8 ประเทศถูกระงับสิทธิการโหวตใน UN หลังขาดชำระเงินอุดหนุนงบประมาณ

ปัจจุบัน 11 จาก 193 ประเทศยังค้างชำระเงินอุดหนุนองค์การสหประชาชาติ ในจำนวนนี้ 8 ประเทศถูกระงับสิทธิในการลงคะแนนในสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ เช่น อิหร่าน เวเนซูเอลา และซูดาน

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติระบุว่า นอกจาก 3 ประเทศดังกล่าวแล้ว ยังมีอีก 5 ประเทศที่ถูกระงับสิทธิ เนื่องจากค้างชำระเงิน ได้แก่ แอนติกา บาร์บูดา คองโก กีนี ปาปัวนิวกีนา และวานอัวตู

ตามกฎบัตรขององค์การสหประชาชาติ หากเงินค้างชำระมีจำนวนมากกว่าหรือเท่ากับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในช่วงเวลา 2 ปีเต็มก่อนหน้า สมาชิกดังกล่าวจะต้องสูญเสียสิทธิในการลงคะแนน

กฎบัตรขององค์การสหประชาชาติระบุอีกว่า หากเงินค้างชำระมาจาก “เงื่อนไขที่อยู่เหนือการควบคุมของสมาชิก” สมาชิกดังกล่าวจะยังได้รับอนุญาติให้มีสิทธิลงคะแนนได้ โดยประเทศที่ได้รับการยกเว้นตามเงื่อนไขนี้ในปี 2565 ได้แก่ โคโมโรส เซาตูเมและปรินซีปี และโซมาเลีย

เพื่อฟื้นคืนสิทธิการลงคะแนนกลับมา เวเนซูเอลาจะต้องจ่ายเงินประมาณ 40 ล้านดอลล่าร์ อิหร่านจะต้องจ่ายเงิน 18 ล้านดอลล่าร์ ส่วนซูดานจะต้องจ่ายเกือบประมาณ 300,000 ดออล่าร์ อีก 5 ประเทศที่เหลือค้างจ่ายน้อยกว่า 75,000 ดอลล่าร์

อิหร่านเดือด โทษการคว่ำบาตร

สำหรับกรณีของประเทศอิหร่าน ก่อนหน้านี้เคยสูญเสียสิทธิการลงคะแนนไปแล้วในเมื่อมกราคม 2564 แต่หลังจากเจรจากันหลายเดือน อิหร่านก็ได้รับสิทธิการลงคะแนนคืนมาอีกครั้งเป็นกรณียกเว้น และสามารถกลับมาโหวตได้อีกครั้งในเดือนมิถุนายน

กระทรวงต่างประเทศของอิหร่านระบุว่าประเทศจะพยายามทำตามสัญญาด้วยการ “จ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกครบจำนวนให้ตรงเวลา” แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถจ่ายได้ “เนื่องจากการคว่ำบาตรอย่างกดขี่และผิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกา”

สำหรับงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานกิจการขององค์การสหประชาชาติ เพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อปลายปีที่แล้วเป็นจำนวน 3 พันล้านดอลล่าร์ และได้รับอนุมัติงบประมาณแยกสำหรับปฏิบัติการรักษาสันติภาพในเดือนมิถุนายนเป็นจำนวน 6.5 ล้านดอลล่าร์

คำนวณเงินที่ต้องจ่ายอย่างไร

สำหรับสูตรการคำนวณเงินอุดหนุนที่แต่ประเทศต้องจ่ายนั้นจะมีการปรับทุกๆ 3 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดเกณฑ์ที่ว่านี้กว่า 200 คน แม้จะมีการประชุมทุกๆ 3 ปี แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ส่วนใหญ่แล้วสูตรการคำนวณดังกล่าวจะนำค่ารายได้มวลรวมประชาชาติ (Gross National Income: GNI) มาเป็นตัวตั้ง แล้วหักลบด้วยภาระหนี้สิน และรายได้ต่อหัวของประชากรในกรณีที่เป็นประเทศรายได้น้อย

นอกจากนี้ ประเทศที่ได้รับการพัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed Countries: LDC) นั้นมีกำหนดจ่ายขั้นต่ำในอัตรา 0.001% ของงบประมาณองค์การสหประชาชาติ แต่ไม่เกิน 0.01% ส่วนประเทศที่จ่ายมากที่สุดอย่างสหรัฐอเมริกานั้น มีกำหนดจ่ายสูงสุดไม่เกิน 22% ของงบประมาณประจำขององค์การสหประชาชาติ

สำหรับสูตรข้างต้นนั้นกำหนดขึ้นสำหรับงบประมาณประจำ ส่วนงบแยกเพื่อภารรักษาสันติภาพจะนำสูตรคำนวณสำหรับงบประจำมาปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกามีกำหนดจ่ายสูงสุดไม่เกินประมาณ 28% ของงบด้านการรักษาสันติภาพ

น่าสนใจว่าแม้จะเป็นผู้จ่ายเงินอุดหนุนองค์การสหประชาชาติมากที่สุด แต่หากนับกันจริงๆ แล้วเงินที่สหรัฐอเมริกาจ่ายให้กับองค์การสหประชาชาตินับเป็น 0.2% ของงบประมาณประจำปีของรัฐบาลกลางเท่านั้น หากจำนวนแบบต่อหัวแล้ว ชาวอเมริกันจ่ายค่ากาแฟปั่นแพงกว่างบที่มอบให้กับองค์การสหประชาชาติถึง 2 เท่า

อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาเคยประสบปัญหาชำระเงินค่าอุดหนุนองค์การสหประชาชาติไม่ครบเหมือนกัน เนื่องจากรัฐสภาและประธานาธิบดีในแต่ละยุคอาจผ่านกฎหมายเพื่อกำหนดอัตราที่จ่ายต่อองค์การสหประชาชาติแบบฝ่ายเดียว ส่งผลให้เกิดการค้างจ่าย และอาจส่งผลต่อโครงการและปฏิบัติการรักษาสันติภาพได้

แปลและเรียบเรียงจาก : 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์