หวั่น "แลนด์บริดจ์น้ำมัน" ทำเจ๊งทั้งฝั่งอันดามัน

ศูนย์ข่าวภาคใต้-16 ต.ค.47 เวลา 14.00 - 17.00 น. วานนี้ ที่วัดคึกคัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ได้จัดสัมมนาผลกระทบจากโครงการเส้นทางยุทธศาสตร์พลังงานในภูมิภาค (Strategic Energy Landbridge : SELB) หรือแลนด์บริดจ์สิชล - ทับละมุ โดยมีพนักงานโรงแรมในจ.พังงา และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมประมาณ 300 คน

โดยมีวิทยากรประกอบด้วย น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม นายธรณ์ ธำรงนาวสวัสดิ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ และนายพอล นักชีววิทยาชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นนักดำน้ำเพื่อสิ่งแวดล้อมในประเทศพม่าและไทย โดยผู้จัดได้แจกจ่ายแผ่นพับเกี่ยวกับผลกระทบที่จะได้รับจากโครงการฯ กับผู้เข้าร่วมด้วย

นายธรณ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวกับธุรกิจขนส่งน้ำมันเป็นกิจการที่แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องรับไม่ได้ที่การขนส่งน้ำมัน จะมาอยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพราะถึงอย่างไรก็กระทบต่อภาพ ลักษณ์การท่องเที่ยว ถึงแม้น้ำมันจะไม่รั่วไหล ก็ยังคงกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวที่จะมาเขาหลัก เพื่อดำน้ำหรือใช้บริการสปาอยู่ดี

นายธรณ์ กล่าวว่า ถึงแม้โครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่ดี แต่ไม่ควรที่จะมาตั้งในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งที่ภูเก็ต พังงาและกระบี่ ซึ่งมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละกว่า 1 แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเข้ามาปีละ 12 ล้านคน

ถ้าดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่นี้ จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงแน่นอน หมายึงรายได้ย่อมลดลงตามไปด้วย การอนุรักษ์รักษาธรรมชาติจะทำได้ยาก ยิ่งกำลังจะเสนอให้เป็นมรดกโลกอยู่ในเวลานี้ ก็จะยิ่งยากที่จะได้รับการคัดลือก

ถ้าดำเนินการโครงการฯ ไปแล้ว น้ำมันเกิดรั่วไหลขึ้นมา ก็จะยิ่งเกิดผลกระทบไม่รู้จบสิ้น เพราะน้ำมันจะกระจายไปถึงเกาะภูเก็ต ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าจะกำจัดได้ เพราะต้องเสียเวลาอุปกรณ์กำจัดน้ำมันจากต่างประเทศ ผลกระทบจึงอาจกระจายทั่วชายฝั่งทะเลอันดามัน

นายพอล กล่าวว่า ในต่างประเทศเป็นที่รู้กันว่า ผลกระทบที่เกิดจากการรั่วไหลของน้ำมันเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยาก ผลกระทบร้ายแรงและยาวนาน

ตัวอย่างผลกระทบจากการระเบิดของคลังน้ำมันที่สเปน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จนขณะนี้ยังไม่สามารถฟื้นฟูสภาพแวดล้อมได้ ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวล้มละลายหมด เพราะมีการเสนอข่าวไปทั่วโลก จนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเชื่อว่า แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเสียหายไปหมดแล้ว

น.ส.เพ็ญโฉม กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการตั้งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ต่อสังคม ชุมชน การท่องเที่ยว เพื่อให้เห็นตัวอย่างของผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล

หลังจากการบรรยายได้ให้ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นต่อโครงการ โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสงสัยว่า การก่อสร้างโครงการขนส่งน้ำมันใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวมีความเหมาะสมหรือไม่ ในขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพประมง จะมีลักษณะที่สอดคล้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวมากกว่าธุรกิจขนส่งน้ำมัน ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและอาชีพประมงได้ทุกขณะ

โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงาเสนอต่อที่สัมมนาว่า จะผลักดันให้คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา จัดเวทีพิจารณาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการฯ อีกครั้งในเร็วๆ นี้

มูฮำหมัด ดือราแม
ศูนย์ข่าวภาคใต้รายงาน

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์