อ้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว พันธมิตรฯ เชียงใหม่เจรจาเสื้อแดงสงบศึก

“พันธมิตรฯ เชียงใหม่” ลั่นจะนำเชียงใหม่กลับคืนสู่ “เมืองแห่งความอบอุ่นและจุ้มเย็น” เจรจาทุกฝ่ายเพื่อสร้างมาตรการทางสังคมจัดการกับกลุ่มที่ไม่เคารพกฎหมาย-ทำลายประชาธิปไตย ด้านแกนนำ “รักเชียงใหม่ 51” ยันไม่ได้ร่วมเจรจาด้วย ชี้เศรษฐกิจเชียงใหม่พังตั้งแต่สมัยพันธมิตรฯ ไล่ทักษิณจนเกิดรัฐประหาร เสื้อแดงจับมือเสื้อเหลืองหรือตีกันทั้งประเทศก็ไม่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ถ้าต้องการฟื้นภาพลักษณ์ รัฐบาลต้องมาจากประชาชน และไม่สองมาตรฐาน

 

วันนี้ (29 ต.ค.) นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.เชียงใหม่ และ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เผยแพร่แถลงการณ์ “แถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดเชียงใหม่ กรณีความห่วงใยของภาคประชาสังคมเพื่อนำเชียงใหม่กลับสู่เมืองแห่งความอบอุ่นและจุ้มเย็น”
 
 
อ้าง “กลุ่มต่างๆ” เคลื่อนไหวทำเชียงใหม่เสียบรรยากาศ จึงดอดเจรจาเสื้อแดงกลุ่มรักสงบ
โดยเนื้อหาระบุว่า การเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สดใส ไม่รื่นรมย์ สร้างความวิตกกังวลต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ทำลายภาพลักษณ์และบรรยากาศเมืองแห่งวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีความอบอุ่น “จุ้มเย็น” ผู้คนมีน้ำใจ
 
ดังนั้น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในจังหวัดเชียงใหม่” ได้มีการหารือกับกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่ห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ โดยมีตัวแทนจากหอการค้า สถาบันการศึกษาและเครือข่ายภาคประชาสังคมเป็นคนกลางประสานงานให้มีการแลกเปลี่ยนหาทางออก เพื่อร่วมกันแสดงจุดยืนทางการเมืองของทั้งสองกลุ่ม ในการสร้างกติกาที่ต้องการให้ทุกฝ่ายต้องเคารพสิทธิเสรีภาพซึ่งกันและกัน
 
โดยพันธมิตรฯ เชียงใหม่ ยืนยันว่า “การแสดงออกทางสิทธิเสรีภาพของทุกคนและทุกกลุ่มต้องเคารพความคิดเห็นและสิทธิเสรีภาพและความแตกต่างซึ่งกันและกัน โดยไม่ถูกคุกคามข่มขู่ความเห็นที่แตกต่างด้วยการใช้ความรุนแรง เพื่อสร้างมาตรการทางสังคมกับกลุ่มคนที่ไม่เคารพกฎหมายและทำลายบรรยากาศประชาธิปไตยและภาพพจน์อันดีงามของคนเมืองเชียงใหม่ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาเป็นเมืองแห่งความร่มเย็นทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว อันเป็นวิถีดั้งเดิมที่ประชาชนโอบอ้อมอารีมีน้ำใจต่อคนในท้องถิ่นและอาคันตุกะนักท่องเที่ยวคืนสู่ดินแดนลานนามหานครเชียงใหม่โดยเร็ว”
 
 
ระบุการทำให้เชียงใหม่คืนสู่ความชุ่มเย็นเป็นภารกิจของทุกฝ่าย
ในแถลงการณ์ระบุด้วยว่า การหารือแนวทางแก้ปัญหาเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรประชาชนต่างๆ ให้เป็นไปตามกรอบกติกาของกฎหมายบ้านเมืองและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ในอันที่นำเชียงใหม่กลับคืนสู่เมืองแห่งความชุ่มเย็นมีน้ำใจของประชาชน สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและลงทุนที่อบอุ่นและปลอดภัย คือภารกิจของประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษาและวัฒนธรรม ชมรมนักธุรกิจ สภาอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวต่างๆ จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาและดูแลกำกับให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างทางการเมือง
 
โดยท้ายแถลงการณ์ของพันธมิตรฯ เชียงใหม่ ยังยืนยันด้วยว่าพร้อมจะให้ความร่วมกับทุกภาคส่วนภายใต้การดำรงอยู่ของคนทุกกลุ่มชนอย่างมีเกียรติยศศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน และเสนอว่า ให้ผู้ว่าราชการฯ ได้ดำเนินการประสานงานประชาชนทุกกลุ่มเพื่อผลักดันให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนพูดคุยให้เชียงใหม่มีความอบอุ่นและสันติโดยเร็ว (ดูแถลงการณ์ที่ล้อมกรอบ)
 
 
แถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดเชียงใหม่
กรณีความห่วงใยของภาคประชาสังคมเพื่อนำเชียงใหม่กลับสู่เมืองแห่งความอบอุ่นและจุ้มเย็น
 
 
ตามที่ปรากฏสถานการณ์การเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงของความไม่สดใส ไม่รื่นรมย์ สร้างความวิตกกังวลต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ทำลายภาพลักษณ์และบรรยากาศเมืองแห่งวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีความอบอุ่น “จุ้มเย็น” ผู้คนมีน้ำใจ
 
ด้วยความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ประชาชนที่ทำกิจกรรม ในนามกลุ่มคนเสื้อเหลือง หรือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการหารือกับกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่ห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ โดยมีตัวแทนจากหอการค้า สถาบันการศึกษาและเครือข่ายภาคประชาสังคมเป็นคนกลางประสานงานให้มีการแลกเปลี่ยนหาทางออก เพื่อร่วมกันแสดงจุดยืนทางการเมืองของทั้งสองกลุ่ม ในการสร้างกติกาที่ต้องการให้ทุกฝ่ายต้องเคารพสิทธิเสรีภาพซึ่งกันและกัน ดังเป็นที่รับทราบต่อสาธารณชนแล้วนั้น พันธมิตรฯ จังหวัดชียงใหม่ ขอแถลงท่าทีและจุดยืนต่อสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้
 
เราขอยืนยันว่า มีการพบปะหารือระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ จ.เชียงใหม่ และกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่ต้องการความรุนแรงในจังหวัดเชียงใหม่ โดยการประสานงานของตัวแทนหอการค้าและภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่จริง เพื่อระดมความเห็นแสวงหาความร่วมมือในการสร้างกรอบกติกาโดยประชาชนเอง ภายใต้เจตนารมณ์ที่เราขอยืนยันว่าการแสดงออกทางสิทธิเสรีภาพของทุกคนและทุกกลุ่มต้องเคารพความคิดเห็นและสิทธิเสรีภาพและความแตกต่างซึ่งกันและกัน โดยไม่ถูกคุกคามข่มขู่ความเห็นที่แตกต่างด้วยการใช้ความรุนแรง เพื่อสร้างมาตรการทางสังคมกับกลุ่มคนที่ไม่เคารพกฎหมายและทำลายบรรยากาศประชาธิปไตยและภาพพจน์อันดีงามของคนเมืองเชียงใหม่ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาเป็นเมืองแห่งความร่มเย็นทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว อันเป็นวิถีดั้งเดิมที่ประชาชนโอบอ้อมอารีมีน้ำใจต่อคนในท้องถิ่นและอาคันตุกะนักท่องเที่ยวคืนสู่ดินแดนลานนามหานครเชียงใหม่โดยเร็ว
 
เราเห็นว่า ความห่วงใยต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองของภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรประชาชนต่างๆ ให้เป็นไปตามกรอบกติกาของกฎหมายบ้านเมืองและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ในอันที่นำเชียงใหม่กลับคืนสู่เมืองแห่งความชุ่มเย็นมีน้ำใจของประชาชน สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและลงทุนที่อบอุ่นและปลอดภัย คือภารกิจของประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษาและวัฒนธรรม ชมรมนักธุรกิจ สภาอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวต่างๆ จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาและดูแลกำกับให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสันติแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างทางการเมืองก็ตาม
 
เราขอยืนยันว่า ภายใต้กรอบกติกาและพันธะกิจเป้าหมายเพื่อเมืองเชียงใหม่ตามข้างต้น เราพร้อมจะให้ความร่วมกับทุกภาคส่วนภายใต้การดำรงอยู่ของคนทุกกลุ่มชนอย่างมีเกียรติยศศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกันและเราใคร่ความกรุณามายังจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้ผู้ว่าราชการฯ ได้ดำเนินการประสานงานประชาชนทุกกลุ่มเพื่อผลักดันให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนพูดคุย อันจะทำให้เชียงใหม่มีความอบอุ่นและสันติโดยเร็ว
 
แถลงโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดเชียงใหม่ / แถลงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2552
 
 
 
“เพชรวรรต” ระบุ “สุริยันต์” เจรจาเสื้อแดงสิบคน เหมาทั้งเชียงใหม่ไม่ได้
ด้านนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงกลุ่มใหญ่ในเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์วันนี้ (29 ต.ค.) ต่อกรณีดังกล่าวว่า นายสุริยันต์ไม่ได้มาเจรจาด้วย และกลุ่มคนเสื้อแดงที่นายสุริยันต์ไปเจรจาด้วยมีสมาชิกสิบกว่าคน คงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นการเจรจากับคนเสื้อแดงทั้งเชียงใหม่ นายเพชรวรรตกล่าวว่าเชื่อว่าทั้งคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อเขียว หรือเสื้อสีไหนๆ ต่างก็เป็นคนรักสงบ แต่ถามว่ารัฐบาลนี้บังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันหรือเปล่า ปล่อยให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นประเทศก็ไม่สงบ
 
ที่ว่าเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว แล้วนักท่องเที่ยวไม่เข้ามา เกิดจากการที่มีการปิดสนามบิน แล้วรัฐบาลก็เอาบุคคลที่มีพฤติกรรมเหมือนผู้ก่อการร้ายไปเป็นรัฐมนตรี ประเทศไทยไม่เป็นที่น่าเชื่อถือในสายตาต่างประเทศขอให้ดูจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พิธีเปิดมีผู้นำมาร่วมแค่ 5 ประเทศ แต่ผู้นำประเทศที่เหลือเขาไม่มาร่วมพิธีเปิดทั้งที่รู้กำหนดการล่วงหน้า 4-5 เดือน
 
 
ชี้เห็นต่างกันไม่จำเป็นต้องจับมือกัน คนไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน
แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ให้ความเห็นด้วยว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้ไม่ต้องจับมือกันก็ได้ เสื้อแดงคือเสื้อแดง เสื้อเหลืองคือเสื้อเหลือง ขอแค่รัฐบาลไม่เอากฎหมู่มาข่ม ในส่วนของพันธมิตรฯ จะเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ทำไป พรรคการเมืองของเขาก็มีคือพรรคการเมืองใหม่ อยากชุมนุมก็ชุมนุมได้ สังคมถือเป็นองค์รวมใหญ่ของประเทศ คนเราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน ใครคิดอะไรก็คิดได้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ทุกคนต้องอยู่ใต้กฎหมาย แต่ทุกวันนี้เวลามีการก้าวล่วงกฎหมาย ถ้าเป็นคนเสื้อแดงก็อาศัยการประกันตัว สู้คดีตามกระบวนการกฎหมายไป แต่ถ้าเป็นพันธมิตรฯ ทำอะไรลงไปก็ตาม ก็มีคนออกมารับรอง
 
 
เชื่อบรรยากาศลงทุน-ท่องเที่ยวเชียงใหม่ซบเซาตั้งแต่พันธมิตรฯ ไล่ทักษิณ
นายเพชรวรรตให้ความเห็นด้วยว่า ที่บรรยากาศการลงทุน การท่องเที่ยวในเชียงใหม่ซบเซา ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นตอนนี้ แต่เริ่มตั้งแต่ตอนที่พันธมิตรฯ ชุมนุมสมัยรัฐบาลทักษิณ ตอนนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีแล้ว และยิ่งมีผลกระทบหลังมีการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ซึ่งทำให้ต่างชาติไม่มีความเชื่อมั่น ดังนั้นต่อให้เสื้อแดงจับมือกับเสื้อเหลืองทั้งประเทศหรือตีกันทั้งประเทศ ก็ไม่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะต่างชาติขาดความเชื่อมั่นไปนานแล้ว
 
 
เสนอรัฐบาลที่เรียกความเชื่อมั่นคืนมาได้ ต้องมีที่มาจากประชาชน
โดยเพชรวรรตเสนอทางออกว่า ตอนนี้คนไทยไม่มีเงิน ว่างงานมาก จะเอาเงินที่ไหนมาจับจ่ายหรือท่องเที่ยว เศรษฐกิจขณะนี้ไม่เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน เพราะข้าว พืชผลทางการเกษตรขายไม่ออก รัฐบาลไม่ช่วย แล้วยังมีการกู้เงินจากต่างประเทศอีก เมื่อเศรษฐกิจไปไม่ได้แบบนี้ ต่อให้เอาคนเสื้อแดงเสื้อเหลืองมาจับมือทั่วประเทศก็ไม่มีผล ดังนั้นประเทศต้องมีรัฐบาลที่สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น โดยรัฐบาลนั้นต้องมีผู้นำที่มีวุฒิภาวะ ใช้กฎหมายเป็นหลัก ผิดคือผิด ปฏิบัติต่อเสื้อแดงเหมือนที่ปฏิบัติต่อเสื้อเหลือง ด้านเศรษฐกิจรัฐบาลต้องผันงบประมาณสู่ชนบท ทำให้ภาคอุตสาหกรรมขับเคลื่อนได้ รัฐบาลต้องไม่เลือกที่มักรักที่ชัง
 
ที่มาของรัฐบาล ต้องมาตามหลักประชาธิปไตยอย่างเดียว คือต้องมาจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ในเมื่อขณะนี้สังคมมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน มีทั้งเสื้อเหลือง ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ภูมิใจไทย มีหลายกลุ่ม ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ก็ไม่ต้องไปคิดลึก คิดวิธีแก้ง่ายๆ คือต้องเดินหน้าสู่ประชาชน รัฐธรรมนูญหากเห็นว่าเนื้อหาดีก็คงไว้ แต่ถ้าไม่ดีก็ควรถามประชาชนเพื่อแก้ไข รัฐบาลไม่ต้องคิดแทนประชาชน ชาวบ้านเขาล้ำหน้ารัฐบาลแล้ว เขาต้องการรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าชาวบ้านเห็นว่ารัฐบาลไม่ดีเขาก็ออกมาประท้วง การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยวิธีพิเศษ ก็ไม่ถูกใจชาวบ้านเป็นธรรมดา นายเพชรวรรตกล่าว

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์