อินเดียลงดาบ รมว. พัวพันทุจริตโครงการน้ำมันแลกอาหาร

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ







นายนัตวาร์ ซิงห์ รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย

 

เอพี - ในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียก็เป็นเหยื่อระดับนักการเมืองรายแรกที่ถูกลงดาบจากโครงการอาหารแลกน้ำมันของอิรักอันอื้อฉาวที่มีผู้มีส่วนพัวพันในการทุจริตเป็นวงกว้างมาก โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรีอินเดียได้ประกาศถอดถอนตำแหน่งแล้ว

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

แถลงการณ์จากสำนักนายกรัฐมนตรีอินเดียประกาศว่า นายกรัฐมนตรี มาโมฮัน ซิงห์ ได้เรียกตัว นัตวาร์ ซิงห์ รัฐมนตรีต่างประเทศเข้าพบยังที่พำนักเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา และได้ประชุมกันเป็นเวลานานนับชั่วโมง ก่อนจะถอดถอนนายนัตวาร์ ซิงห์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

 

นัตวาร์ ซิงห์ ออกจากที่พำนักของนายกรัฐมนตรีโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว เพียงแค่โบกมือให้ก่อนขึ้นรถ เขาปฎิเสธที่จะเซ็นชื่อในใบลาออก และยืนยันว่าเขาไม่ได้รับสิทธิพิเศษ หรือไม่ได้ติดสินบนรัฐบาลของซัดดัม ฮุสเซ็น หรือไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากโครงการนำมันแลกอาหารที่มูลค่า 64,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

คณะกรรมการอิสระสืบสวนเรื่องโครงการน้ำมันแลกอาหารที่นำโดย พอล โวล์คเกอร์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อกล่าวหาไปยังกว่า  2,200 บริษัท และนักการเมืองระดับสูงจากทั่วโลกว่า สมคบกับรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซ็นในการปั่นเงินสินบนและค่าเซอร์ชารจที่ผิดกฎหมายในโครงการน้ำมันแลกอาหารสูงถึง 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

 

ชื่อของนาร์วาต ซิงห์ แห่งพรรคคองเกรสนั้น ถูกกล่าวถึงในฐานะของ "ผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่ไม่ได้อยู่ในสัญญา" (Non-contractual beneficiary)

 

เบนอง เซยาน ผู้อำนวยการบริหารของโครงการนี้ก็ได้ถูกสอบสวนในข้อกล่าวหาเรื่องรับสินบน และคณะผู้พิพากษาฝรั่งเศสก็กำลังไต่สวนเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสอีก 10 คนอยู่ ในนี้รวมถึงอดีตทูตองค์การสหประชาชาติ ฌอง แบร์นาร์ด แมริมี และกลุ่มผู้นำทางธุรกิจหลายแห่งก็อยู่ภายใต้ข้อสงสัยนี้ด้วย แต่การถอดตำแหน่งของ นัตวาร์ ซิงห์ นั้นถือเป็นรัฐบาลแรกที่ได้มีปฎิบัติจัดการกับเจ้าหน้าที่ของทางการนับตั้งแต่มีรายงานจากคณะกรรมการสืบสวนอิสระเปิดเผยออกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว

 

ภายหลังจากที่ได้เริ่มมีข้อสงสัยในรายงานที่ปรากฏออกมา ทางรัฐบาลอินเดียก็ได้สั่งให้มีการสืบสวนตามกฎหมายในกรณีที่ของการกล่าวหาดังกล่าว นำโดย อาร์. เอส. ปาตัก ( R. S. Pathak) อดีตประธานศาลฏีกา

 

ในตอนเย็นวันอาทิตย์ ( 6 พย.) ทางรัฐบาลสั่งให้ทูตคนหนึ่งสืบสวนถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากรายรานของโวล์คเกอร์ ซึ่งมีการระบุว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริงเต็มร้อย

 

เอ็นดีทีวี สถานีข่าวโทรทัศน์อินเดียรายงานว่า ซิงห์จะได้รับตำแหน่งคืนถ้าหากการสืบสวนของปาตักสามารถเคลียร์ข้อกล่าวหาให้เขาได้ นายกรัฐมนตรีเองก็จะเก็บตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเอาไว้ก่อนชั่วคราวด้วย

 

"รมว.ต่างประเทศพบกับนายกรัฐมนตรีและได้ขอร้องให้ถอดตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของเขา (external affair portfolio) นายกรัฐมนตรีก็ทำตามคำขอนั้น และ นัตวาร์ ซิงห์ ก็จะเป็นรัฐมนตรีที่ไม่มีตำแหน่ง (รัฐมนตรีลอยไม่มีกระทรวงรับผิดชอบ)" สำนักนายกฯกล่าว

 

สันจายา บารู โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ปฎิเสธว่าการสืบสวนนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะหันเหความสนใจจากการที่ฝ่ายค้านกำลังเรียกร้องให้ นัตวาร์ ซิงห์ลาออก

 

รายงานของโวล์คเกอร์ในครั้งนี้ได้กลายเป็นเรื่องที่น่าละอายมากเรื่องหนึ่งสำหรับ  มาโมฮาน ซิงห์  อดีตนักการทูตวัย 74 ปีซึ่งกำลังรณรงค์ที่จะนำอินเดียเข้าไปมีที่นั่งในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

 

และในวันจันทร์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน พรรคคองเกรสได้เขียนจดหมายถึงนายโคฟี อันนัน เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ เพื่อถามหา "เอกสารหลักฐานทั้งหมดตามข้อกล่าวหาของคณะทำงานของโวล์คเกอร์"

 

โครงการน้ำมันแลกอาหารเดิมนั้นอนุญาตให้อิรักขายน้ำมันในจำนวนจำกัดและต่อมาก็ไม่จำกัดจำนวนตราบเท่าที่เงินที่ได้จากการขายน้ำมันนั้นถูกใช้ไปการซื้อสินค้าเพื่อมนุษยธรรม เพื่อช่วยเหลือชาวอิรักทั่วไปให้สามารถรับมือกับการที่สหประชาชาติได้ทำการลงโทษภายหลังจากที่ซัดดัมเข้าไปรุกรานคูเวตในปี 1990 ทั้งนี้ รัฐบาลซัดดัมเป็นคนเลือกเองทั้งหมดทั้งผู้ที่จะซื้อน้ำมันและผู้จะจำหน่ายสินค้าให้อิรัก

 

............................................................

ที่มา : http://www.chron.com/cs/CDA/ssistory.mpl/headline/world/3443697

 

 








เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์