#คนอุบลรวมพลไม่ทนเผด็จการ ครั้งที่ 2 ร้องร่าง รธน.ใหม่-'ประยุทธ์' ลาออก-ยุบสภา ภายใน 90 วัน

#คนอุบลรวมพลไม่ทนเผด็จการ ครั้งที่ 2 เรียกร้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 'ประยุทธ์' ลาออกจากนายกฯ หยุดคุกคามประชาชน และยุบสภาฯ ภาย 90 วัน

1 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เวลา 16.00 น. ที่บริเวณศาลหลักเมือง จ.อุบลราชธานี กลุ่มวิ่งไล่ลุง อุบลฯ และเพจคนอุบลรวมพลทุกชนชั้น จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ #คนอุบลรวมพลไม่ทนเผด็จการ รอบที่ 2 โดยมีนักเรียน นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมการชุมนุม

สำหรับประเด็นในการปราศรัยครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเน้นเรื่องของปัญหาของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ต้นตอการยึดอำนาจ ปัญหาเศรษฐกิจ ระบบการศึกษาไทย การริดรอนสิทธิเยาวชนในรั้วการศึกษา การคุกคามประชาชน ตลอดจนความล้มเหลวในการบริหารของรัฐบาล พร้อมมีแถลงการณ์ข้อเรียกร้องพิเศษของคณะคนอุบลรวมพลทุกชนชั้นไปยังรัฐบาลให้ยุบสภา

วิศรุต สวัสดิ์วร นักกิจกรรมประชาธิปไตย หนึ่งในสมาชิกคณะวิ่งไล่ลุง อุบลฯ กล่าวถึงประเด็นหลักในการจัดปราศรัยครั้งนี้ว่า เนื่องจากการชุมนุมครั้งที่แล้วมีกลุ่มเยาวชนเคลื่อนไหวทั่วประเทศและถูกคุกคามเยอะ พลังของเยาวชนที่มีอาจจะยังไม่พอ และบวกกับมีลูกเพจติดต่อมาเยอะ จึงมีความคิดที่อยากจะเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมต่อสู้และให้กำลังใจกับนักศึกษา ทำให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้นมา

“ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามข้อเรียกร้อง ยังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นีและยังไม่ยุบสภาเราก็ยังจะดำเนินการชุมนุมแบบนี้ต่อไป และจะยกระดับการชุมนุนนี้ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ไปกดดันรัฐบาล เพราะตอนนี้ประเทศเสียหายมามากพอแล้ว” วิศรุตตอบคำถามที่ว่าการชุมนุมว่าจะจัดขึ้นอีกหรือไม่

จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. เริ่มต้นการปราศรัยเรื่อง “ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” โดยต้องร่างใหม่ทั้งฉบับที่เท่านั้นต้องไม่แก้ไขเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้นำมาด้วยความไม่ชอบธรรม หากยังมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู่ ระบบเดิมๆ วงจรเดิมๆ ก็จะยังคงวนเวียนและเราต้องกดดันให้รัฐบาลแก้ไขให้ได้

ขณะที่การปราศรัยเรื่อง “ระบบการศึกษาไทย” นำโดยประธานนักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระบุว่า ปัจจุบันระบบการศึกษาไทยยังมีความเหลื่อมล้ำ คนจนยังต้องพึ่งการศึกษาจากรัฐบาล ปัญหาเกิดจากนโยบายทางการศึกษา รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้แต่ละโรงเรียนไม่เท่ากัน โมเดลทีเห็นได้ชัดคือ การยุบโรงเรียนเล็กๆ เพื่อให้ไปเรียนที่ตัวอำเภอโดยไม่นึกถึงศักยภาพของกลุ่มคนชั้นล่าง และยังมีนโยบายยุทธศาสตร์ที่อุบาทว์ขึ้น ดังนั้นเราต้องการผลักดันรัฐบาลเล็งเห็นคุณค่าของระบบการศึกษาไทยให้มากกว่านี้

ต่อมาเวลา 19.37 น. มีการปราศรัยเรื่อง “ความเท่าเทียมทางเพศ และสมรสเท่าเทียม” โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระบุว่า “ปัจจุบันสิทธิทางเพศยังไม่ได้รับความเท่าเทียมมากพอ เพศที่สามยังถูกกำจัดสิทธิในหลายๆ เรื่อง ดังนั้นเราต้องการผลักดันให้มีการสมรสอย่างเท่าเทียม เพราะเพศที่สามก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน”

และเข้าสู่ช่วงท้ายของการปราศรัย เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ชุมนุมร่วมกันเปิดแฟลช จากนั้นทางคณะคนอุบลรมพลไม่ทนเผด็จการทำการอ่านแถลงการณ์กลุ่ม ดังนี้

แถลงการณ์ กลุ่ม คนอุบลรวมพลไม่เอาเผด็จการ

เนื่องด้วยการบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา รวมเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตยครึ่งใบ ใช้อำนาจพิเศษปิดกั้นการแสดงความเห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ มีการรวมศูนย์อำนาจ เกิดความเลื้อมล้ำสูงในสังคม ขาดความเสมอภาค ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศถูกทำลาย  ปัญหาปากท้องประชาชนขาดการดูแล

บัดนี้ ได้ประจักษ์แล้วว่ารัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผู้นำเผด็จการยึดอำนาจของประชาชน มิได้นำพาปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนมาแก้ไขเป็นสำคัญ กลับแต่เอื้อประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มนายทุนใหญ่ มีความเหลื่อมล้ำในสังคมสูง ความยุติธรรมในสังคมเสื่อมถอย ประชาชนเสื่อมความศัทธากับรัฐบาลที่มีอยู่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนคนยากจนในสังคมได้ เมื่อกลไกของของรัฐ กระบวนการยุติธรรมในสังคมขาดความเป็นอิสระ แต่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของผู้มีอันจะกิน ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับการดูแลปกป้องจากรัฐอีกต่อไป

ในฐานะประชาชน นิสิต นักศึกษา พลเมืองผู้รักประชาธิปไตย ที่ไม่อาจทนต่อการดำเนินนโยบายการบริหารงานประเทศที่ขาดประสิทธิภาพ ที่ไม่มีความยึดโยงต่อประชาชนเช่นนี้อีกต่อไป จึงได้มีการรวมตัวกัน เพื่อเป็นการเรียกร้อง แสดงความคิดเห็น ตามสิทธิ และเสรีภาพ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ดังนั้นจึงมีข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล มีดังนี้

1. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการต่อการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ เพื่อรักษาประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญจะต้องคำนึงถึงหลักการสิทธฺมนุษยชน มีความยึดโยงกับประชาชนเป็นหลัก

2. นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง รับผิดชอบกับความตกต่ำย่ำแย่ของประเทศที่ต้องเผชิญอยู่

3. หยุดคุกคามประชาชน รัฐบาลมีเครื่องมือหลายอย่าง เช่น พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ และกฎหมายอื่นๆ ที่รัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออก ให้ยกเลิกกฎหมายที่ละเมิดเสรีภาพในการชุมนุม

4. ยุบสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลสืบทอดอํานาจเผด็จการภายใต้การนําของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีกรอบระยะเวลาที่รัฐบาลต้องดำเนินการภาย 90 วัน ตามข้อเรียกร้องนับแต่วันออกแถลงการณ์ฉบับนี้
 
กลุ่ม คนอุบลรวมพลไม่เอาเผด็จการ
1 สิงหาคม 2563

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์