ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อยันพบวัตถุกันเสียในขนมปังจริง ย้ำแล็ปตรวจมีมาตรฐานสากล

เมื่อเวลา 14.00 น. วันอังคารที่ 19  กุมภาพันธ์ 2556 ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ  มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ โครงการเสริมสร้างความเข็มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคความปลอดภัยด้านอาหารภาคประชาชน จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ 'การใช้วัตถุกันเสียในอาหาร : จากกรณีพบวัตถุกันเสียเกินค่ามาตรฐานในขนมปังของห้างค้าปลีกชื่อดัง' หลังจากนิตยสารฉลาดซื้อเผยแพร่ผลการทดสอบขนมปังพร้อมบริโภค

นางสาวทัศนีย์  แน่นอุดร  หัวหน้าศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ นิตยสารฉลาดซื้อ  มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่าศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มีหน้าที่ในการเฝ้าระวังสินค้าให้กับผู้บริโภคเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการทดสอบ เราทำอย่างตรงไป ตรงมา ใช้ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน   โดยในกรณีขนมอบ เราส่งทดสอบที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 อุบลราชธานี ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และผลการทดสอบที่ได้แจ้งไว้ในนิตยสารฉลาดซื้อ ฉบับที่ 143   ว่าพบว้ตถุกันเสียในขนมอบนั้นเป็นไปตามมาตรฐานกำหนด การที่ บ.เทสโก้ฯ มีจดหมายเข้ามาที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อให้แก้ไขข้อความวัตถุกันเสียต่ำกว่ามาตรฐานนั้น น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จึงขอชี้แจงดังนี้

1. การให้ข้อมูลของโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคฯ ที่ร่วมกับ ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ถูกต้องตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน ๒๕๔๗ และเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะและการคุ้มครองสิทธิอันพึงมีพึงได้ของผู้บริโภคตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ โดยประกาศฉบับดังกล่าว ในข้อ 2. ได้กำหนดให้ “การใช้วัตถุเจือปนอาหารในกลุ่มหน้าที่เดียวกันรวมกันตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป ต้องมีปริมาณรวมกันแล้วไม่เกินปริมาณของวัตถุเจือปนอาหารชนิดที่กำหนดให้ใช้ได้น้อยที่สุด” ซึ่งในกรณีขนมปังไส้ถั่วแดง Tesco the Bakery ที่พบการใช้วัตถุกันเสียสองชนิดคือกรดซอร์บิก 650  มิลลิกรัม/กิโลกรัม (มก./กก.) และกรดโปรปิโอนิค 1,006 มก./กก. โดยมีมาตรฐานระบุไว้ว่า วัตถุกันเสียชนิดแรกให้ใช้วัตถุกันเสียได้ไม่เกิน 1,000 มก./กก. และวัตถุกันเสียชนิดที่สองให้ใช้วัตถุกันเสียได้ตามปริมาณที่เหมาะสม นี้ จักต้องใช้ปริมาณของวัตถุเจือปนอาหารชนิดที่กำหนดให้ใช้ได้น้อยที่สุดคือกรดซอร์บิกที่ไม่เกิน 1,000 มก./กก. เป็นเกณฑ์ พร้อมต้องนำวัตถุกันเสียทั้งสองชนิดมารวมกันประกอบการพิจารณา มิได้เป็นไปตามที่ทางบริษัทได้ชี้แจงมาแต่อย่างใด

2. การระบุว่า “ไม่ใช้วัตถุกันเสีย” ย่อมหมายความว่าผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายกับผู้บริโภคต้องไม่พบวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์(End Product) ดังนั้นตามที่บริษัทได้ชี้แจงมาว่าไม่มีการใช้สารกันบูดในกระบวนการผลิต และอาจเกิดจากสารที่อยู่ในส่วนผสมของขนมปัง เช่น แป้ง เนย นั้น เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่อาจยอมรับได้ เพราะบริษัทในฐานะผู้ผลิตอาหารมีหน้าที่ตรวจสอบวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการผลิตอาหารและเมื่อผลิตเป็นอาหารแล้วย่อมมีหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อเนื่อง ว่า เป็นไปตามมาตรฐานหรือตามที่กล่าวอ้างบนผลิตภัณฑ์ของตนเองหรือไม่ และในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว นอกจากไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างบนฉลาก ยังพบว่า มีการใช้วัตถุกันเสียเกินมาตรฐานกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่น่าจะเป็นมาตรฐานของของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและระหว่างประเทศพึงกระทำ

และทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค  ขอให้บริษัทฯ ขอโทษผู้บริโภคเป็นการทั่วไปที่ได้ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่มีวัตถุกันเสียเกินค่ามาตรฐาน และมีการผลิตและจำหน่ายสินค้าที่อาจจะเข้าข่ายอาหารปลอมด้วยไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างบนฉลาก ตลอดจนดำเนินการแก้ไขให้สินค้าของบริษัทมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคต่อไปด้วย

ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร  ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 อุบลราชธานี กล่าวว่า “ห้องปฏิบัติการของศูนย์วิทย์ฯ เป็นห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล มีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ผ่านการรับรอง ในการทดสอบขนมปังที่ทางศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ส่งมานั้น ทางศูนย์วิทย์ฯ ก็ใช้เกณฑ์การวิเคราะห์ที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้จึงขอยืนยันผลการวิเคราะห์ตามรายงานผลการทดสอบที่ทางศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อได้เผยแพร่ลงในนิตยสารฉลาดซื้อ 

ผศ.ปรัชรัชต์  ธนวิยุธท์ภักดี  จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทุกวันนี้มีการใช้วัตถุเจือปนในอาหารจำนวนมากเพื่อทำให้อาหารเป็นไปตามคุณลักษณะที่ต้องการ เช่น ยืดอายุ หรือปรุงแต่งรสชาติ วัตถุกันเสียก็ถูกพบว่ามีการนำมาใช้กันมากขึ้น เพื่อการยืดอายุอาหารออกไป ที่พบได้บ่อยคือ กรดซอร์บิก กรดเบนโซอิก ในผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เช่น น้ำผลไม้ แยม เนื้อสัตว์แปรรูป ส่วนกรดโปรปิโอนิก จะนิยมมากในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ซึ่งเป็นไปภายใต้กฎหมายกำหนด คือบางชนิดอนุญาตให้ใช้แต่ต้องไม่เกินค่ามาตรฐาน ถ้ามีการใช้วัตถุกันเสียมากกว่า 1 ตัว ก็ต้องดูว่าเมื่อนำค่าทั้งหมดมารวมกันแล้วต้องไม่เกินค่าต่ำสุดที่อนุญาตให้ใช้ได้ ไม่ใช่ดูทีละตัว ค่ามาตรฐานของวัตถุกันเสียที่กฎหมายกำหนดก็คำนวณจากค่าความปลอดภัยที่คนเราบริโภคแล้วจะไม่เป็นอันตราย สำหรับอันตรายของวัตถุกันเสียก็จะเสี่ยงต่อระบบขับถ่ายและภาวะภูมิแพ้ได้ 

ดร.ทิพย์วรรณ ปริญญาศิริ   ผู้อำนวยการสำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากล่าวว่า อย.ทำงานภายใต้กฎหมายอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีระเบียบปฏิบัติที่มีขั้นตอนเฉพาะ ตั้งแต่การอนุญาตผลิต การดูเรื่องโรงงาน สถานประกอบการ ฯลฯ การเก็บตัวอย่างสินค้าอาหารก็เช่นกัน ต้องทำภายใต้กฎเกณฑ์ของกฎหมาย และต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับกรณีการใช้วัตถุกันเสียนั้น ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ทาง อย.เฝ้าระวังมาโดยตลอดและพบว่ามีปัญหาการใช้เกินมาตรฐานในหลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งการใช้วัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์อาหารนั้นเป็นไปตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง การใช้วัตถุเจือปนอาหาร ซึ่งเกณฑ์นี้ก็อิงตามหลักสากล คือ Codex  ตามกฎหมายกำหนดให้ ซอร์บิกและเบนโซอิก ต้องไม่เกิน 1000 มก./กก. และหากมีการใช้มากกว่า 1 ชนิดขึ้นไป ก็ต้องไม่เกินค่าต่ำสุดของตัวใดตัวหนึ่งที่ใช้ สำหรับกรณีการได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค อย.สามารถเข้าไปขอเก็บสินค้าจากผู้ประกอบการได้ทันที ซึ่งกรณีที่ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ร้องเรียนเข้ามานั้น ทางอย.ได้เก็บตัวอย่างส่งให้ทางกรมวิทย์ตรวจวิเคราะห์แล้ว ก็ต้องขอขอบคุณที่ทางเครือข่ายผู้บริโภคได้ช่วยทำหน้าที่เฝ้าระวังสินค้าด้วยเช่นกัน เพราะลำพังกำลังของทางหน่วยงานเองก็ต้องยอมรับว่าทำได้ไม่เต็มที่ 

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์