เสียงจากเกษตรกร "เกษตรพันธะสัญญา" อีกหนึ่งแรงงานนอกระบบ

 

 

โดย  คณะทำงานเครือข่ายกลุ่มผู้ทำการเกษตรพันธะสัญญา และรับจ้าง 4 ภาค

 

 

เครือข่ายเกษตรกร กลุ่มผู้ทำเกษตรพันธะสัญญาและรับจ้างได้จัดเวทีประชาสังคม เรื่อง  "เกษตรพันธะสัญญากับปัญหาแรงงานนอกระบบ" เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดยในเวทีได้แลกเปลี่ยนถกเถียงปัญหาใน 6 กลุ่มอาชีพคือ กลุ่มเลี้ยงปลา กลุ่มเลี้ยงไก่ กลุ่มเลี้ยงหมู  กลุ่มปลูกอ้อย กลุ่มปลูกข้าวโพด กลุ่มปลูกยางพารา   สุดท้ายได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

เครือข่ายเกษตรกรกลุ่มผู้ทำเกษตรพันธะสัญญาและรับจ้าง ซึ่งหมายถึงกลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรภายใต้สัญญาของบริษัทจากทั่วประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่  เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู  เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง  เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย  เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด  เกษตรพันธะสัญญาเป็นการทำเกษตรที่เกษตรกรเป็นผู้ลงทุน เช่นการปลูกสร้างโรงเรือน การจัดเตรียมอุปกรณ์ การดูแลรักษา โดยมีสัญญากับบริษัททั้งเป็นลายลักษณ์อักษรและด้วยวาจา โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์  สินเชื่อ และรับซื้อจากเกษตรกร  ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ส่งเสริม  โดยสังคมมักเข้าใจว่าเป็นระบบเกษตรที่ดี ที่สร้างผลผลิตได้มากและมีการประกันราคา แต่ในความเป็นจริงเกษตรกรผู้เข้าสู่ระบบนี้ต้องเผชิญปัญหาและการถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทที่ร่วมทุนอย่างไร้อำนาจต่อรอง

 

โดยภาพรวมของปัญหาคือ ระบบนี้เป็นระบบที่ซับซ้อน เกษตรกรไม่มีวันเข้าใจ  ไม่มีความเป็นธรรมต่อเกษตรกร การกำหนดราคาเกษตรกรไม่ได้มีส่วนร่วม  บริษัทเป็นฝ่ายกำหนดสัญญา และสามารถปรับเปลี่ยนสัญญาได้ ตลอดเวลา ขณะที่เกษตรกรต้องแบกหนี้สินในการลงทุนจำนวนมากแต่เกษตรกรต้องเป็นลูกจ้างให้กับบริษัทโดยไม่มีสวัสดิการใดๆ  รวมถึงเกษตรกรไม่สามารถรับรู้คุณภาพของอาหารหรือปุ๋ยเคมีที่เกษตรกรลงทุนเองโดยรายละเอียด เช่น การคำนวณค่าตอบแทนการเลี้ยงไก่จากการคำนวณอัตราการแลกเนื้อโดยสัมพันธ์กับอัตราการตายของไก่ ซึ่งเป็นระบบที่เกษตรกรไม่มีวันเข้าใจ  กรณีการเลี้ยงปลาในกระชัง  เกษตรกรเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโดยทำการผลิตแบบพันธะสัญญาจนระบบนิเวศน์เสื่อมโทรม และส่งผลมาถึงเกษตรกรคือปลาตาย และทำให้เกษตรกรขาดทุน  เป็นหนี้สินและถูกบริษัทยึดที่ดินรวมถึงกรณีอื่นๆ ที่เกษตรต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ  

 

 

ผลลัพธ์จากกระบวนการจัดเวที เกษตรกรผู้อยู่ภายใต้ระบบเกษตรพันธะสัญญาได้ร่วมกับโครงการเสริมสร้างสุขภาพแรงงานนอกระบบเกษตรพันธะสัญญาและรับจ้าง ภายใต้แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับแรงงานนอกระบบ  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดประชาสังคมเรื่อง "เกษตรพันธะสัญญากับปัญหาแรงงานนอกระบบ พันธะสัญญา หรือรับจ้าง"  ณ ห้องประชุมทัณฑวาล์ธิเตอร์ อาคาร 31 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกษตรกรต้องแบกรับมาโดยตลอด โดยเฉพาะปัญหาสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและสวัสดิการที่ไม่เคยได้รับ และได้ร่วมกันจัดทำข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

1.  ประเด็นเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรม    เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานเกษตรกรพันธะสัญญาและรับจ้างเป็นการเฉพาะและมีองค์กรอิสระรับผิดชอบโดยตรงในการส่งเสริม กำกับดูแล พัฒนา เกษตรพันธะสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ว่าจ้างและเกษตรกรทั้งในเรื่องการทำสัญญา การควบคุมดูแลตรวจสอบคุณภาพของปัจจัยการผลิตต่างๆ  รวมทั้งการกำหนดและประกันราคาผลิตผล, การไกล่เกลี่ยและตัดสินกรณีพิพาทอันเกิดจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

 

2.  ประเด็นเรื่องสวัสดิการ  เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้มีระบบการประกันสังคมที่เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของเกษตรพันธะสัญญา เพื่อเกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรพันธะสัญญาและรับจ้างเป็นการเฉพาะ โดยบริษัทคู่สัญญาจะต้องเข้ามามีส่วนรับผิดชอบในการจ่ายเงินสมทบร่วมเพื่อให้มีระบบประกันสังคมที่มั่นคงแก่เกษตรกร

 

3.  เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้มีการจัดทำ "กองทุนประกันความเสี่ยง" เพื่อช่วยเหลือและชดเชยในกรณีที่เกิดความเสียหายแก่ผลผลิตในทุกกรณี  รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพทั้งที่เป็นอาชีพหลักและอาชีพรอง

 

4.  ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ในระบบฟาร์ม เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้มีการคิดค่าไฟฟ้าในอัตราของเกษตรกรที่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้ โดยอาจจะอยู่ในรูปของกองทุนชดเชยค่าไฟฟ้าและค่าเสียหายในกรณีที่ไฟฟ้าดับซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อผลผลิตในฟาร์ม

 

5.  เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้มีกลไกในการส่งเสริมนโยบายเกษตรพอเพียง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตเกษตรกรโดยยึดแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด

 

6.  เครือข่าย ฯ ขอเรียกร้องให้ทางรัฐและบริษัทหยุดการใช้สารเคมีที่อันตรายในการผลิตที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และมีการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมโดยให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการกองทุนฯและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

 

7.  เครือข่ายฯ ร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอื่นๆ ในการเรียกร้องเพื่อให้มีการทบทวนและคัดค้านข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA ที่มีผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรทั้งที่ได้ทำไปแล้วหรือที่กำลังจะทำในอนาคต

 

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้ร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายเกษตรกรกลุ่มผู้ทำเกษตรพันธะสัญญาและรับจ้าง 4 ภาค เพื่อเป็นตัวแทนกลุ่มปัญหาในการผลักดันข้อเสนอ และพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่ายโดยการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงประสบการณ์ และการประสานงานร่วมกับองค์กรพันธมิตรอื่นๆ โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นองค์กรสนับสนุนหลัก  ซึ่งจะทำให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรพันธะสัญญาให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นต่อไปในอนาคต

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์