ทีม คสช.แจ้งความเอาผิด ‘ทนายของธนกฤต’ ฐานหมิ่นประมาท-‘ฉัตรชนก’ ทหารปล่อยแล้ว

พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ทีมกฎหมาย คสช.แจ้งเอาผิด ‘เบญจรัตน์’ ทนายของธนกฤต หลังไปแจ้งความทหาร-ตำรวจที่ออกหมายจับธนกฤตเตรียมป่วนกรุงทั้งที่อยู่ในคุก ทนายแจงทำตามหน้าที่ พร้อมเผยลูกความถูกกดดันให้ถอนทนายแล้ว ที่แจ้งความไว้เป็นโมฆะ ด้านฉัตรชนก ผู้ต้องหาเตรียป่วนกรุงถูกอุ้มเงียบหลายวันถูกปล่อยตัวแล้ว

8 ธั.ค.2558 เวลา 11.00 น. พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. กล่าวหา น.ส.เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความของนายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม หนึ่งในจำเลยคดีขอนแก่นโมเดล และผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวน โดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น และเป็นการแกล้งให้บุคคลใดได้รับโทษ และข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 , 173 , 174 , 181 และ 328 โดยนำหนังสือพิมพ์ที่มีการตีพิมพ์ข่าวกรณีนายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม มอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล พนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งความกล่าวว่า พล.ต.วิจารณ์ ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อเบญจรัตน์ ในฐานะส่วนตัว

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นสืบเนื่องจาก ในวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา น.ส.เบญจรัตน์ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.โดยได้แจ้งความดำเนินคดี พล.ต.วิจารณ์ และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และแจ้งความเท็จต่อนายธนกฤต ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งในความเป็นจริงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จ.ขอนแก่นในขณะนี้ในคดีปลอมแปลงเอกสาร โดยให้เหตุผลว่านายธนกฤตถูกจำคุกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 และเหลือเวลารับโทษตามคำพิพากษาอีก 6 เดือน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกระทำผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง และกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 8 คน ตามที่ถูกกล่าวหาว่าเตรียมป่วนกิจกรรม Bike for Dad  (อ่านที่นี่)

เบญจรัตน์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า สิ่งที่ดำเนินการไปทั้งหมดเป็นการดำเนินการตามหลักวิชาชีพ ได้มีหนังสือแต่งตั้งทนายและรับมอบอำนาจจากลูกความเป็นที่เรียบร้อย โดยประเพณีปฏิบัติ ผู้แจ้งความดำเนินคดีจะไม่เอาผิดต่อผู้รับมอบอำนาจหรือทนายความ แต่จะเอาผิดต่อตัวความ นอกจากนี้ยังเตรียมการดำเนินคดีต่อ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง เช่นกันเนื่องจากการแจ้งความเอาผิดต่อทนายซึ่งเป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจทางกฎหมายเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

เบญจรัตน์กล่าวต่อว่า จากการที่ทนายความถูกคุกคามและถูกแจ้งความดำเนินคดีแสดงให้เห็นว่า คสช.ต้องการที่จะตอบโต้หรือต้องการให้ทนายหยุดดำเนินการเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างความเสียหายให้กับ คสช.

ส่วนกรณีที่มติชนและกรุงเทพธุรกิจรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. เบญจรัตน์ได้ถอนแจ้งความทหารตำรวจไปแล้วนั้น เบญจรัตน์กล่าวว่า คาดว่าเรื่องนี้ตำรวจเป็นคนให้ข่าว ข้อเท็จจริงคือการเดินทางไปกองปราบฯ ในวันดังกล่าวไม่ได้ถอนแจ้งความแต่อย่างใด แต่นำ น.ส.นลิณี ตั้งวงศ์ ผู้ช่วยทนายความที่ได้เข้าพบและได้รับมอบอำนาจจากนายธนกฤต เข้าให้การเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากทางตำรวจเจ้าของคดีแจ้งว่าเอกสารยังไม่เรียบร้อย

ทนายความของธนกฤตให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำขอนแก่นได้แจ้งกับทนายด้วยว่า หลังจากการที่ธนกฤตได้เซ็นหนังสือแต่งตั้งเบญจรัตน์เป็นทนายความในรอบที่สอง เจ้าหน้าที่ได้เข้าพบเขาอีกครั้ง และปัจจุบันธนกฤตได้ทำหนังสือถอนการแต่งตั้งทนายอีกฉบับซึ่งมีผลให้การดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีเอาผิดต่อผู้ที่กล่าวให้ร้ายธนกฤตทั้งหมดเป็นโมฆะ ทำให้ทนายไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อธนกฤตในกรณีนี้ได้อีกแล้ว เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ธนกฤตซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐถูกขังอยู่ในเรือนจำ ต่อให้ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ทนายไม่ว่ากี่ครั้งก็ตาม ผู้เสียหายก็จะถูกบีบให้ถอนการมอบอำนาจต่อไปเรื่อยๆ

ต่อกรณีการที่มีเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวนาย ฉัตรชนก ศรีวงษา คู่แฝดของ นายฉัตรชัย ศรีวงษา ผู้ต้องหา 1 ใน 9 คนที่ถูกออกหมายจับคดีเตรียมป่วนงาน Bike for Dad ลอบสังหารบุคคลสำคัญ นั้น เบญจรัตน์กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากครอบครัวของฉัตรชนกว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้นำนายฉัตรชนกมาปล่อยตัวที่บ้านแล้ว สำหรับรายละเอียดสาเหตุการจับกุมตัวและเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการควบคุมตัว นายฉัตรชนกขออนญาตที่จะไม่เปิดเผย แต่โดยเบื้องต้นทางครอบครัวของคู่แฝดแจ้งว่าแม้ว่าทั้งฉัตรชัยและฉัตรชนกได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ทหารติดตามตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองคนคนรวมถึงคนในครอบครัวอยู่ในภาวะความหวาดกลัวและกดดัน

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังครอบครัวของฉัตรชนกแต่ไม่มีผู้รับสาย เมื่อสอบถามผ่านทาง SMS ว่าฉัตรชนกได้รับการปล่อยตัวแล้วหรือไม่ จึงได้มีข้อความยืนยันจากเบอร์โทรศัพท์ของครอบครัวว่า ฉัตรชนกได้กลับมาถึงบ้านแล้ว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์