เศรษฐกิจซบต่อเนื่อง แปรผันตามการตัดสินใจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ประชาไท—4 เม.ย. 2549 เศรษฐกิจยังคงชะลอตัวรอการตัดสินใจจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าจะเดินเกมการเมืองต่อไปอย่างไร ภาคเอกชนเชียร์ปฏิรูปการเมือง พร้อมเสนอสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ขึ้นแทนเพื่อฟื้นเศรษฐกิจชาติ ด้านนักวิชาการจากทีดีอาร์ไอระบุ เศรษฐกิจจะซบเซาอย่างต่อเนื่อง

 

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

รายงานข่าวจากเว็บไซต์กระแสหุ้นออนไลน์ระบุ ภาคอุตสาหกรรมคาดภาพรวมเศรษฐกิจจะยังทรงตัวต่อไป เนื่องจากยังมีปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขอีกหลายประการ นักวิชาการ TDRI ระบุว่า อนาคตเศรษฐกิจไทยขึ้นกับการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

 

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งแล้วเมื่อ 2 เมษายน แต่ภาพรวมบรรยากาศทางการเมืองของไทยน่าจะยังคงซึมต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะได้เสียงครบ 500 เสียง เพื่อเปิดประชุมสภาฯ ได้ทันภายหลัง 30 วันหรือไม่ และการเลือกตั้งซ่อมจะดำเนินการอย่างไร โดยบรรยากาศเหล่านี้ในส่วนของภาคตลาดทุน ตลาดเงิน และการท่องเที่ยวก็อาจจะยังคงไม่ชัดเจนก็คงจะยังมีทิศทางที่ทรงๆ ตัวเช่นปัจจุบัน ภาพต่างๆ ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะยุติได้เพราะการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลก็ยังคงมีอยู่ ขณะที่หลังการเลือกตั้งแล้วทิศทางจะไปอย่างไร ในแง่กฎหมายเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลและเปิดประชุมสภาฯได้ เหล่านี้จึงเชื่อว่าบรรยากาศโดยรวมน่าจะยังซึมต่อ และทำให้อุตสาหกรรมที่จะลงทุนเพื่อจำหน่ายในประเทศอาจจะชะลอไป

 

ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวยืนยันว่า ภาคเอกชนยังเชื่อว่าในด้านภาคการส่งออกของไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และเชื่อว่าภาคการส่งออกยังสามารถเป็นพระเอกที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เห็นว่าน่าจะกระทบคือ การบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะเกิดปัญหาการชะลอตัวและกระทบการผลิตสินค้าในประเทศ แต่ยังเชื่อมั่นว่าจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อโดยกระทบต่อภาคธุรกิจบางส่วนและธุรกิจบางส่วนไม่ได้รับผลกระทบ จะทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 4% ส่วนอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 3.5% เนื่องจากต้นทุนการผลิต เช่น อัตราดอกเบี้ย และสถานการณ์ราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังสูงอยู่

 

นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ฝ่ายการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับการเมืองว่ามีแนวโน้มจะมีความชัดเจนหรือไม่ โดยหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ประกาศ เว้นวรรคโดยให้ บุคคลอื่นขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน โดยเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับ และประกาศชัดเจนว่า มีความจริงใจในการปฏิรูปการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญและประกาศเลือกตั้งใหม่ภายในระยะเวลา 1 ปี หากเป็นเช่นนี้จริงเศรษฐกิจไทยก็จะเติบโตไปได้ด้วยดี เพราะสร้างความหวังว่าปัญหาขัดแย้งมีแนวโน้มจะจบลงได้ GDP ปีในนี้ก็คาดว่าจะขยายตัวใกล้เคียงประมาณ 5%

 

ด้านเว็บไซต์ไทยโพสต์รายงานว่า นายเธียรชัย มหาศิริ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยระบุว่า หากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนในรัฐบาลชุดที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ก็อาจจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ เนื่องจากเป็นคนเก่งซื่อตรง และนักธุรกิจยอมรับ

 

โดนนายเธียรชัยระบุว่า บุคคลที่นักธุรกิจจะให้ความเชื่อมั่นควรจะเป็นคนกลางและมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และแนวทางจากนี้ไปควรมีการร่างรัฐธรรมนูญโดยกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน

 

ที่มา: เรียบเรียงจากเว็บไซต์กระแสหุ้นออนไลน์และเว็บไซต์ไทยโพสต์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์