ผู้ชนะประกวดคำขวัญ 50 ปี ปชป. ขึ้นเวทีรามคำแหง ขอโทษที่เคยมีส่วนทำให้เกิดเผด็จการในวันนี้

วรา จันทร์มณี เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม ผู้ชนะเลิศประกวดคำขวัญ 50 ปีพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีรามคำแหง หนุน 3 ข้อเรียกร้องของขบวนการนักเรียน นักศึกษา ประชาชน เชื่อการชุมนุมที่ผ่านมาไม่มีใครจ้าบจ้วง จะมีก็เพียงแค่คนที่อ้างสถาบันฯ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง พร้อมขอโทษที่ครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมทำให้เกิดเผด็จการ

14 ส.ค. 2563 เวลา 18.00 บริเวณใต้ตึก SBB มหาวิทยาลัยรามคำแหง เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง “รามคำแหงจะไม่ทน” เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของขบวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ที่เรียกร้องให้ รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา โดยในเวทีวันนี้มี วรา จันทร์มณี เลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม อดีตกรรมการองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และผู้ชนะการประกวดคำขวัญ 50 ปี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2538 ได้ขึ้นเวทีปราศรัยด้วย

ผู้ชนะคำขวัญ 50 ปี ปชป. ผิดหวัง หลังพรรคกลับลำหนุนประยุทธ์สืบทอดอำนาจ นำโล่วางคืนพร้อมเงิน 5 พัน

วรา กล่าวว่าในที่นี้อาจจะไม่มีใครรู้จักตน แต่หากปีที่แล้วได้ดูข่าวและจำได้ว่า มีคนเอาโล่ไปคืนพรรคประชาธิปัตย์ คนคนนั้นคือตนเอง เพราะในปี 2538 ตนชนะเลิศการประกวดคำขวัญ 50 ปี พรรคประชาธิปัตย์ เขากล่าวต่อว่า วันนี้ยินดีมากที่ได้มาเจอน้องๆ รามคำแหง ท่ามกลางบรรยากาศบ้านเมืองที่ขมุกขมัว และไร้ความหวังสิ้นดี เมื่อสักครู่นี้ก็เพิ่งมีการจับกุมแกนนำนักศึกษาคือ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน บ้านเมืองนี้กำลังบ้ากันใหญ่

“นักศึกษารามคำแหงโดนมองเป็นคนชายขอบ เป็นคนต่างจังหวัด เป็นคนขาดโอกาส ใครมาจากต่างจังหวัดยกมือขึ้นครับ ไม่ต้องอาย เรามีคำขวัญว่า เปลวเทียนให้เเสง รามคำแหงให้ทาง และนอกจากให้ทางในชีวิตของเราทุกคนแล้ว รามคำแหงต้องส่องไฟให้ทางกับสังคมไทยด้วย ในวันที่สังคมไทยสิ้นไร้ความหวัง รามคำแหงเป็นสถาบันหนึ่งที่ลุกขึ้นมากพูดถึงความถูกต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมในบ้านเมือง เมื่อกี้ผมเขามาเจอป้ายว่า รามคำแหงไม่ต้อนรับคนจ้าบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่มีขบวนการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษามา ทั้งผม นักวิชาการ ศิลปิน และอีกหลายเสียงในสังคม ได้ประมวลด้วยความเป็นธรรมแล้วว่า ไม่มีใครจ้าบจ้วง มันจะมีก็แต่คนที่ใช้สถาบัน มาอ้าง จ้าบจ้วง และกดขี่คนเห็นต่าง”

เขากล่าวต่อว่า วานนี้นายกรัฐมนตรีพูดได้น่าประทับใจมาก โดยพูดว่าเราต้องอยู่เหนือการโต้เถียงกัน และเราต้องอยู่เหนือการเมือง เพราะมีสิ่งที่ต้องทำสำคัญกว่านั้นคือการอยู่รอด และการเลี้ยงชีวิตของคนหลายล้าน น่าสนใจว่านายกรัฐมนตรีเพิ่งคิดเรื่องนี้ออกหรือ เพราะอยู่ในอำนาจมา 6 ปี เศรษฐกิจของประเทศกำลังล่มสลาย เข้ามายึดอำนาจ เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ การกระทำต่างๆ กับสิ่งที่ออกมาพูดเมื่อวาน ไม่มีความสอดคล้องกัน

“เพนกวิน ถูกจับเมื่อกี้ เราจะทนกันไปถึงไหน ผมสะท้อนใจมากกับคำพูดของพี่ผุสดี (งามขำ) ที่ไปพูดที่ศาลอาญาวันฝากขังทนายอานนท์ พี่ผุสดี ตั้งคำถามว่า อยู่ๆ ไปเราไม่มีอะไรสักอย่าง กองทัพก็ไม่ใช่ของประชาชน ตำรวจก็ไม่ใช่ของประชาชน ศาลก็ไม่ใช่ของประชาน และแกยังพูดอีกว่า ถ้าเรานั่งรถเมล์กลับบ้าน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ตำรวจ ทหาร จะดูแลเรา และจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ตำรวจ ทหาร จะไม่ทำร้ายเรา และสิ่งที่แกสรุปก็คือว่า เอาอย่างนี้ไหม ในเมื่อพึ่งพาใครไม่ได้ เราต่างคนต่างอยู่ต่างเอาตัวรอด ใครชนะคนนั้นครองแผ่นดินไป สิ่งเหล่านี้ถ้าท่านศึกษาประวัติศาสตร์ มันน่ารันทดมากนะ เราออกจากเผ่านานแล้ว ในสมัยโบราณ ประเทศต่างๆ รบแก่งแย่งฆ่าฟัน สมัยอยุธยา กษัตริย์โค่นกษัตริย์ไม่รู้กี่คนต่อกี่คน หากเราจะใช่วัฒนธรรมแบบนั้น ผมว่ามันอนารย”

วรา กล่าวต่อว่า สังคมไทยควรหันมาตั้งคำถามได้แล้วว่า อะไรคือความเป็นธรรมจริงๆ และขอให้ทุกคน และทุกสถาบัน ลดความเห็นแก่ตัวลง ให้คิดถึงคนอื่นๆ และขอย้ำว่า ที่ผ่านมาไม่มีใครจ้าบจ้วงสถาบัน มีแต่คนที่เอาสถาบันมาแอบอ้างเพื่อกดขี่ บังคับประชาชนเท่านั้น

“โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คลองผันน้ำเมืองนคร อ่างเก็บน้ำวังหีบ อ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วพัทลุง โครงการเหล่านี้ชาวบ้านไม่กล้าสู้กับกรมชลฯ เพราะกรมชลฯ เอาคำว่า พระราชดำริมาอ้าง หน่วยงานราชการข่มขู่ประชาชนว่า เป็นโครงการของพระเจ้าอยู่หัวนะ ขัดขื่นไม่ได้ ทั้งที่โครงการพวกนี้ไม่ได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ศึกษา EIA และที่ร้ายที่สุดคณะทำงานในสมัยนั้นได้ศึกษาแล้วพบว่า โครงการเหล่านี้ไม่สมเหตุสมผล และไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง สมควรยกเลิกไม่ควรกระทำ แต่ทุกวันนี้ข้าราชการก็พยายามดันเพื่อให้โครงการผ่าน เพราะมีเรื่องใต้โต๊ะมีผลประโยน์ที่ต่อรองกันจำนวนมหาศาล แทบจะพูดได้ว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์ คำถามคือ ประเทศไทยจะต้องอยู่ในสภาวะนี้ไปถึงไหน”

วรา กล่าวต่อว่า เวลานี้บรรดาปัญญาชน ศิลปิน ออกมาสนับสนุนนักศึกษาจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ออกมา วันนี้อยากจะเรียกร้องไปยัง เนาวรัตน์ พงษไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนทุกเดือน ออกมาแสดงความรับผิดชอบเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับศิลปินรุ่นน้องคนอื่นๆ โดยลาออกจากการเป็น ส.ว. อย่าพายเรือให้โจรนั่งอีกต่อไป และออกมาปกป้องลูกหลานของเรา

“วันนี้นายเเพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตเลขาฯ สนนท. ได้ออกมาขอโทษว่า ท่านเป็นส่วนหนึ่งในการไล่รัฐบาลทักษิณ และผมเองก็ร่วมขอโทษด้วยที่ขณะนั้นเรารู้สึกว่ารัฐบาลทักษิณคอร์รัปชัน ยิ่งลักษณ์คอร์รัปชัน เราก็ออกไปร่วมกับเขาไล่รัฐบาล ผมเองก็เคยไปยื่นหนังสือให้ตรวจสอบเรื่องจำนำข้าว ฉะนั้นสิ่งถูกเราทำถูกในบริบทหนึ่ง แต่สิ่งที่เราทำผิดคือ วันนี้เกิดโครงการอำมหิตต่างๆ มากมาย นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ท่าเรือปากบารา และอีกหลายโครงการ มันเกิดจากการที่รัฐบาลเผด็จการใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จอนุมัติโครงการ ถ้าไปลงพื้นที่ ท่านจะรู้ว่าชาวบ้านที่เขาขายหมูปิ้งไม้ละ 5 บาท เขาต้องทำมาหากิน เขาจะสะเทือนใจแค่ไหนที่โดนเอาที่ดินไปทำคลองผันน้ำเมืองนครอย่างไม่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้คือเชื้อโรคร้าย ที่เผด็จการรวบอำนาจและจัดการอย่างเบ็ดเสร็จ เราจะอยู่กันอย่างนี้จริงๆ เหรอ ประเทศนี้มันไม่ใช่ของประชาชนมันเป็นของใครก็ไม่รู้”

“เราทุกคนชอบพูดคำว่า ปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คำถามผมขอถามย้อนกลับไปว่า ชาติคืออะไร คุณรู้ไหม คุณอ่านหนังสือประวัติศาสตร์กี่บรรทัด รู้ไหมว่าชาติไทยมันเริ่มขึ้นสมัยไหน ส่วนใหญ่ไม่รู้ แม้วันนี้ข้อมูลจะแพร่หลาย แต่คุณก็ยังไม่รู้ว่า สุโขทัยมันเป็นแค่รัฐเล็กๆ เป็นหน่วยเล็กๆ ไม่ใช่ หน่วยใหญ่อะไร และความเป็นชาติไทยมันถูกรวบรวมขึ้นสมัย ร.5 เรามีระบบราชการสมัย ร.5 นี่เอง และ 100 กว่าปี ระบบราชการไม่เปลี่ยนเลย ชาติเราไม่เปลี่ยนเลย ทุกคนมักจินตนาการว่า สังคมไทยสมัยโบราณเป็นสังคมที่ดี เรานึกว่ามันดี ผมถามจริงๆ ท่านรู้ไหมว่าสมัยก่อนมันมีทาส มีเจ้าขุน มูลนาย สมัยก่อนผู้ชายจะขายผู้หญิง ขายลูก ขายเมียตัวเองก็ได้ คำถามคือ สังคมที่ท่านถูกขู่ตะคอกทุกเวลา ท่านจะทำอะไรได้… ฉะนั้นก่อนจะบอกว่ารักชาติ เข้าไปดูก่อนว่าชาติคืออะไร และชาติเป็นของใคร ปัญหาคือ ถ้าเราเอาชาติเป็นเป็นของคนใดคนหนึ่ง มันมีปัญหาแน่”

“ต่อไป ปกป้องศาสนา คำถามคือ ศาสนาของท่านหมายถึงอะไร มีกี่ศาสนา ท่านจะปกป้องศาสนาไหน ท่านปกป้องศาสนาพุทธ ท่านจะทำอะไร หรือเพียงแต่บอกกูเป็นพุทธ กูเจ้าของประเทศ มึงมุสลิมมันคนส่วนน้อย กูไม่สนใจกูไม่ให้เกียรติมึง นี่เหรอปกป้องศาสนา พี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้นับถืออิสลามถูกมองเป็นพลเมืองชั้นสอง แล้วคนที่บอกจะปกป้องศาสนามันทำอะไร ประเด็นที่สาม ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ปกป้องอย่างไร ปกป้องหรือต้องการเอาสถาบันมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ตัวเองอยู่ในอำนาจ”

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์