วันชาติรัฐฉานปีที่ 67: เจ้ายอดศึกหวังทุกชาติพันธุ์สามัคคีกันแก้ไขปัญหา

ชาวไทใหญ่จัดงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 ที่ดอยไตแลง โดย พล.ท.เจ้ายอดศึก หวังให้ประชาชนในรัฐฉาน และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพม่ามีความสามัคคีกันอันจะนำมาซึ่งสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของชนชาติต่างๆ รวมทั้งขอให้เต็ง เส่งยึดหลักเจรจาสันติภาพ เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุคกองทัพปกครอง และหวังให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่ในสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ที่กำลังจัดประชุมใหญ่และเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ในสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกัน ในงานวันชาติรัฐฉานปีนี้ มีตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์จากรัฐต่างๆ ในพม่า ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ด้วยทั้งจากรัฐกะเหรี่ยง รัฐคะเรนนี รัฐคะฉิ่น และที่ต่างๆ โดยผู้นำกองทัพกะเหรี่ยง KNLA พล.ท.บอจ่อ แฮ หวังให้กลุ่มชนชาติต่างๆ ทั่วพม่ามีความสามัคคี เพื่อให้ได้รับชัยชนะและอิสรภาพ ขณะที่ประธานาธิบดีพม่า และรัฐมนตรี ส่งสาส์นร่วมแสดงความยินดีในวันชาติรัฐฉานเช่นกัน

000

ภาพจากงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 ที่ดอยไตแลง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557

พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน RCSS กล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557

000

ร้านค้าที่มาออกร้านบนดอยไตแลง เมื่อคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ก่อนงานพิธีวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 ที่จะจัดในช่วงเช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์

ชาวไทใหญ่ในชุดประจำชาติเดินทางมาร่วมงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขาวไทใหญ่เดินทางมาร่วมงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 ซึ่งจัดที่ดอยไตแลง

คนรุ่นใหม่ในชุดประจำชาติของชาวไทใหญ่ เดินทางมาร่วมงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 ที่ดอยไตแลง

พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ในงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 ที่ดอยไตแลง

ทหารกองทัพรัฐฉานสวนสนามในวันชาติรัฐฉาน เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ ที่ดอยไตแลง รัฐฉาน

ทหารกองทัพรัฐฉาน SSA ระหว่างพิธีสวนสนามเนื่องในงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67

ประชาชนจากทั่วสารทิศทั้งจากในรัฐฉานและที่ทำงานในประเทศไทย เดินทางมาร่วมงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67

ชาวไทใหญ่ในงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 ที่ดอยไตแลง เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2557

 

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ดอยไตแลง ทางตอนใต้ของรัฐฉานติดกับ จ.แม่ฮ่องสอน สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (Restoration Council of Shan State - RCSS) และกองทัพรัฐฉาน (Shan State Army - SSA) ได้จัดงานวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 มีการสวนสนามของทหารกองทัพรัฐฉาน การปราศรัยของผู้แทนประชาชน และผู้แทนชนชาติต่างๆ ในรัฐฉาน และรัฐชนชาติต่างๆ ในพม่า ทั้งนี้นอกจากการจัดงานวันชาติรัฐฉานที่ดอยไตแลงแล้ว มีรายงานด้วยว่ามีการจัดงานเลี้ยงฉลองวันชาติรัฐฉานที่เมืองเชียงตุง รัฐฉานภาคตะวันออกด้วย

 

เจ้ายอดศึกหวังให้กลุ่มชาติพันธุ์สามัคคีกันเพื่อแก้ไขปัญหา

ในการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 นั้น ตอนหนึ่ง พล.ท.เจ้ายอดศึก ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานกล่าวว่า ข้อเรียกร้องของประชาชนทุกชนชาติในรัฐฉานนั้น ทุกคนต้องการสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และประชาธิปไตย อยากมีส่วนร่วมปกครองรัฐฉาน และรัฐของชนชาติต่างๆ ในพม่าก็ต้องการสิ่งเหล่านี้เช่นกัน ทั้งนี้จุดมุ่งหมายสูงสุดของทุกคนก็จะได้มาก็ด้วยความสามัคคี จะมีความสามัคคีได้ต้องมีเอกภาพเสียก่อน และความสามัคคีนั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาของรัฐฉานและพม่าได้

ทั้งนี้เป็นการกล่าวสุนทรพจน์ของ พล.ท.เจ้ายอดศึก ในฐานะประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานก่อนที่จะดำรงตำแหน่งครบวาระ โดยจะมีการเลือกตั้งประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานและคณะกรรมการ ในการประชุมใหญ่ของสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน ระหว่างวันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์นี้

 

ผู้นำกะเหรี่ยงหวังให้กลุ่มชนชาติต่างๆ มีความสามัคคี เพื่อให้ได้รับชัยชนะ-อิสรภาพ

โดยในงานวันชาติรัฐฉานปีนี้ มีตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ร่วมกล่าวสุนทรพจน์ด้วย โดย พล.ท.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ได้กล่าวแสดงความยินดีในวันชาติรัฐฉานปีที่ 67 และกล่าวว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของชนชาติในรัฐฉาน และชนชาติต่างๆ ในพม่าในอดีตที่ได้มาประชุมปรึกษากัน ถือเป็นวันสำคัญที่ต้องยึดถือ ทั้งนี้จุดมุ่งหมายการต่อสู้ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพม่านั้นคือให้มีอิสรภาพและมีสิทธิของชาติตนอย่างเต็มที่ แผ่นดินเกิดของพวกเรานั้นเป็นเรือนตายของเรา เราจะไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหง สำหรับกองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ นั้น ถ้าพวกเราทุกกลุ่มมีความสามัคคีร่วมกัน ในที่สุดก็จะได้รับชัยชนะและมีอิสรภาพ

 

เต็ง เส่ง ส่งสาส์นแสดงความยินดีในวันชาติรัฐฉานด้วย

นอกจากนี้มีการกล่าวสุนทรพจน์โดย กเว ตู วิน เลขาธิการกลางสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ผู้แทนจากกองทัพแห่งอิสรภาพคะฉิ่น (KIA/KIO) ผู้แทนจากพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (KNPP) และผู้แทนจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติยะไข่ (ALA) เป็นต้น และมีการกล่าวสุนทรพจน์ของจายปางฟ้า จากเมืองไหย๋ ในฐานะตัวแทนประชาชนในรัฐฉานที่เข้าร่วมงานวันชาติ รวมทั้งการกล่าวสุนทรพจน์โดยตัวแทนคณะสงฆ์ในรัฐฉาน และในปีนี้มีการอ่านสาส์นของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือพม่า ที่ส่งมาแสดงความยินดีในวันชาติรัฐฉาน รวมทั้งมีการอ่านสาส์นของ อ่อง มิน รัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดีพม่า  ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทในการเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพม่าด้วย

 

ผู้นำรัฐฉานสนับสนุนให้เต็ง เส่ง ยึดหลักเจรจาสันติภาพ เพราะไม่ใช่ยุคปกครองด้วยกองทัพ

โดยในการให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.เจ้ายอดศึก เขาระบุว่าในการประชุมใหญ่ของสภากอบกู้รัฐฉานระหว่างวันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์นั้น เขาจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นผู้นำ ส่วนจะมีการเลือกตัวเขากลับมาทำหน้าที่ทางการเมืองหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้แทนประชาชนและนายทหาร

ส่วนคำถามเรื่องข้อเสนอจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ให้มีกองทัพของสหพันธรัฐนั้น พล.ท.เจ้ายอดศึกตอบว่า "การที่ให้พม่าเป็นสหพันธรัฐอย่างแท้จริงนั้น ถือเป็นวิธีการเดียวที่จะทำให้เกิดสันติภาพ และที่กลุ่มชาติพันธุ์จับอาวุธขึ้นมาต่อสู้นั้น ล้วนมีข้อเรียกร้องเช่นเดียวกัน ก็คือ หนึ่ง ต้องการให้เกิดสหพันธรัฐอย่างแท้จริง สอง ให้ประเทศปกครองด้วยประชาธิปไตย สาม ให้สิทธิกำหนดการปกครองด้วยตนเอง และสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อย่างเสมอภาคกัน"

พล.ท.เจ้ายอดศึกย้ำด้วยว่า ถ้ากองทัพพม่า ปฏิเสธที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ปัญหาความขัดแย้งก็จะไม่ได้รับการแก้ไข และเชื่อว่าการที่ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง มีนโยบายให้มีการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์นั้นถือว่ามาถูกทางแล้ว ทั้งนี้ชนชาติทุกกลุ่ม และกองทัพของกลุ่มชนชาติทุกฝ่ายเชื่อว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จะสามารถทำได้ เพราะยุคสมัยนี้ไม่ใช่ยุคที่จะปกครองประเทศด้วยกองทัพแล้ว ถ้าเอากองทัพมาปกครองบ้านเมืองก็เสียหาย

ต่อคำถามที่ว่า มีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลพม่าอย่างไร ในฐานะที่จะเป็นประธานอาเซียนในปีนี้นั้น ประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานกล่าวว่า "กรณีที่พม่าจะเป็นประธานอาเซียนนั้น จุดประสงค์ของการก่อตั้งอาเซียนคือให้มีประชาธิปไตย เกิดสันติภาพและสามารถอยู่ร่วมกัน เพียงแต่ว่าถ้าพม่ารับเป็นประธานอาเซียน ทั้งสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ หวังว่าจะมีโอกาสพูดคุยกับชาติสมาชิกในอาเซียน และหวังให้รัฐบาลประเทศอื่นเปิดช่องทางให้เราได้พูดคุย"

ส่วนคำถามเรื่องกระบวนการสันติภาพนั้น พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าวว่า ฝ่ายรัฐฉานนั้นยึดหลักแก้ไขความขัดแย้งด้วยแนวทางการเมือง แต่จะให้ประสบผลสำเร็จภายในเดือนสองเดือนเป็นไปได้ยากเพราะความขัดแย้งมีมายาวนานกว่า 60 ปีแล้ว

 

67 ปี วันชาติรัฐฉาน และเส้นทางเจรจาสันติภาพ

สำหรับวันชาติรัฐฉาน เป็นการรำลึกถึงระหว่างการประชุมของบรรดาเจ้าฟ้าที่ปกครองหัวเมืองต่างๆ พร้อมด้วยตัวแทนประชาชนในรัฐฉานที่เมืองปางโหลง ภาคใต้ของรัฐฉาน เมื่อวันที่ 3 - 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 โดยในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ประชุมร่วมกันออกแถลงการณ์จัดตั้งสภาสหพันธรัฐ และขุนปานจิ่ง เจ้าฟ้าชาวปะหล่อง ซึ่งปกครองเมืองน้ำสั่น ทางภาคเหนือรัฐฉาน และเป็นประธานสภาสหพันธรัฐฉานขณะนั้นได้กำหนดให้ผืนธงสีเหลือง เขียว แดง และวงกลมสีขาว พร้อมด้วยเพลงชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นของชาวรัฐฉานทั้งมวล และชนชาติในรัฐฉานได้ถือเอาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เป็นวันชาติรัฐฉานพร้อมจัดงานฉลองทุกปี

ขณะที่หลังจากมีการตั้งสหภาพพม่าในปี 2491 ในรัฐฉานก็มีความพยายามทั้งในทางการเมืองและการทหารขอแยกตัวออกจากพม่ามาอย่างยาวนาน โดยในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 เจ้าน้อยซอหยั่นต๊ะ ได้ตั้งกองกำลังต่อต้านรัฐบาลพม่าในนามกลุ่ม "หนุ่มศึกหาญ" ขึ้นที่อำเภอเมืองหาง เขตเมืองโต๋น ในรัฐฉานตอนใต้ ด้านตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน

โดยกองทัพรัฐฉาน หรือ SSA ที่นำโดย พล.ท.เจ้ายอดศึกนั้น เกิดขึ้นเมื่อ 18 ปีก่อน ภายหลังจากนำทหารจำนวนหนึ่งแยกตัวออกจากขุนส่า ภายหลังจากที่ขุนส่านำกองทัพเมิงไต (MTA) วางอาวุธและมอบตัวกับรัฐบาลพม่าในเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2539 โดย พล.ท.เจ้ายอดศึก ได้มาตั้งฐานอยู่บริเวณชายแดนรัฐฉานตอนใต้ ต่อสู้กับรัฐบาลพม่าเรื่อยมา กระทั่งหลังจากมีการเลือกตั้งทั่วไปในพม่าเมื่อ 7 พฤศจิกายน ปี 2553 และเต็ง เส่ง เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีพม่าเมื่อ 31 มีนาคมปี 2554 นั้น รัฐบาลของเต็ง เส่ง ได้มีการเจรจาหยุดยิงกับกองกำลังของกลุ่มชนชาติในพม่าหลายกลุ่ม รวมทั้งกองทัพรัฐฉานด้วย

และเมื่อวันที่ 19 พฤษจิกายนปี 2554 มีการเจรจาครั้งแรกระหว่างฝ่ายสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน และรัฐบาลพม่า ที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน จ.เชียงราย โดยทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิง และหลังจากนั้นมีการเจรจากันอีกหลายครั้ง โดยกองทัพรัฐฉานเสนอขอพื้นที่ปกครองตนเอง ที่หัวเมือง และเมืองทา แต่ยังไม่มีความคืบหน้าจากรัฐบาลพม่าขณะเดียวกันยังคงมีการรายงานการปะทะกัน โดยฝ่ายกองทัพรัฐฉานระบุว่าเป็นเพราะทหารพม่าเคลื่อนกำลังเข้ามาในพื้นที่ซึ่งกองทัพรัฐฉานดูแล

และเมื่อเดือนตุลาคมปี 2555 ที่ผ่านมา มีการประชุมระหว่างรัฐบาลพม่ากับสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน และสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยอาชญากรรมและยาเสพติด หรือ UNODC ที่เมืองท่าขี้เหล็ก เรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพย์ติด และสำรวจพื้นที่นำร่องปลูกพืชทดแทนฝิ่น

ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2556 พล.ท.เจ้ายอดศึก และคณะกว่า 20 คน ออกเดินทางจากฐานที่มั่นในรัฐฉานเข้าไปในพม่า ระหว่างวันที่ 9 - 23 มิถุนายน เพื่อพบพูดคุยหารือด้านสันติภาพกับรัฐบาลพม่าตามคำเชิญของประธานาธิบดีเต็งเส่ง โดยคณะเจ้ายอดศึก ได้พบหารือกับผู้นำในรัฐบาลพม่า รวมถึงได้พบปะกับผู้นำไทใหญ่ทั้งพรรคการเมือง ภาคประชาสังคมต่างๆ ทั้งที่กรุงเนปิดอว์ นครย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และที่เมืองตองจี เมืองจ๊อกแม และเมืองปางโหลง ของรัฐฉาน และประชุมสรุปผลการหารือกับประชาชนในรัฐฉานที่เมืองท่าขี้เหล็กด้วย