"CO2" ทำโลกร้อนเพิ่มสูงสุดในรอบ 650,000 ปี


ประชาไท—25 พ.ย. 48 ข่าวจากกรุงปารีส เปิดผลวิจัยพบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนบริเวณขั้วโลกใต้ มีระดับสูงที่สุดรอบ 650,000 ปี โดยมีปริมาณสูงกว่าระดับที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 27


ทั้งนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวได้จากการขุดแกนน้ำแข็งลึกที่สุดในโลกในบริเวณที่เรียกว่า โดมคอนคอร์เดีย หรือโดมซี ทางตะวันออกของขั้วโลกใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิติดลบ <?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />54 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปี โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ยุโรปขุดลึกลงไปถึง 1,000 กิโลเมตร เพื่อนำแกนน้ำแข็งอายุ 650,000 ปี ขึ้นมาวิเคราะห์ ซึ่งเป็นการประเมินอายุจากชั้นของหิมะที่ตกทับถมกันในแต่ละปี


จากผลการวิเคราะห์ฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแกนน้ำแข็งโบราณนี้ พบว่า ตลอด 650,000 ปีที่ผ่านมา ไม่มีช่วงเวลาใดเลยที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีความเข้มข้นเทียบเท่ากับระดับในปัจจุบันที่สูงถึง 380 ส่วน ต่อ 1 ล้านส่วน โดยนักวิจัยระบุว่า ในยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมนั้น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีความเข้มข้นเพียง 278 ส่วน ต่อ 1 ล้านส่วน แต่ความเข้มข้นในปัจจุบันสูงกว่าระดับสูงสุดที่พบในช่วง 650,000 ปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 27


ขณะที่ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเฉลี่ย 0.2 องศาเซลเซียส คิดเป็น 100 เท่า ของการเพิ่มขึ้นในอัตราปกติสำหรับช่วงเวลาสั้นๆ จึงคาดกันว่าปีนี้จะเป็นปีที่อุณหภูมิโลกสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วย


อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า โลกยังขาดความมุ่งมั่นทางการเมืองในการแก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเลี่ยงไม่ให้ระบบสภาพอากาศเกิดความเสียหายในระยะยาว ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดการเกิดภาวะโลกร้อนอาจจะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น เมืองชายฝั่งจมหาย เกิดน้ำท่วม ภาวะแห้งแล้ง พายุรุนแรง และเกิดคลื่นผู้ลี้ภัยหนีสภาพอากาศจำนวนหลายสิบล้านคน