งัด ม.44 แก้ไขปัญหาช่วงเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วง - ตั้ง 19 กก.เตรียมการปฏิรูป

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

27 ธ.ค. 2559 เมื่อเวลา 14.10 น. ณ บริเวณห้องโถงตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรกล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า วันนี้รัฐบาลได้เป็นห่วงความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่าเรื่องของการเมืองที่คาดเดาได้ยาก สำหรับผู้ที่มีความคิดต่างจากรัฐบาล ควรมีความคิดที่จะทำเพื่อประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และควรเน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยรัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สุขของคนในประเทศเป็นหลัก

สำหรับการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงปีใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติพร้อมหน่วยงานต่าง ๆ ได้เตรียมความพร้อมวางมาตรการดูแลพี่น้องประชาชนไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้สั่งการย้ำให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาให้บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ที่สงบมากที่สุด และไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อีกทั้งขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชน และประชาชนให้ช่วยกันเฝ้าระวัง รวมถึงแจ้งเตือนการก่อความรุนแรง พร้อมงดดื่มสุราในขณะขับขี่ยานพาหนะ ซึ่งอย่าฝากความหวังให้เจ้าหน้าที่ดูแลเพียงอย่างเดียว ประชาชนต้องระมัดระวังอุบัติเหตุด้วย เพราะไม่มีใครดูแลตัวเราได้ดีกว่าตัวเราเอง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า วันหยุดในช่วงปีใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2559 - 3 ม.ค. 2560 ไม่ใช่เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 ธ.ค.

พร้อมกล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสปีใหม่ว่า ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ได้รับพรจากอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย พร้อมเดชะพระบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงปกป้องคุ้มครองให้ประชาชนคนไทยทั้งหมด รวมไปถึงชาวต่างประเทศที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ให้มีความสุขความเจริญทั้งในเรื่องหน้าที่การงานและในเรื่องส่วนตัวตลอดไป

งัด ม.44 แก้ไขปัญหาช่วงเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีม่วง

สำหรับการใช้ มาตรา 44 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเพียงการทำงานเสริมกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และเพื่อเร่งการทำงานที่ติดขัดกับกฎหมาย ทั้งในเรื่องการแก้ไขกฎหมาย อย. เพื่อให้สามารถผลิตยาสมุนไพรพื้นบ้าน โดยการนำไปสู่การวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะทำให้พี่น้องชาวไทยมียารักษาโรคในราคาถูกได้ รวมถึงใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาช่วงเชื่อมต่อของรถไฟสายสีม่วงให้แล้วเสร็จในปลายปี 2560  ซึ่งรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวกับผลประโยชน์แต่อย่างใด

คดีธรรมกาย บังคับใช้กฎหมายโดยเลี่ยงความรุนแรง

ส่วนคดีวัดพระธรรมกาย พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบ ซึ่งที่ผ่านมาการดำเนินการดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมและ DSI ได้ดำเนินการตามขั้นตอนไปเรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น ขณะนี้เป็นการรอการดำเนินการในการบังคับใช้กฎหมายโดยหลีกเลี่ยงการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจากการปะทะกัน
 
สำหรับการตั้งคณะกรรมการปฎิรูป พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวย้ำว่า เป็นคณะกรรมการที่รวบรวมนโยบายและผลงานการดำเนินงานที่ที่ผ่านมาให้เกิดความชัดเจน เพื่อการปฏิรูป โดยนำแม่น้ำ 5 สาย ร่วมกับยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี เร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด และที่สำคัญจะเป็นแนวทางให้กับรัฐบาลในชุดต่อไป

สรรเสริญ แจงนายกฯ ไม่อยากให้มองว่าเอื้อประโยชน์กับเอกชน

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 จำนวน 3 ฉบับ คือ1.คำสั่งการดำเนินการเดินรถระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-เตาปูนระยะทาง 1 กิโลเมตร โดยให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เป็นผู้ว่าจ้างบริษัทเอกชนมาดำเนินการ ในลักษณะของการจ้างโดยรัฐเป็นผู้ลงทุน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วงไม่อยากให้มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์กับเอกชน แต่อยากให้บริษัทที่ลงทุนเดิมมาเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในการเสียค่าใช้จ่ายเดินทางราคาถูก
 
“นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเป็นห่วง ไม่อยากให้มองว่า เป็นการเอื้อประโยชน์กับเอกชน แต่อยากให้บริษัทที่ลงทุนเดิมมาเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ในการเสียค่าใช้จ่ายเดินทางราคาถูก” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

ม.44 ตั้งคณะเตรียมปฎิรูป 19 คน

“2.คำสั่งมาตรา44 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการปฎิรูปประเทศจำนวน 19 คน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กรรมการประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีทุกคนและรัฐมนตรีอีกจำนวน 2 คน รวมถึงประธานและรองประธานสนช. ประธานและรองประธานสปท. เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ เลขาธิการกฤษฎีกา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่คัดกรองจัดระเบียบเรื่องการปฎิรูปที่แต่ละหน่วยงานเสนอมาว่าเรื่องใดเป็นเรื่องเร่งด่วน ควรทำก่อนหรือหลัง และจะตั้งคณะอนุกรรมการติดตามงานด้วย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ขับเคลื่อนการขออนุมัติสินค้าที่ต้องได้รับการอนุญาตจาก อย.

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนคำสั่งที่ 3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการขออนุมัติสินค้าที่ต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานองค์การอาหารและยา(อย.) ที่จะกำหนดการจัดเก็บเงินพิเศษเพิ่มเติมในการให้บริการที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความรวดเร็วในการขออนุมัติ โดยค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจะนำไปจ้างผู้เชี่ยวชาญมาดูแลกระบวนการตรวจสอบ เพราะปัจจุบันเจ้าหน้าที่ของอย.มีไม่เพียงพอ ทำให้การขออนุมัติเกิดความล่าช้า
 
ที่มา เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล สำนักข่าวไทย 1 และ 2