจตน์ อยู่ใน url ที่สอง ของ ม้าเร็ว ไง

จะมีที่ใดกล้าท้าทายเผด็จการ อ

จะมีที่ใดกล้าท้าทายเผด็จการ
อย่างกล้าหาญนำเสนอความจริงได้
ต้องที่นี่7ปีประชาไท
ก้าวต่อไปเพื่อรับใช้ประชาชน

คุณ น้ำลัด wrote

คุณ น้ำลัด wrote เพียงแต่ขอให้เราทำใจสบายๆ คิดว่าทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา ไม่เกี่ยวกับเรา
1. ทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา อันนี้ใช่ครับ แต่...
2. ไม่เกี่ยวกับเรา อันนี้ผมว่าไม่ใช่... เพราะสื่อหรือสิ่งอื่นๆ บนโลกนี้ล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ซึ่งกันและกันมีผลกระทบทั้งทางลบ และทางบวก อยู่ที่ใครจะใช้เพื่ออะไร? เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อเฉพาะกลุ่ม ( ฟัง คุณ จอม เพ็ชรประดับ สัมภาษณ์ผู้หญิงท่านหนึ่ง เมื่อคืน 23 พค.2555 ไหม ? ดูเธอเรียกร้องเอากับคนเสื้อแดงเกือบทุกประเด็นเกี่ยวกับการทุจริต)

รู้ทัน wrote:น้ำลัด

[quote=รู้ทัน][quote=น้ำลัด]คือผมก็ไม่อยากจะไปโทษสื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ สื่อก็เป็นเพียงอาชีพอย่างหนึ่งในสังคม
เพียงแต่ว่ามันเป็นอาชีพที่อาจจะกระทบต่อความคิดความอ่านของคนในสังคม
ก็คล้ายๆกับอาชีพหมอ ที่มีผลกระทบต่อความเป็นความตายของผู้คนยามเจ็บป่วย
การจะมีจรรยาบรรณในวิชาชีพแค่ไหน มันก็เกิดจากการหล่อหลอมผู้คนในสังคมนั้นๆ

เมื่อสื่อก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา ย่อมมีความโลภในเงินทอง
ย่อมมีความกลัวในอำนาจมืด หากไปขัดผลประโยชน์ใครเข้า
สื่อเองย่อมมีโอกาสที่จะเข้าใจเรื่องราวต่างๆผิดพลาด
หากเรื่องราวพวกนั้นถูกวางแผนสร้างเรื่องต่อเนื่องกันมาอย่างดี
และสื่อก็ย่อมมีโอกาสกลายเป็นเครื่องมือของใครก็ได้
ที่มีอำนาจและต้องการให้เรื่องราวมันเป็นอย่างนั้น ไม่ว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ตาม

การที่เราจะหวังให้สื่อทุกสื่อใสสะอาดบริสุทธิ์
มันก็เหมือนหวังจะให้นักการเมืองทุกคนใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ข้าราชการทุกคนใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายใสสะอาดบริสุทธิ์
หวังให้ทุกคนในสังคมเป็นคนดีด้วยกันถ้วนหน้า
จะว่ามันเป็นความหวังอันงี่เง่าที่สุดก็ว่าได้นะครับ
แต่อย่างไรมันก็เป็นความหวังเล็กๆในใจผม
และคงเป็นความหวังของคนส่วนใหญ่ในสังคม...ถึงมันจะเป็นไปไม่ได้ก็เหอะ

ความจริงกับความเท็จมันมีอยู่อย่างกะเรี่ยกะราดในสังคม
เราต้องใช้วิจารณญาณของเราเองที่จะแยกแยะมันออกจากกัน
เราต้องมีวิจารณญาณในการพิจารณาสิ่งกะเรี่ยกะราดที่เราหยิบมามันน่าจะจริงหรือเท็จ
แต่ละคนย่อมมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแตกต่างกันไป
เพียงแต่ขอให้เราทำใจสบายๆ คิดว่าทุกสิ่งไม่ใช่ของเรา ไม่เกี่ยวกับเรา
แล้วเราก็มีโอกาสจะพิจารณาเห็นว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้นเอง[/quote]

ลำพังแค่สื่อบิดเบือนโกหกตอแหลไปวันๆ คงไม่มีผลกระทบอะไรกับประชาชน แต่ปัญหามันอยู่ที่ สื่อบางพวก มันไปสมสู่กับพวกกากเดนเผด็จการ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ให้พวกพ้องและตัวเอง จนประชาชนเขาทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นสู้ การสู้ลำพังแค่ เจ้าของสื่อหรือคนทำสื่อ เตะปากต่อยปากกับชาวบ้านคงไม่มีอะไรมาก อย่างมากก็ถูกจับหรือปรับ หรือโดนประนามคุกคามสื่อคุกคามประชาชน แต่ที่เป็นปัญหาเพราะ สื่อมันเลวทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้พวกกากเดนเผด็จการ บิดเบือนใส่ร้ายประชาชนฝ่ายตรงข้าม จนเหตุการณ์บานปลาย ถึงขนาดอณุญาติล้อมฆ่า โดยไม่สนใจเรื่องผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของชาติ และไม่สนการสูญเสียต่อชีวิตของผู้คน ถ้าสื่อเลวจะทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหายหลายร้อยพันเท่าทวีคูณ ลำพังแค่สู้กับเผด็จการก็กระอักเลือดแล้ว ยังมาสู้กับสื่อเลวๆรวมหัวกับกากเดนเผด็จการตอแหลบิดเบื้อนใส่ร้ายอีก ยังมีทางไปไหมละประเทศไทย[/quote]

ตามนั้น !....

คาก
คาก
คาก....

-------------------------------

ว่าไป
ลักษณะพิเศษของ "ประชาไท"
ก็คือ >> น่าจะเป็นเว็บที่มี "ไวรัสดิจิตอลทุกสายพันธุ์" โจมตีมากที่สุดของประเทศเทยก็ว่าได้....

คาก
คาก
คาก.....

แต่นี่ก็เป็น "ดัชนี" ที่ชี้ว่า
"ประชาไท" น่าจะเดินมาถูกทางแร้วว์.....

และมันก็ชี้ด้วยว่า
"ระบอบเผด็จการแฝงเร้น" ในประเทศเทยนั้น >> ยังคง"เป็นใหญ่ในแผ่นดิน"และครอบงำประเทศนี้อยู่อย่างมั่นคง....

คือปิดเว็บมัน "บนดิน" ไม่ได้โดยตรง
ก็โจมตีให้เว็บมันเจ๊งติดๆดับๆในทาง "ใต้ดิน" ก็เอา--ว่างั้นเหอะ !

คาก-คาก-คาก....

แต่เชื่อเหอะ !
ไม่มีวันที่เว็บ"ประชาไท"จะโดนปิดอย่างเป็นทางการหรอก.....

เรื่อง back ดีระดับห้าดาวนั้น--
มันจิ๊บจ๊อยส์ !

หากแต่ที่สำคัญก็คือ
เพราะ "อำมาตย์" จะไม่ยอมให้ปิดโดยเด็ดขาด !

อ้าว !
ไหงงั้นล่ะ ?......

ปู๊โธ่ !
ถ้าปิดแล้ว---"อำมาตย์" จะไปหาแหล่งเพื่อคอยจับตาดู "ความคิดความอ่าน & ทิศทางการสวิงกิ้ง" ของพวกหัวแข็งได้ชัดๆแบบนี้ได้ที่ไหนอีกล่ะ.....

จริงมะ ?

คากคาก
คากคาก
คากคาก.....

เผลอๆ
"พวกเกลียดประชาธิปไตย&ประชาไท" จะเข้ามาตามอ่านเป็นวรรคเป็นเวรมากกว่า "พวกรักประชาธิปไตย&ประชาไท" ซะก็ไม่รู้ !

คาก-คาก-คาก
ค า ก...

---------------------------------
---------------------------------

๗ ปี"ประชาไท"
ขอชูถ้วยกาแฟคารวะมาอย่างเป็นทางการ.....
และขอแสดงความยินดีต่อ"ทีมงานประชาไท"ทุกคน.

เสรีภาพ จงเจริญ !
ประชาธิปไตย จงเจริญ !

------------------------------------
[ งดหัวเราะชั่วคราว ]
ดช.เฟียมและดช.บุ่ย ( แฝดสามนาโน )
FFF
BBBB

ปล.

ว่ากันตามตรง....
อย่าเอาแต่แค่ส่ง "กำลังใจ" มาให้ "ประชาไท" อย่างเดียวน่ะ-เฮียๆเจ๊ๆ
โปรดส่ง "กำลังเงิน" มาให้ด้วยก็ดีฮิ.....

ประชาธิปไตย( แท้ )
มันก็เดินด้วยท้องเหมือนกันฮิ......

คาก
คาก
คาก
คาก.....

"ไม่ใช่ระดับการศึกษาที่เป็นอุ

"ไม่ใช่ระดับการศึกษาที่เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย
แต่ระดับของความมีเสรีภาพของสื่อ
และความสามารถของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลที่มีความหลากหลายเท่านั้น
ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะบ่งชี้ว่าประชาธิปไตยประสบความสำเร็จหรือไม่"

"สำนึกในทางประชาธิปไตยต่างหาก ที่มีความสำคัญยิ่งกว่า"

ผมชอบแนวความคิดนี้ของอ.วรเจตน์มาก
เวลาคุยกับคนที่ห่วงใยบ้านเมือง ส่วนใหญ่จะบอกว่าปัญหาทุกอย่าง ไม่ว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง
ความไม่มีระเบียบวินัย ต้องรอให้คนไทยมีการศึกษาเสียก่อน

ผมมักโต้แย้งเสมอว่า เป็นเรื่องจิตสำนึกของทุกคน และอธิบายไปว่า

1. หากคุณทำผิดไม่ว่าเล็กน้อย หรือใหญ่โต พวกคุณไม่ใช่หรือที่มีโอกาสทุกช่องทาง เช่นข่มขู่คู่กรณี วิ่งเต้นตำรวจ อัยการ ถึงผู้พิพากษา คุณคิดว่าคุณไม่ทำหรือหากสถานะทางสังคมคุณมีโอกาส
2. เป็นเรื่องที่คนทุกระดับชั้น ต้องผลักดันเรียกร้องให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะเป็นสิทธิของคนที่เสียเปรียบที่จะเรียกร้อง
3. คนชั้นล่างจะเรียกร้องได้ ต่อเมื่อเขารู้ว่าเขามีศักดิ์ศรี มีค่าเป็นพลเมืองคนหนึ่งของชาติ ที่มีสิทธิ์ หน้าที่ตามกฎหมายเหมือนคนอื่น
4. จะให้คนชั้นล่างมีสำนึกว่าเขามีศักดิ์ และสิทธิ์ในประเทศชาติ ต้องเลิกการครอบงำความคิดแบบเดิมๆ โดยคนชั้นสูง

เพราะฉะนั้นในความเห็นผม อุปสรรคในการพัฒนาประเทศไม่ใช่คนไม่มีการศึกษา แต่เป็นเรื่องของคนชั้นสูง ที่พยายามให้การศึกษาเพื่อไม่ให้คนเป็นไท

ขอให้กำลังใจทีมงานประชาไททุกค

ขอให้กำลังใจทีมงานประชาไททุกคน
ในโอกาสเหมาะสม จะให้กำลังเงินตามมาอีกครั้ง
(ลืมไปแล้วว่าให้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร!!)

ในวาระครบรอบ๗ปีประชาไท

ในวาระครบรอบ๗ปีประชาไท ผมขอวิจารณ์ฝากไว้หน่อยว่า พักนี้หัวข้อข่าวที่นำมาลงในเวปน่าสมเพชมาก....

ข่าวที่สื่ออื่นเขานำมาลงกัน ไม่ปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นข่าวการบินไทย ข่าวอดีตปลัดคมนาคม ข่าวความพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งท้องถิ่นของเพื่อไทยที่เจ้าของพรรคเลือกผู้สมัครเอง ฯลฯ...

นับเป็นยุคตกต่ำอย่างยิ่งของสื่อประชาไทที่คุยนักคุยหนาว่าเป็นสื่อเสรี...เคารพความเห็นต่าง

เล่นคัดข่าวชั้นสามชั้นสี่มาลงเช่นนี้ หมดอารมณ์จะติดตามครับ....

กองบรรณาธิการนั้น หากเป็นลูกน้องผม โดนไล่ออกไปหมดแล้ว.....คัดข่าวคัดบทความมาลงได้สากกระบือมาก.....

กลัวอะไรหรือครับ.......

โดยสัจจริงแล้วปชชไม่มีความคิด

โดยสัจจริงแล้วปชชไม่มีความคิดแตกแยก หากไม่มีผู้มีอำนาจวาสนาเข้าไปเลือกข้าง ปทท แตกแยกเพราะเหตุนี้เท่านั้น

บางกอก

[quote=บางกอก]ในวาระครบรอบ๗ปีประชาไท ผมขอวิจารณ์ฝากไว้หน่อยว่า พักนี้หัวข้อข่าวที่นำมาลงในเวปน่าสมเพชมาก....

ข่าวที่สื่ออื่นเขานำมาลงกัน ไม่ปรากฏให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นข่าวการบินไทย ข่าวอดีตปลัดคมนาคม ข่าวความพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งท้องถิ่นของเพื่อไทยที่เจ้าของพรรคเลือกผู้สมัครเอง ฯลฯ...
[/quote]

ขออนุญาตเสือกตอบแทนหน่อยครับ
คือข่าวแบบนั้นมีให้อ่านกันเยอะแยะแล้ว
จะเอามาลงซ้ำๆกันทำเบื้อกอะไรละครับท่าน

[quote=บางกอก]
นับเป็นยุคตกต่ำอย่างยิ่งของสื่อประชาไทที่คุยนักคุยหนาว่าเป็นสื่อเสรี...เคารพความเห็นต่าง
เล่นคัดข่าวชั้นสามชั้นสี่มาลงเช่นนี้ หมดอารมณ์จะติดตามครับ....
กองบรรณาธิการนั้น หากเป็นลูกน้องผม โดนไล่ออกไปหมดแล้ว.....คัดข่าวคัดบทความมาลงได้สากกระบือมาก.....
กลัวอะไรหรือครับ.......[/quote]

ทำไมจะไม่เสรี...ก็เจ้าของเวปอยากลงอะไรเขาก็เอามาลงโดยเสรีของตัวเขาเองอยู่แล้ว
หรือว่าเจ้าของเวปจะลงอะไร ต้องไปขออนุญาตท่านบางกอกก่อน
ให้ท่านบางกอกบอกว่ามันเสรี-ไม่เสรีหรือไงครับท่าน
แล้วคนโพลต์เห็นต่างในเวปประชาไทก็มีอยู่เต็มไปหมด เผลอๆมากกว่าคนเห็นด้วยด้วยมั้ง
ถ้าเป็นเวป manager โพสต์ไม่ขึ้นหรอกครับ อะไรที่มันเห็นต่างจากเขานะครับ

ข่าวชั้นสามชั้นสี่ จะชั้นไหนก็ไม่สำคัญ ข้อสำคัญข่าวมันต้องเข้ากับเจตนารมณ์ของเจ้าของเวปครับ

ถ้าท่านบางกอกคุมกองบรรณาธิการของประชาไท ก็แหงละสิ ไม่ต้องบอกก็รู้ ต้องไล่ลูกน้องออกหมด แล้วแบ่งคนจาก ASTV ที่กำลังย่ำแย่มาทำแทนไงครับ รับรองคัดข่าวมาลงได้ไม่สากกระบือ

ผมว่าประชาไทเขาไม่กลัวนะครับ ถ้ากลัวก็ต้องทำข่าวแบบ ASTV หรือ ไทยโพสต์

ที่ว่าๆมาเนี่ยะ...ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับประชาไท นะครับ อย่าเข้าใจผิด
มีแต่ประชาไทเท่นั้นจะซวยตามผมไปด้วย เวลาผมปล่อยของ แล้วเขาตามลบไม่ทันนะครับ

ตอนนี้ผมกำลังพยายามทำตัวเป็นคนดี พยายามจะไม่ปล่อยของ
ผมก็คนนะขอรับ กลัวเป็นเหมือนกัน...ไม่อยากตายในคุกนะขอรับ

แน่ใจนะว่า ประชาไท

แน่ใจนะว่า ประชาไท นำเสนอทุกด้าน ไม่ละเลยบางแง่มุม หรือ โหมเรื่องเดียวเพื่อให้เกิดกระแสขึ้นมา สื่อรับใช้เผด็จการ ไม่น่ากลัวเท่ากับ พวกที่รับใช้นายทุน หรือ ตกเป็นสมบัติของนายทุนอย่างประชาไท คนรับสื่อต่างหาก ควรมีวิจารณญานเป็นของตัวเอง ด่าทหารไม่ถือว่ากล้าหาญหรอกครับเพราะไม่เห็นเขาทำอะไร แต่กล้าด่านายทุนหรือ สปอนเซอร์ตัวเอง ผมถึงนับว่ากล้าหาญ เพราะทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเอง เพื่อรักษาความถูกต้อง

lucky wrote: ฯลฯ--

[quote=lucky] ฯลฯ-- สื่อรับใช้เผด็จการ ไม่น่ากลัวเท่ากับ พวกที่รับใช้นายทุน หรือ ตกเป็นสมบัติของนายทุนอย่างประชาไท --ฯลฯ-- ด่าทหารไม่ถือว่ากล้าหาญหรอกครับเพราะไม่เห็นเขาทำอะไร แต่กล้าด่านายทุนหรือ สปอนเซอร์ตัวเอง ผมถึงนับว่ากล้าหาญ เพราะทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเอง เพื่อรักษาความถูกต้อง[/quote]

อะไรมันจะขนาดน้านน์ - "เฮียลักขี้" !....

คาก
คาก
คาก
คาก
คาก
คาก
คาก.....
( ^O^ )
BBBB
BBBB