พันธมิตรฯ เตรียมแถลงท่าทีห้าโมงเย็น "สนธิ" ลั่นอภิสิทธิ์กลัว พธม. มากกว่าเสื้อแดง

เพราะคนที่มาร่วมกับ พธม. เป็นคนที่มีปัญญา เอาความจริงมาเปิดเผย เสื้อแดงมีแต่โกหก มาชุมนุมมีแต่จะทำให้อภิสิทธิ์ได้คะแนนเพิ่ม ลั่นพร้อมอ้าแขนต้อนรับแม่ยก ปชป. ถ้ากลับใจมาร่วม พธม. แนะปิดชายแดนและเคลื่อนกำลังพลประชิดชายแดนเพื่อตอบโต้กรณี 7 คนไทยถูกจับ ถ้าไม่ปล่อยใน 24 ชม. ให้มีเรื่องทันที

เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 21.45 น. วานนี้ (3 ก.พ.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นปราศรัยที่เวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ กล่าวว่า เป็นนักหนังสือพิมพ์มา 40 กว่าปี จนอายุ 63 ปีแล้ว ได้ผ่านมาหลายรัฐบาล ยังไม่เห็นรัฐบาลไหนที่โหดเหี้ยมอำมหิตเท่ารัฐบาลนี้ เพราะไม่มองคนไทยเป็นคนด้วยกัน มองแค่เป็นฐานเสียงที่เขาจะหลอกลวงเท่านั้น

มีคนถามตนว่าทำไมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลัวการชุมนุมของพันธมิตรฯ มากกว่าเสื้อแดง ตนก็ตอบว่า เพราะถ้าเสื้อแดงชุมนุมเพิ่ม 1 วัน นายอภิสิทธิ์ได้คะแนนเพิ่ม 1 วัน แต่ถ้าพันธมิตรฯ ชุมนุมเพิ่ม 1 วัน นายอภิสิทธิ์เสียคะแนนเพิ่ม 1 วัน นั่นเพราะคนที่มาร่วมกับพันธมิตรฯ มีแต่คนที่มีปัญญา และเราเอาแต่ความจริงมาเปิดเผย ส่วนพวกเสื้อแดงมีแต่โกหก ถ้ามาชุมนุมก็มีแต่ทำให้นายอภิสิทธิ์ได้คะแนนเพิ่ม เพราะฉะนั้นนายอภิสิทธิ์จึงลากเสื้อแดงให้ชุมนุมที่ราชประสงค์นานๆ และต้องการสร้างภาพว่าเป็นคนรักสันติ ประนีประนอม จึงเชิญพวกคางคกทั้งหลายไปนั่งคุยกันออกทีวี แต่ถ้าแน่จริงควรจะเชิญนายประพันธ์ คูณมี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หรือใครก็ได้ในพันธมิตรฯ ไปคุยออกทีวี แต่นายอภิสิทธิ์จะคุยแต่กับพวกคางคก เพราะเอาชนะได้ไม่ยาก ขณะที่พวกเราที่มาชุมนุมเอาปัญญามา เอาข้อมูลมาจับโกหกนายอภิสิทธิ์ ยิ่งเวลาผ่านไป หลายๆ คนที่เคยเป็นแม่ยกนายอภิสิทธิ์กลับมาฟังเรา ซึ่งเราพร้อมต้อนรับ ถ้ากลับตัวกลับใจมาเห็นแก่ชาติบ้านเมือง

นายสนธิกล่าวต่อว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยังอำมหิตเรื่องการคอร์รัปชัน การทำมาหากินจากการขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม ซึ่งทำให้นักการเมืองที่ลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มเข้ามาขายได้ผลประโยชน์มา แบ่งกันปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

อำมหิตต่อมา เรื่อง 7 คนไทยที่ถูกเขมรจับกุม เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ถ้าเรามีนายกฯ ที่รักชาติรักคนไทย จะต้องเรียกรัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีต่างประเทศมา แล้วให้เรียกทูตเขมรมาพบแล้วให้แจ้งนายฮุนเซนให้ปล่อยคนไทยภายใน 24 ชั่วโมง เพราะคนไทยอยู่บนดินแดนที่เป็นของไทย ถ้านายฮุนเซนตอบกลับมาว่าเป็นดินแดนเขมร นายกไทยก็ต้องตอบว่านั่นคือเดินแดนไทย อย่ามาเถียง ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง นายกฯ ที่ทำงานเป็นต้องสั่งปิดพรมแดนทันที บ่อนการพนันปิดให้หมด ไม่ให้คนไทยไปเล่น นายฮุนเซนจะเสียค่าต๋งจากบ่อนการพนันช่วงปีใหม่หลายร้อยล้าน และเคลื่อนกำลังทหารเข้าไปประชิดชายแดน แล้วบอกว่าถ้าไม่ปล่อยใน 24 ชั่วโมง มีเรื่องทันที

นายสนธิกล่าวต่อว่า นายกฯ คนนี้นอกจากไม่ทำตามเราพูดแล้ว ยังให้ รมว.กลาโหม และคนใกล้ชิดไปบอกว่าคนไทยอยู่บนพื้นที่เขมร แล้ววันนี้ เมื่อศาลเขมรพิพากษาก็สะท้อนว่าเขาใช้อธิปไตยทางศาลเหนือดินแดนที่ไม่ใช่ของเขา เท่ากับนายกฯ คนนี้ยกดินแดนไทยตรงนั้นให้เขมรไปแล้ว จะมาถามทำไมว่าจะให้ทำยังไง

นอกจากนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ไปดูการพิจารณาคดีของศาลกัมพูชายังพูดออกมาว่า นายกฯ ไทยไม่เคยช่วยเหลือเลย แล้วยังบอกว่านายวีระ สมความคิด รักชาติมากกว่านายอภิสิทธิ์ เพราะในการให้การในศาล นายวีระพูดตลอดว่ายืนอยู่บนแผ่นดินไทย

นายสนธิกล่าวต่อว่า เรื่องราคาน้ำมันปาล์ม เทอร์มินัล 3 สนามบินสุวรรภูมิ รถไฟฟ้าสีต่างๆ ที่มีข้อครหาเรื่องคอร์รัปชั่นนั้นเป็นความจริง มีการแบ่งสรรปันส่วนกันกับพรรครภูมิใจไทยมาให้ประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยจึงอยู่ยงคงกระพันในรัฐบาลชุดนี้ ทุกโครงการมีส่วนแบ่งทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นจะย้ายดอนเมืองไปสุวรรณภูมิทำไม นายกฯ ก็ทำเป็นคัดค้านโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พอคนลืมก็ปล่อยผ่าน ให้ทำมาหารับประทานต่อไป

นายสนธิกล่าวว่า นอกจากทุจริตแล้วยังไม่เป็นธรรมาภิบาล นายอภิสิทธิ์เคยพูดสักคำหรือไม่ กรณีที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือเจ้าของบริษัท ซิโน-ไทย แม้ว่าอาจจะโอนหุ้นออกไปแล้วแต่คนบริหารคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ลูกชาย บริษัทชิโน-โทยเมื่อก่อนแทบจะล้มละลาย แต่ขณะนี้นี้ร่ำรวยมหาศาล แทบทุกโครงการเป็นของบริษัทนี้ทั้งนั้น โดยมารยาท ถ้านายอภิสิทธิมีธรรมาธิบาล ต้องพูดกับนายชวรัตน์หรือกระทรวงมหาดไทยว่า อย่าให้ชิโน-ไทยประมูลได้ เพราะมันดูอัปลักษณ์ พ่อเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ลูกเป็นเจ้าของบริษัทที่ได้โครงการไปหมด ล่าสุดนายอนุทินเพิ่งซื้อคเรื่องบินส่วตัว นายอนุทินคือตัววุ่นวายที่วิ่งเต้นทางการเมือง และเป็นผู้บริหารซิโน-ไทยไปด้วย อย่างนี้ทำไมนายอภิสิทธิ์ไม่พูดบ้าง แล้วมาบอกว่าตัวเองโปร่งใส และชอบถามว่า “ผมได้อะไร”

นายสนธิกล่าวต่อว่า คำว่ารัฐบาลที่ระยำตำบอนยังเบาเกินไปสำหรับรัฐบาลชุดนี้ เราเคยเด่ารัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ว่ารัฐบาลสัตว์นรก รัฐบาลนี้ต่างอะไรกับรัฐบาลสมัคร หรือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มิหนำซ้ำยังอำมหิตกว่า ตรงที่หลอกให้คนไทยเข้าใจว่าเป็นวิญญูชน ที่แท้ก็เป็นวิญญูชนจอมปลอม

นายสนธิยังได้เปรียบเทียบว่าถ้าพันธมิตรฯ คือ ก๋วยเจ๋ง ที่ไปฝีกวิชามาเพื่อต่อต้านการรุกรานของพวกมองโกลแล้ว นายอภิสิทธิ์ ก็คือ เอี้ยคัง ที่ไปเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าชายมองโกล แล้วมาทำลายราชวงศ์ซ้อง ส่วนเรื่องตำนานปาท่องโก๋ที่เคยเล่าเมื่อวันก่อน ถ้าเป็นเมืองไทยต้องทำปาท่องโก๋ที่มีหลายชิ้น มีนายอภิสิทธิ์-แม่ทัพภาคที่ 2-นายกษิต ภิรมย์-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และแถมนายศิริโชค โสภา รวม 6 ชิ้น ให้มี 6 หัวประกบกันแล้วเราก็กัดกินพร้อมกันเลย

นายสนธิกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 2549 จนวันนี้ เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก คนที่มาวันนี้เป็นพลังบริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีการแอบแฝง ไม่มีการห้อยโหน เป็นคนที่รักชาติรักแผ่นดิน ไม่ได้รักประชาธิปัตย์ หรือถ้ารักก็รักชาติมากกว่า ใครที่ยังงมงายกับประชาธิปัตย์อยู่ ก็เพราะว่ารักประชาธิปัตย์มากกว่าชาติ ที่รับไม่ได้อย่างยิ่งก็คือมีผู้ใหญ่บางคนในพรรคประชาธิปัตย์ ลับหลังก็บอกว่าไม่เห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ แต่เมื่อมีการลงมติพรรคก็ยกมือตามเขา อ้างว่ามติพรรคเป็นอย่างนั้นต้องทำตาม

คนบางคนกำลังยิ่งใหญ่มากที่สุราษฎร์ธานี เอานิ้วจิ้มลงไปตรงไหนก็จะโดนที่ดินที่นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ไปยึดที่ หลวงมา ให้ระวังเวรกรรมไม่มาถึงเฉพาะตัวเอง แต่จะถึงชาติตระกูลลูกหลานของตัวเองด้วย อีกไม่นานเกินรอ คนพวกนี้ไม่รู้ว่าชีวิตนี้มีแต่ความว่างเปล่า เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโหก ไม่ทันไร นายสมัครก็เสียชีวิตแล้ว นายสมชายก็ไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกฯ อีกไม่นานพวกที่กำลังยิ่งใหญ่ทั้งหลายต้องล่มสลายกันหมด

ล่าสุดวันนี้ (4 ก.พ.) ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เสนอให้มีการยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกับกัมพูชา พร้อมแบ่งพื้นที่การบริหารจัดการในลักษณะ 50 : 50 รวมทั้งกรณีที่รัฐบาลไทยมีแนวคิดในการนำสถูปคู่ สระตราว และภาพสลักนูนต่ำ บริเวณใกล้เคียงปราสาทเขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกในอนาคตว่า เป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขหยุดยั้งการละเมิดอธิปไตยของไทยได้แม้แต่น้อย เนื่องจากโบราณสถานทั้ง 3 แห่งไม่มีความเกี่ยวพันกับแผนบริหารจัดการมรดกโลกปราสาทพระวิหาร โดยพื้นที่ในแผนบริหารที่กัมพูชายึดถืออยู่นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องการบริเวณ สถูปคู่ หากแต่นำพื้นที่วัดแก้วสิขาคีรีสวาระ เพื่อเป็นจุดในการสร้างถนนตัดผ่านขึ้นไปสู่ตัวปราสาทเขาพระวิหาร ส่วนแนวคิดที่จะขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมกันนั้นไม่สามารถทำได้แล้วในขณะนี้ เพราะทะเบียนปราสาทพระวิหารที่ขอขึ้นเป็นมรดกโลกนั้นถือโดยกัมพูชาฝ่ายเดียว ซึ่งหากมีความคิดนำส่วนอื่นที่เป็นของไทยแท้ไปขึ้นทะเบียนร่วมก็เหมือนกับ มอบดินแดนให้กัมพูชามากขึ้น

ดังนั้น ความพยายามขึ้นทะเบียนมรดกโลกในช่วงนี้เพื่อหวังแก้ปัญหานั้นไม่สามารถทำได้ เพราะจะทำสำเร็จหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ปราสาทพระวิหารจะมีการพิจารณาในเดือน มิ.ย.54 นี้ และหากต้องการให้มีการขึ้นทะเบียนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหานั้น ก็ต้องให้กัมพูชาถอนทะเบียนที่ขึ้นค้างอยู่ในคณะกรรมการมรดกโลกเสียก่อน ซึ่งก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะสมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ใช้ประเด็นนี้ในการหาเสียงการเมืองในประเทศ

โฆษกการชุมนุมฯ กล่าวต่อว่า ในการยกระดับการชมุนุมนั้นจะมีการเปิดโปงรัฐบาลว่านอกจากไม่ปกป้องดินแดน แล้วยังมีการโกง การทุจริตอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะคนในพรรคประชาธิปัตย์ที่ทำตัวเป็นคนสะอาด ซึ่งจะใช้เวทีนี้กระชากหน้ากากคนเหล่านี้ออกมา เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ตนได้พูดเรื่องน้ำมันปาล์มไปแล้ว ส่วนในวันนี้ (4 ก.พ.) จะหยิบยกประเด็นการทุจริตข้าวมาพูด โดยนายกฯ อภิสิทธิ์ เกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ

ทั้งนี้ ในช่วง 12.00 น. กลุ่มเยาวชนพันธมิตรฯ ในนามกลุ่ม Facepad ได้เดินทางไปแจกใบปลิว 33 ประเด็นถามตอบปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณย่านธุรกิจสีลม และในเวลา 13.30 น. แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 1 และรุ่น 2 จะประชุมหารือร่วมกันที่บ้านพระอาทิตย์ ก่อนจะมีการแถลงข่าวในเวลา 17.00 น. ที่บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ

ที่มา: เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ [1]. [2]

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์