Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ.... หรือเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ คอมเพล็กซ์ มีไฮไลท์ที่สังคมสนใจอยู่ที่การอนุญาตให้เปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ทั้งนี้ คาสิโนจะมีสัดส่วนเพียง 10% ของส่วนประกอบอื่นๆ มากมายที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว

ข้อถกเถียงเดือดขึ้นในทันทีแม้คาสิโนจะเป็นแค่ส่วนเดียวในโปรเจ็คใหญ่ทั้งหมด และแม้ว่าการนำธุรกิจใต้ดินขึ้นมาบนดินจะเป็นสิ่งที่พูดกันมานานในทางเศรษฐศาสตร์ แต่ในทางปฏิบัติมีรายละเอียดมากมายที่ยังเป็นข้อกังวล โดยเฉพาะมาตรการป้องกันผลกระทบที่จะตามมา

นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อํานวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงทัศนะต่อร่างกฎหมายที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ว่า “หละหลวมเกินไป” ทั้งในเชิงโครงสร้างการกำกับดูแล มาตรการป้องกันผลกระทบ การป้องกันธุรกิจสีเทาเข้ามาฟอกเงิน

หากร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ นวลน้อยคาดการณ์ว่าผลกระทบจะร้ายแรง ดังนั้น เธอจึงเสนอในท้ายที่สุดว่าควรตั้งต้นใหม่ด้วยการทำ ‘ประชามติ’ ถ้าผ่านจึงค่อยเริ่มกระบวนการร่างกฎหมายใหม่ที่เปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อให้ได้กฎหมายที่รัดกุม

นวลน้อย ตรีรัตน์ ภาพจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

บ่อนถูกกฎหมาย บริบทประวัติศาสตร์

นวลน้อยระบุว่า ในแต่ละประเทศก็มีที่มาของบ่อนถูกกฎหมายแตกต่างกันตามบริบททางประวัติศาสตร์ของตนเอง

ยกตัวอย่างประเทศอังกฤษ ในยุคพัฒนาอุตสาหกรรมเคยอนุญาตให้ชนชั้นแรงงานเล่นการพนันได้ ต่อมาพบว่ามันทำให้แรงงานสูญเสียวินัยการทำงานและยากจนลง จึงจำกัดไว้เฉพาะชนชั้นสูงที่มีเงินและต้องสมัครเป็นสมาชิกของคลับที่เปิดบ่อน

ขณะที่ออสเตรเลียในช่วงพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจพึ่งพิงกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ สภาพการทำงานเลวร้าย รัฐบาลออสเตรเลียจึงเปิดให้มีบ่อนการพนันและสถานบันเทิงเพื่อดึงดูดแรงงานเหล่านี้เอาไว้

“ประเทศไทยเองก็มีงานที่เขียนถึงช่วงสร้างทางรถไฟว่าเพื่อไม่ให้แรงงานหนีหายไป ก็เปิดให้มีการเล่นบ่อนเพื่อให้ติดหนี้บ้าง จะได้ไปไหนไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราดูตรงนี้จะพบว่าสังคมเล็งเห็นปัญหาของการเล่นพนันมาก่อน เพียงแต่เศรษฐศาสตร์เรียกว่าผลกระทบภายนอก”

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่ารัฐจะมีวิธีควบคุมและลดผลกระทบอย่างไร ไม่ใช่เพียงอาศัยแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่าเมื่อผิดกฎหมายก็ทำให้ถูกกฎหมายเพื่อจบปัญหา

สร้างรายได้มาก จริงหรือไม่?

จากการสํารวจพฤติกรรมการเล่นพนันของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบว่า 50% เป็นการเล่นการพนันในชุมชน เช่น บ่อนวิ่งหรือบ่อนตามงานศพซึ่งเล่นกันไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ส่วนบ่อนขนาดใหญ่ที่สามารถติดสินบนเจ้าหน้าที่ได้กลับมีไม่มาก

นอกจากนี้ ยังพบว่า วงเงินที่เล่นประมาณ 1 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาเป็นมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือ GDP จะเหลือราวๆ 30,000 ล้านบาท

ขณะที่เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ คอมเพล็กซ์ ที่รัฐบาลต้องการทำ โดยใช้โมเดลสิงคโปร์ คาดหวังว่าจะสร้างเม็ดเงินมากกว่า 100,000 ล้าน ซึ่งใหญ่กว่ามูลค่าจากบ่อนที่ผิดกฎหมายในปัจจุบัน

ในปีที่ผ่านมาสิงคโปร์มีรายได้จากบ่อนการพนันประมาณ 130,000 - 140,000 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ของผู้ให้บริการที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากการประมาณการณ์คร่าวๆ สิงคโปร์จะมีภาษีจากเงินส่วนนี้ประมาณ 20,000 ล้านบาท

นวลน้อยกล่าวว่าถ้าตัวเลขนี้เป็นรายได้คาดหวังของรัฐบาลก็ถือว่ายังน้อยกว่ารายได้ที่ได้จาก ‘สลากกินแบ่งรัฐบาล’ ที่ได้ 40,000 ล้านบาทต่อปี

“ประเด็นคือ สิ่งที่รัฐบาลจะได้ก็คือการจัดเก็บภาษี อย่างสิงคโปร์ เราไม่มีตัวเลขภาษีเขาโดยตรง แต่ว่าดูจากอัตราที่เขาใช้แล้ว ลองประมาณคร่าวๆ ภาษีก็อยู่ประมาณสัก 20,000 ล้าน แล้วรู้ไหมว่า รัฐบาลออกลอตเตอรี่ เมื่อก่อนออกอยู่ประมาณ 36 ล้านฉบับ ตอนหลังเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยกว่าล้านฉบับต่องวด ภาษีส่วนค่าธรรมเนียม ส่วนที่ส่งรัฐบาล ส่วนที่เป็นส่วนแบ่งจากลอตเตอรี่อย่างเดียว ยังไม่ใช่มาจากส่วนที่มาจากกิจการที่ว่าเป็นรายได้ของสํานักงานสลากแล้วมีเงินเหลือแล้วส่งมานะ เฉพาะส่วนที่เราอาจจะเรียกว่า เป็นภาษีลอตเตอรี่ นั่นแหละ ปีนึงส่งให้รัฐ 40,000 ล้าน จากที่เคยส่งอยู่ 10,000 กว่าล้าน เดี๋ยวนี้ 40,000 ล้าน” นวลน้อยกล่าว

สิงคโปร์-ฟิลิปปินส์ เส้นทางไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ในส่วนร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ..... หรือกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ คอมเพล็กซ์ ที่มีการพิจารณาและปรับแก้กันอยู่ นวลน้อยให้ความเห็นก่อนที่ร่างดังกล่าวจะถูกแก้ไขโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า เป็นร่างกฎหมายที่หละหลวมมากเมื่อเทียบกับผลกระทบที่สูง

“ในประเทศอื่นกฎหมายจะมีความชัดเจนเพื่อเป็นหลักประกันกับประชาชนในประเทศค่อนข้างมาก สิงคโปร์ตอนที่เปิดก็ประกาศว่ามีแค่ 2 แห่ง แล้วก็มีกฎระเบียบที่จะป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น มีค่าเข้าสำหรับคนสิงคโปร์เอง ถ้าเกิดปัญหาขึ้นก็จะมีมาตรการให้คนในครอบครัวสามารถร้องขอให้ระงับการเข้าใช้บริการได้ ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาชวนเล่นพนัน ไม่ให้วงเงินเครดิตกับคนที่มีถิ่นฐานอยู่ในสิงคโปร์ จะมีนักท่องเที่ยวที่เป็นวีไอพีเข้ามาเล่นอย่างเดียวแบบการท่องเที่ยวทั่วไป คือให้เฉพาะกลุ่มนั้นเท่านั้น ไม่ให้คนสิงคโปร์เลย เขามีมาตรการเยอะ ถึงกระนั้นในช่วงสองสามปีแรกที่เปิดก็มีปัญหาเยอะ” นวลน้อยกล่าว

ความเข้มงวดดังกล่าวทำให้สิงคโปร์มีการสำรวจเฝ้าระวังอยู่เสมอ ผลสำรวจในอดีตพบว่า คนสิงคโปร์ที่ติดการพนันมีประมาณร้อยละ 2.5-2.6 จึงต้องออกมาตรการแก้ไข กระทั่ง 5 ปีต่อมาตัวเลขจึงลดลงเหลือร้อยละ 0.9

หรือในกรณีที่ถูกเตือนว่ามีความเสี่ยงในการเป็นแหล่งฟอกเงิน รัฐบาลสิงคโปร์ก็รีบจัดการทันที จุดนี้ย้ำเตือนว่าสิงคโปร์มีการเตรียมความพร้อมและมาตรการจัดการที่เข้มแข็งมาก

ขณะที่ฟิลิปปินส์ซึ่งมีบ่อนถูกกฎหมายตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 และขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีฐานคิดเหมือนไทยที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ แต่มาตรการต่างๆ กลับหละหลวมจนจีนไม่พอใจ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเล่นจำนวนมากและสร้างผลกระทบตามมา ทำให้มีการขอให้ลดการออกใบอนุญาตเปิดบ่อนลง

“ฟิลิปปินส์มีการลดใบอนุญาตมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่พอ เพราะมันอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ สุดท้ายแล้วสัก 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการบุกจับเหมือนที่เราไปบุกที่เมียวดี มันกลายเป็นแหล่งคอลเซ็นเตอร์ เป็นแหล่งพนันออนไลน์ ค้ามนุษย์ เรียกค่าไถ่ มีคนต่างชาติที่ถูกเอามากักขังเยอะ

“ยังมีการจับกุมเกิดขึ้นในคาสิโนในกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์อยู่ในบัญชีสีเทาด้านการฟอกเงินตั้งแต่ปี 2564 เขาเลยต้องพยายามแก้ปัญหา และสุดท้ายก็ต้องปิดออฟชอร์ (การดำเนินธุรกิจการพนันจากนอกประเทศ) แต่เนื่องจากการปิดนี้ทำให้สูญเสียรายได้เยอะ จึงมีการทำแผนลดผลกระทบด้านการคลังของรัฐบาล สุดท้ายเลยมีการเปิดออนไลน์ ที่จริงเคยมีการเปิดออนไลน์สำหรับคนในประเทศเล่น แล้วถูกปิดในปี 2022 ไปรอบหนึ่ง ก่อนจะเปิดขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนรายได้ที่สูญเสียไป คือไปสนับสนุนให้คนในประเทศเล่นซะเอง”

นวลน้อยยังกล่าวด้วยว่า การเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายอาจจะมีการเติบโตในระยะสั้นๆ แต่ในระยะยาวจะประสบปัญหาว่าไม่สามารถดึงนักท่องเที่ยวได้ตามที่คาด เพราะคนเล่นคาสิโนไม่ชอบเล่นจำเจอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เธอยังยกตัวอย่างฟิลิปปินส์อีกว่าถูกจีนขึ้นบัญชีดำ หากนักท่องเที่ยวจะไปในพื้นที่ที่มีคาสิโน รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้ไป ถ้าให้เหตุผลว่าไปทำงานก็ต้องทําสัญญายุ่งยาก ประเทศไทยตอนนี้ที่มีนักท่องเที่ยวจีนในปีที่ผ่านมา 7 ล้านคนก็ควรต้องใส่ใจกับประเด็นนี้

สิงคโปร์ครอบครัวร้องขอ ‘ห้ามเล่น’ ได้

“ดิฉันเข้าใจว่าเดิมที เนื่องจากที่รัฐบาลออกมาหลวมๆ เกิดคําถามมากมาย แล้วก็มีคนออกมาตอบ พรรคเดียวกันก็ตอบไม่ค่อยเหมือนกัน ไม่มีหลักประกัน เพราะมีการพูดกันว่าเพื่อไม่ให้เดือดร้อนก็จะมีการตรวจสอบสถานะของคนเล่นว่ามีสถานะทางการเงินดี แต่ในร่างกฎหมายไม่มี กฤษฎีกาก็ไปเติมให้ ดิฉันตอบไม่ได้หรอก ว่าตัวเลขควรเป็นเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็น 50 ล้าน มีเงินอยู่ในบัญชี เข้าใจว่าปัจจุบันมีอยู่ประมาณสัก 30,000 บัญชีเท่านั้นที่มีเงินเกิน 50 ล้าน”

จุดนี้ไม่ตอบโจทย์การจำกัดผู้เล่นหรือ? นวลน้อยกล่าวว่า ถ้ากำหนดเกณฑ์ดังกล่าวก็อาจไม่สร้างผลกระทบ แต่ถึงที่สุดแล้วก็ไม่สามารถตอบแทนได้ และคิดว่าประเด็นนี้จะไม่ผ่านสภาเพราะไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำไมต้องเป็นตัวเลขนี้ อีกทั้งไม่รู้ด้วยว่าจะบังคับใช้เกณฑ์นี้อย่างไร

นวลน้อยอธิบายว่า สิงคโปร์มีกฎเหล็ก 2 ข้อสำหรับชาวสิงคโปร์ที่จะเข้าไปเล่นการพนัน

ประการแรก ต้องเสียค่าธรรมเนียมการเข้า 150 ดอลล่าร์สิงคโปร์

ประการที่สอง การเข้าเล่นแต่ละครั้งต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง ถ้าต้องการเข้าเล่นบ่อยครั้งก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ต่อปี

ถึงกระนั้นก็พบว่ามียอดตัวเลขร้องขอจากคนที่เกี่ยวข้องกับนักพนันมายังรัฐบาลให้ห้ามเข้าเล่นประมาณ 3 แสนกว่าราย และยังมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งที่คอยสอดส่องปัญหาจากการพนันคอยทำหน้าที่ออกแนวทางจัดการปัญหา

กองทุนลดผลกระทบ ของไทยไม่มี

นอกจานี้ทั้งสิงคโปร์ มาเก๊า เกาหลีใต้ยังมีกฎเกณฑ์ให้เก็บภาษีจากรายได้เข้ากองทุนเพื่อลดผลกระทบจากการพนัน ซึ่งต่างจากร่างกฎหมายของไทยที่ไม่มีเรื่องเหล่านี้เลย

“ของเราไม่เห็น ของเรานี่มีคณะกรรมการ 2 ชุดเหมือนกัน เป็นซุปเปอร์บอร์ดหนึ่งชุด ซุปเปอร์บอร์ดนี่คนประมาณ 1 ใน 3 นายกเป็นคนเลือก มีนายกเป็นประธาน แล้วก็รัฐมนตรีจำนวนหนึ่งให้มาออกกฎเกณฑ์ซึ่งไม่ค่อยเห็นที่ไหนทำ เพราะที่อื่นที่จะออกกฎหมายละเอียดเลย เมื่อตั้งคณะกรรมการก็เป็นคณะกรรมการที่เป็นอิสระ ว่ากันไปว่าจะดำเนินการอย่างไรตามกฎระเบียบทั้งหลายที่ว่าไว้

“แต่ของเราออกกฎหมายหลวมๆ แล้วบอกว่าเดี๋ยวให้ซุปเปอร์บอร์ดไปออกรายละเอียด แล้วเอาคนในรัฐบาลจำนวนหนึ่งมานั่งเป็นกรรมการซุปเปอร์บอร์ดพิจารณาแล้วทำเรื่องเสนอไปที่ ครม. แต่ทั้ง 2 ชุดนี้ประธานคือคนเดียวกันคือนายกรัฐมนตรี”

การเร่งดำเนินการออกกฎหมายที่มีเนื้อหาหละหลวมบ่งชี้ว่า รัฐบาลไม่มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้

ปัญหาที่ถูกจับจ้อง ‘แหล่งฟอกเงิน’ นักเล่น VIP

ในแง่ของแหล่งรายได้ของคาสิโนทุกแห่ง นวลน้อยกล่าวว่า ไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่มาจาก ‘นักเล่นวีไอพี’ เป็นส่วนใหญ่ นักเล่นเหล่านี้เองที่อาจจะมีความล่อแหลมในการดึงพวกที่ต้องการมาฟอกเงินมากที่สุด ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่รัฐบาลพูดถึงน้อยมากและไม่รู้ว่าจะเตรียมมาตรการอย่างไร

นวลน้อยระบุว่า คาสิโนถูกกฎหมายเป็นแหล่งดึงดูดใจการฟอกเงิน ยิ่งเป็นประเทศที่การบังคับใช้กฎหมายไม่แข็งแรง มีการทุจริตสูง ก็ยิ่งเป็นที่โปรดปรานของอาชญากรรมประเภทนี้ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกถ้าต้องการเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายคือการลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เป็นตัวดึงดูดธุรกิจสีเทา

นอกจากนี้ยังไม่เห็นว่าจะมีเกณฑ์อะไรเพื่อให้ใบอนุญาตแก่บริษัทที่ต้องการลงทุน เนื่องจากบริษัทคาสิโนบางแห่งก็มีชื่อเสียงไม่ดีนักในเรื่องการฟอกเงิน

ต้องไม่ลืมด้วยว่าการมีบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายไม่ได้ทำให้บ่อนเถื่อนหมดไป เพราะเดิมทีกว่าร้อยละ 50 ก็เป็นบ่อนเถื่อนในชุมชนอยู่แล้ว

พนันออนไลน์จะถูกกฎหมายด้วยหรือไม่?

นอกจากนี้ พนันออนไลน์ก็อาจได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งนวลน้อยเห็นว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะขณะนี้มีปรับปรุง พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ให้เพิ่มคําว่า ‘ออนไลน์’ ในการพนันทุกประเภท

“กฎหมายพนันเดิมมี 3 บัญชี เรียกว่า ก. ข. ค. บัญชี ก. เป็นการพนันที่ห้ามเล่น ถ้าจะอนุญาตให้เล่นต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ส่วนการพนันประเภท ข. เป็นประเภทที่มหาดไทยสามารถอนุญาตได้ เช่น ตีไก่ ชนวัว แต่ปกติตามธรรมเนียมกฎกระทรวงดั้งเดิมของกระทรวงมหาดไทยจะให้เล่นเป็นครั้งๆ ครั้งละไม่เกิน 11 วัน อันนั้นคือออนไซต์ แต่ตอนนี้เขาไปเพิ่ม ออนไลน์ ในทุกบัญชี เพราะฉะนั้นเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาอาจจะทำให้พนันในบัญชี ข. เป็นออนไลน์ แล้วในบัญชี ก. ล่ะจะไปออกพระราชกฤษฎีกาด้วยหรือเปล่า รัฐบาลบอกว่าจะแก้เท่านี้ก็จะแก้แค่นี้

“แต่ประเด็นก็คือเมื่อคุณเปิดออนไลน์ในโครงสร้างกฎหมายการพนันดั้งเดิมซึ่งเป็นโครงสร้างกฎหมายเก่า ไม่มีโครงสร้างเกี่ยวกับเรื่องการกำกับดูแล ไม่มีโครงสร้างในการลดผลกระทบ คือมันไม่มีอะไรเลย แล้วคุณก็จะไปเปิดออนไลน์ ก็เลยรู้สึกน่ากลัว”

การสํารวจครั้งหนึ่งของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันที่ถามเฉพาะเด็กและเยาวชนอายุ 15-25 ปีตามกฎหมาย พบว่าในกลุ่มนี้เล่นพนันออนไลน์ประมาณ 3 ล้านคน แล้วก็มีปัญหาการติดพนัน แม้ว่าในกลุ่มเยาวชนอายุ 13-18 ปีตัวเลขจะไม่สูงมาก แต่เมื่อเทียบกับอายุ 18-25 ปีตัวเลขจะสูงขึ้นมาทันตาเห็น ถ้าพูดถึงกลุ่มเด็กนักเรียนที่เล่นพนันออนไลน์หลักแสนคนถือว่าเป็นจำนวนที่สูง ซ้ำยังเล่นพนันจนเป็นปัญหาไม่แตกต่างจากผู้ใหญ่ เช่น ไม่มีเงินใช้จ่าย เป็นหนี้สิน ซึ่งติดตามมาด้วยปัญหาอื่นๆ อย่างการเรียน ความสัมพันธ์และความรุนแรงในครอบครัว การขโมยทรัพย์สินไปขาย เป็นต้น

เริ่มต้นใหม่จากการทำประชามติ

เมื่อถามว่าควรแยก ‘เอ็นเตอร์เทอเม้นต์ คอมเพล็กซ์’ กับ ‘คาสิโน’ ออกจากกันหรือไม่ นวลน้อยกล่าวว่า ในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา คาสิโนที่เป็นส่วนหนึ่งของเอ็นเตอร์เทอเม้นต์ คอมเพล็กซ์มีการเติบโตมาก บางแห่งรวมเอาสวนสนุก สวนสัตว์ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม รีสอร์ตไว้ด้วยกัน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม

ถ้ารัฐบาลจะทำในลักษณะเอ็นเตอร์เทอเม้นต์ คอมเพล็กซ์ ที่ต้องมีบริการอื่นๆ มีการแสดงโชว์จากต่างประเทศ ก็อาจต้องอาศัยบุคลากรและบริษัทที่มีน็ตเวิร์ค เพียงแต่รายละเอียดที่ปรากฏในกฎหมายมีน้อยเกินกว่าที่นวลน้อยจะจินตภาพออกว่ารัฐบาลต้องการอะไร

“ยกตัวอย่างญี่ปุ่นที่ทำการศึกษามา 10 กว่าปีกว่าจะยอมอนุญาต แล้วสุดท้ายขณะนี้ก็อนุญาตไปแห่งเดียว แต่โดยรวมเขาบอกว่าจะไม่เกิน 3 คําขอ ที่ผ่านแล้วกําลังก่อสร้างอยู่ที่โอซาก้า เขาเอาไปตั้งไว้ตรงเกาะในอ่าวโอซาก้า แล้วก็สร้างโครงสร้างพื้นฐาน มีรถไฟต่อเข้าไปที่เกาะ มีการพัฒนาอย่างอื่น แต่ของเรานี่มันไม่ค่อยเห็น ยังไม่เห็นแผนเลยว่าจะออกมายังไง มันจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตรงนั้นหรือเปล่า ก็คือพัฒนาพื้นที่ใหม่ ถ้าเรากําลังจะเอาพื้นที่ทองของเราไปให้เขาทำก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย”

นวลน้อยเห็นว่า ควรชะลอร่างกฎหมายปัจจุบันออกไปก่อน แล้วเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมดโดยอาจจะเริ่มตั้งแต่การทำประชามติ ถ้าผ่านจึงไปสู่กระบวนการร่างกฎหมายที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เพื่อทำให้กฎหมายมีความรัดกุมในการป้องกันผลกระทบจากการพนัน 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง