พายุหมุนถล่มเมืองเชียงรายราษฎรหนีตายจ้าละหวั่น บ้านพังเป็นแถบ อุตุฯเตือนมีอีกระลอก!

 

ประชาไท—9 พ.ค. 2549 พายุหมุนถล่มเมืองเชียงราย ไม้ยักษ์โบราณล้มทับบ้านราษฎรพังพินาศ ฝูงผึ้งแตกตื่นรุมต่อยลูกจ้างประปาอาการสาหัส ขณะที่นายอำเภอเมืองเชียงรายนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกสำรวจตรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นและช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ด้านกรมอุตุฯ เตือน ช่วงเดือน พ.ค.นี้ เตรียมรับสภาพอากาศเปลี่ยนจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน


เมื่อวันที่ 8 พ.ค.49 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงราย รายงานว่า ได้เกิดพายุลมหมุน โดยมีลมกำลังแรงสูงโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย ยาวติดต่อกันหลายชั่วโมงตั้งแต่ช่วงกลางดึก กินเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้ชาวบ้านต้องตื่นขึ้นมาฉับพลันเพื่อขนย้ายข้าวของหนีพายุจ้าละหวั่น โดยพายุลมหมุนได้โค่นต้นมะม่วงยักษ์ อายุกว่า 200 ปี คู่เมืองเชียงราย บริเวณชุมชนวัดพระแก้ว เขตเทศบาลนครเชียงราย หักโค่นลงมาทับรั้วด้านหลังสำนักงานประปา จ.เชียงราย กิ่งไม้ขนาดใหญ่กว่า 3 คนโอบ ยังปิดกั้นเส้นทางขาขึ้นดอยทองอีกด้วย
 
นอกจากนี้จากการที่ต้นมะม่วงยักษ์โบราณโค่นล้มลงมา ทำให้ฝูงผึ้งรังใหญ่ที่มาทำรังอยู่บนต้นไม้ยักษ์ดังกล่าว ได้แตกรังกระจายตัวเข้ารุมกัด นายสนอง นิยม ตำแหน่งลูกจ้างงานบริการ สำนักงานประปา จ.เชียงราย ซึ่งออกมาปฏิบัติหน้าที่เคลียร์พื้นที่ในที่เกิดเหตุ ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องนำส่ง ร.พ.อย่างเร่งด่วน
 
ขณะเดียวกันพายุลมหมุน ยังกระหน่ำทำให้ต้นคอแลนหรือต้นลิ้นจี่ยักษ์ ขนาดความสูงกว่า 30 เมตร หักโค่นลงมาทับบ้านเลขที่ 1107/56 ชุมชนดอยทอง ตั้งอยู่ด้านหลังศาลากลาง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านของนายเฉื่อย สีอ่อน ทำให้หลังคาบ้านพังพาดเป็นแนวยาว เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น รถยนต์กระบะมาสด้าแฟมิเลีย สีแดง ทะเบียน บง-9117 เชียงรายและรถยนต์ปิกอัพอีซูซุ ดีแม็ค สีน้ำเงิน ทะเบียน บน-8462 เชียงราย ซึ่งจอดอยู่ในบ้าน ถูกกิ่งไม้ล้มทับได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
 
ต่อมาในช่วงสายวันเดียวกัน นายสนิท ผู้แสงทอง นายอำเภอเมืองเชียงราย นายสุเทพ เดชชัยศรี หน.หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย นายทนง ดอนชัย รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงราย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกสำรวจตรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นในชุมชนเขตเทศบาลนครเชียงราย โดยระดมเจ้าหน้าที่ ออกไปตัดกิ่งไม้ใหญ่และขนย้ายข้าวของให้ชาวบ้านที่ประสบเหตุในพื้นที่ 3 ชุมชน ประกอบด้วยชุมชนดอยทอง ชุมชนวัดพระแก้ว ชุมชนบ้านป่าแดง พร้อมเตรียมให้การช่วยเหลือตามลำดับต่อไป
 
ด้านนายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งว่าหย่อมความกดอากาศต่ำหรือมวลอากาศร้อนปกคลุมภาคเหนือ ประกอบกับมีแนวลมพัดสอบเข้าหากันของลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พาดผ่านภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไปและมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงได้ในระยะนี้
 
สำหรับการคาดหมายลักษณะอากาศของภาคเหนือเดือนพฤษภาคม 2549 ในเดือนนี้จะเปลี่ยนจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ลักษณะอากาศจะแปรปรวน ในระยะต้นเดือนประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าวและมีฝนฟ้าคะนอง 20-40% ของพื้นที่ 

 

ส่วนในระยะครึ่งหลังของเดือนการกระจายของฝนจะต่อเนื่องและชัดเจนขึ้น เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านภาคใต้จะเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย สำหรับภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนอง 40-50% ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

 

ที่มา : เชียงใหม่นิวส์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์