ศาลกัมพูชาจำคุก 1 ปี ฝ่ายค้าน-นักต่อสู้สิทธิที่ดิน ฐานร่วมกันยุยงปลุกปั่น

ศาลกัมพูชาจำคุกกลุ่มนักกิจกรรมฝ่ายต่อต้านรัฐบาล 14 คน ทั้งสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ถูกยุบ และนักต่อสู้ด้านสิทธิที่ดินคนละ 1 ปี ปรับ 2-4 ล้านเรียล (ประมาณ 15,800-31,600 บาท) ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดและยุยงปลุกปั่น ขณะที่รัฐบาลฮุนเซนกำลังพยายามปราบปรามกลุ่มคนที่เห็นว่าเป็นเสี้ยนหนามรัฐบาล

2 ก.ค. 2564 ศาลจังหวัดตโบงฆมุมตัดสินจำคุกฝ่ายต่อต้านทางการเมือง 14 ราย คนละ 1 ปี ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดและยุยงปลุกปั่น ถือเป็นการตัดสินลงโทษในช่วงที่รัฐบาลกัมพูชากำลังปราบปรามผู้ที่ต่อต้านทั่วประเทศ

จำเลย 8 ราย ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในจังหวัดตโบงฆมุม ในจำนวนนี้ 6 ราย เป็นสมาชิกของพรรคสงเคราะห์ชาติ หรือ CNRP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ถูกยุบเมื่อปี 2560 ส่วนจำเลยอีก 6 ราย ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลัง เนื่องจากจำเลยทั้ง 6 คน หนีออกนอกประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม

แซม โสกุง ทนายความจำเลยที่เป็นสมาชิกพรรค CNRP วิจารณ์การตัดสินคดีในครั้งนี้ว่าไม่เป็นธรรม และจะยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 9 ก.ค. 2564 หลังปรึกษากับลูกความ

โสกุงกล่าวว่า ทีมทนายความมองว่า โทษจำคุก 1 ปี และการสั่งปรับ 2-4 ล้านเรียล (15,800 - 31,600 บาท) เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้เพราะลูกความของพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด และฝ่ายโจทก์ไม่มีหลักฐานที่สนับสนุนว่าจำเลยกระทำผิดฐานยุยงปลุกปั่นมาแสดงในศาล

ในกลุ่มนักกิจกรรมพรรค CNRP ที่ศาลพิพากษาจำคุก 6 ราย ถูกจับกุมระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2563 ก่อนความพยายามเดินทางกลับเข้ากัมพูชาของมู โสชัว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค CNRP และสมาชิกพรรครายอื่นๆ ที่ลี้ภัยการเมืองหลังพรรคถูกยุบ ส่วนจำเลยอีก 2 ราย ที่ถูกคุมขัง ได้แก่ พล โสพาล และเสม ชำนาญ นักกิจกรรมด้านสิทธิที่ดิน

กรณีความขัดแย้งทางสังคมที่สำคัญในกัมพูชา รวมถึงประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือการไล่รื้อที่ที่ดินทำกินของประชาชนอย่างกว้างขวาง เพื่อนำไปทำโครงการพัฒนาหรือใช้ในกิจการที่ลงทุนข้ามชาติ โดยไม่ชดเชยให้ความสูญเสียทั้งพืชผล ทรัพย์สิน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเป็นธรรม

สเร เสธ ภรรยาของซู ยัน สมาชิกพรรค CNRP ที่ถูกคุมขัง เรียกร้องให้ศาลยกฟ้องสามีของเธอในทุกข้อหาและปล่อยตัวเขา เนื่องจากยันต้องต่อสู้กับโรคประจำตัวขณะอยู่ในเรือนจำ เธอต้องการให้สามีเข้าถึงการรักษาพยาบาลและได้รับความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว

เสธยังเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศช่วยเหลือสามีของเธอ "...เขาไม่ได้ก่ออาชญากรรม" พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมเลยที่ศาลตัดสินจำคุกสามีของเธอถึง 1 ปี และปรับอีก 4 ล้านเรียล

ซึง เสนกรุณา โฆษก ADHOC องค์กรสิทธิมนุษยชนกัมพูชา แสดงความผิดหวังที่ศาลตัดสินจำคุกนักกิจกรรม เพียงเพราะใช้เสรีภาพในการแสดงออกในฐานะประชาชน ที่ได้รับการคุ้มครองตามระบอบประชาธิปไตย และวิจารณ์ว่าว่าการจับกุมนักกิจกรรมทางสังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นแรงจูงใจทางการเมือง

ช่วงตั้งแต่ปี 2563 จนถึงกลางปี 2564 รัฐบาลพรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP ของนายกรัฐมนตรีฮุนเซน จับกุมนักกิจกรรมทางการเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงพระสงฆ์ และสมาชิกกลุ่มเยาวชนไปแล้วรวม 80 ราย ในข้อหาสมรู้ร่วมคิด, ยุยงปลุกปั่น และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

เสนกรุณากล่าวว่า ถึงแม้ศาลและเจ้าหน้าที่อื่นๆ จะอ้างว่าการจับกุมเป็นไปตามกฎหมาย แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ องค์การสหประชาชาติ และผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ เชื่อว่าการจับกุมนั้นเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

กึม สุขา หัวหน้าพรรค CNRP ถูกจับกุมในข้อหาวางแผนโค่นล้มรัฐบาลฮุนเซน สองเดือนถัดจากนั้น ศาลฎีกากัมพูชาสั่งยุบพรรค CNRP เมื่อเดือน พ.ย. 2560 และห้ามไม่ให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมือง

การสั่งยุบพรรคการเมืองยังเกิดขึ้นท่ามกลางการไล่ปราบปรามกลุ่มเอ็นจีโอและสื่ออิสระ เพื่อเปิดทางให้พรรคประชาชนกัมพูชา หรือ CPP ของฮุนเซนชนะเลือกตั้ง ครองที่นั่งเพียงพรรคเดียวในสภาทั้งหมด 125 ที่ ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2561

เรียบเรียงจาก

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์