สถาบันสิทธิ มหิดล ย้ำการรณรงค์ไม่ผิดกฎหมาย เรียกร้องหยุดดำเนินคดีผู้เห็นต่าง

16 ส.ค. 2559 สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์กรณีการเคลื่อนไหวของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติ จากการแจกเอกสารความเห็น เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยล่าสุด ถูกฝากขังที่เรือนจำภูเขียว จังหวัดชัยภูมิว่า การรณรงค์ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความคิดเห็นรูปแบบหนึ่งสามารถกระทำได้เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นการใช้เสรีภาพตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 7 

"การแสดงออกโดยมิได้ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่ความผิดทางอาญาที่สมควรถูกจับกุมคุมขัง" แถลงการณ์ระบุและเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อผู้แสดงความเห็นต่างทางการเมืองโดยสุจริต และเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจให้เปิดพื้นที่ในการแสดงออกอย่างเสรีบนพื้นฐานของการไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีช่องทางในการสื่อสารแลกเปลี่ยน อันจะเป็นการลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องสิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาลแม้บุคคลจะถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพไม่ว่าโดยการควบคุมตัวหรือคุมขังด้วย

รายละเอียดมีดังนี้

แถลงการณ์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
กรณีการเคลื่อนไหวของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน)

จากกรณีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) และนายวศิน พรหมมณี ถูกจับกุมตัวขณะแจกเอกสารความเห็นประชามติที่จังหวัดชัยภูมิ ในข้อหาว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2559 โดยนายวศินได้ยื่นขอประกันตัวและได้รับการประกันตัวออกไป ขณะที่นายจตุภัทร์ไม่ขอประกันตัวและได้อดอาหาร เพื่อประท้วงกระบวนการประชามติที่ไม่เสรีและการจับกุมที่ไม่ยุติธรรมนั้น สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ขอแสดงความเห็นและมีข้อเรียกร้องดังนี้

1. การรณรงค์ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความคิดเห็นรูปแบบหนึ่งสามารถกระทำได้เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นการใช้เสรีภาพตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย”

2. การรณรงค์โดยมิได้มีการข่มขู่คุกคามผู้อื่นย่อมไม่ขัดต่อข้อบัญญัติในมาตรา 61 วรรคสองของพระราชบัญญัติดังกล่าว ความว่า “ผู้ใดดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย”

3. การแสดงออกโดยมิได้ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่ความผิดทางอาญาที่สมควรถูกจับกุมคุมขัง

4. สิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดการเจ็บป่วยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน บุคคลแม้ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพไม่ว่าโดยการควบคุมตัวหรือคุมขัง ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

5. ขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อผู้แสดงความเห็นต่างทางการเมืองโดยสุจริต

6. ขอเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจให้เปิดพื้นที่ในการแสดงออกอย่างเสรีบนพื้นฐานของการไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีช่องทางในการสื่อสารแลกเปลี่ยน อันจะเป็นการลดเงื่อนไขความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง

สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา
มหาวิทยาลัยมหิดล
16 สิงหาคม 2559

แถลงการณ์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
กรณีการเคลื่อนไหวของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์