ชาวกระบี่ยื่นหนังสือจี้ระงับเวทีรับฟังความเห็นครั้ง 3 ท่าเทียบเรือขนถ่านหิน

19 ก.ย.2557 เวลาประมาณ 10.30 น. ที่อำเภอเหนือคลอง ชาวบ้าน ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ จำนวนประมาณ 30 คน ได้เข้าพบ ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอเหนือคลอง พร้อมยื่นหนังสือขอให้ระงับการจัดทำเวทีประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 3 โครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ งานนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัททีม คอลซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2557

หนังสือดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากการจัดทำเวทีประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ผ่านมา คือครั้งที่ 2 ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็น และสอบถามข้อกังวลของโครงการแต่ประการใด แต่บริษัทเลือกใช้วิธีลงพื้นที่พบปะผู้นำบางส่วน และร่วมกิจกรรมในชุมชน แล้วถ่ายรูปพร้อมลายมือชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่ไม่ได้บอกความจริงว่ามาเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นกลุ่มย่อย ซึ่งสอบถามผู้นำหมู่บ้าน และชุมชนก็ไม่รู้ว่าการที่ กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษา ลงพื้นที่มาชวนพูดคุยนั่นคือการทำเวทีครั้งที่2 และ กฟผ. จะลงพื้นที่เฉพาะกลุ่มคนที่เห็นด้วยกับโครงการเท่านั้น กระบวนการดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ทาง กฟผ. ก็ประกาศว่าการรับฟังการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2 ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางชุมชนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของ กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษา ละเมิดสิทธิของชุมชน อีกทั้ง ไม่ถูกต้องตามระเบียบ และกฎหมาย ขาดความโปร่งใส ขาดความชอบธรรม และขาดหลักธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง

นายสัมศักดิ์ นบนอบ ตัวแทนกลุ่มพิทักษ์ปกาสัย กล่าวว่า จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยปากแม่น้ำกระบี่ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาแรมซ่าร์ (Ramsar Site) ในส่วนวิสัยทัศน์ของจังหวัดกระบี่กำหนดให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน หรือกระบี่เมืองสีเขียว (Krabi Greencity) ซึ่งการนำถ่านหินมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า 800 เมกะวัตต์ เป็นการสวนทางวิสัยทัศน์ของจังหวัดกระบี่ เนื่องจากถ่านหินมีพิษภัยต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากมายเหลือเกิน และสุดจะยับยั้งได้ เห็นได้จากในหลายประเทศมีปัญหากับถ่านหิน เช่น ประเทศจีน ส่วนในประเทศไทยก็ได้รับบทเรียนจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ

“เราขอเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการทั้งหมด ภายใต้โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ทั้งโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภาได้วินิจฉัยไว้ว่าทั้งสองโครงการไม่อาจแบ่งแยกกันได้ เพราะฉะนั้นการแบ่งแยกกันรับฟังความคิดเห็น ทำให้ความรู้ที่ประมวลข้อกังวลของผู้ที่มีผลกระทบทั้งตัวโรงไฟฟ้า และท่าเทียบเรือไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลให้โครงการมีปัญหาในอนาคต” นายสมศักดิ์กล่าว

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์