นักท่องเน็ตตั้งข้อสังเกตแปลข่าวหลังหุ้นตก ผิดฐานทุบหุ้นหรือ!?

สองนักท่องเน็ตที่ถูกจับกรณีตำรวจตั้งข้อหาปล่อยข่าวลือได้รับการประกันตัวแล้ว ผู้สื่อข่าวสำรวจในวันที่ 14 ต.ค. หลังปิดตลาดหุ้นมีหลายเว็บรวมทั้ง “เอกยุทธ อัญชันบุตร” กล่าวถึงข่าวลือ ขณะที่พบว่าหนึ่งในผู้ถูกจับกุมแปลข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กและโพสต์ข้อความลงเว็บบอร์ดในเวลาที่ตลาดหุ้นปิดทำการแล้ว

วันนี้ (2 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานความคืบหน้า กรณีตำรวจไทยยินยอมให้ผู้ต้องหาในคดีปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 2 รายได้รับการประกันตัวออกไปในวงเงิน 100,000 บาท ทั้งยังรายงานคำชี้แจงของนางธีรนันต์ วิภูชนิน หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ซึ่งระบุว่าตนเพียงแค่แปลข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กมาเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ หลังจากที่เกิดกรณีหุ้นตกไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศทั้งสองสำนักยังได้พยายามติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของบลูมเบิร์กในนครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาเพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ไม่มีผู้ใดให้คำตอบในเรื่องดังกล่าวได้

 
ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นของไทย รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งระบุว่าการปล่อยข่าวลืออัปมงคลเป็นการกระทำกันในลักษณะของขบวนการ และมีความเกี่ยวพันกับบุคคลหลายคน รวมถึงนิติบุคคล, สำนักข่าวในประเทศ และสำนักข่าวต่างประเทศ (1)
 
อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบข้อมูลและลำดับเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุที่มีผู้ปล่อยข่าวลือทุบหุ้น (14 ต.ค.2552) จะเห็นได้ว่าเว็บไซต์ด้านการเงินและการเล่นหุ้นของไทยมากกว่า 1 แห่ง ได้นำลิงค์ข่าวที่อ้างถึงข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการประชวรมาเผยแพร่ด้วยเช่นกัน
 
โดยที่ห้องสินธร ในเว็บไซต์พันทิป มีผู้ตั้งกระทู้ “ยืนยัน ข่าวลือ ไม่มีมูล” เมื่อเวลา 16.35 น. ของวันที่ 14 ต.ค. โดยระบุว่า “เป็นการปล่อยข่าวอันเกี่ยวกับสถาบัน มันทำอย่างเป็นกระบวนการ จากต่างประเทศเพื่อทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน” และหลังจากนั้นได้มีผู้นำลิงค์เชื่อมต่อไปยังข่าวของบลูมเบิร์ก (2) ซึ่งเป็นการรายงานข่าวของนายริชาร์ด ฟรอสต์ ระบุว่า หุ้นไทยตกเพราะการคาดเดาเรื่องพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (Thai Stocks, Baht Slump on King’s Health Speculation) ซึ่งรายงานข่าวนี้เผยแพร่เมื่อ 14 ต.ค. ในเวลาหลังตลาดหุ้นไทยปิดทำการ
 
ในเวลาต่อมา มีผู้ตั้งกระทู้ “เค้าว่ามาแบบนี้” ซึ่งนำลิงค์ข้อมูลอ้างอิงคำพูดของนายเอกยุทธ์ อัญชันบุตร (6) ระบุว่า
 
“วันที่ 14 ต.ค. 2552 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นในว่า วันนี้ครบรอบ 36 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯมหาวิปโยค และก็ทำให้ตลาดหุ้นในไทยเกิดผลสะเทือน แม้ว่าในช่วงเช้าดัชนียังอยู่ในแดนบวก แต่เพราะมี “โบรกเกอร์สัญชาติสิงค์โปร์-ชื่อจีน” เป็นผู้ปล่อยข่าว โดยเมื่อเช้านี้ มีการช็อต TFEX (Thailand Futures Exchange : การซื้อขายสัญญาล่วงหน้า) ออกมาหลายพันสัญญา จากนั้นปิดตลาดช่วงเที่ยง ปรากฏว่า มีการปล่อยข่าวในเว็บไซต์ที่สิงค์โปร์ และผ่านมายังเว็บไซต์ในเมืองไทย เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไม่เป็นผลดี ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุน จึงแห่เทขายหุ้นออกมา”
(ข้อความถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ของนายเอกยุทธ์ เมื่อเวลา 18.35 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2552)
 
ทั้งนี้บทรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่เป็นการรายงานของนายริชาร์ด ฟรอสต์ ดังกล่าวนั้นถูกแปลนำเสนอในหลายที่ โดยข่าวชิ้นดังกล่าวถูกแก้ไขบนเว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก 3 ครั้ง ซึ่งคาดว่าต้นฉบับที่ผู้ต้องหารายหนึ่งแปลนั้นเป็นสำนวนแรก (update1) และน่าจะเป็นสำนวนเดียวกันกับที่เผยแพร่ในแหล่งอื่นๆ เช่นกัน โดยปัจจุบันสำนักข่าวบลูมบิร์กยังคงเผยแพร่บทความชินดังกล่าวอยู่ แต่เป็นสำนวนที่แก้ไขครั้งที่ 3 (update3)
 
 
 
ที่มา: http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8501366/I8501366.html ในภาพจะเห็นว่าผู้ใช้นามแฝงว่า BBB ตั้งกระทู้และโพสต์ข้อความที่แปลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กในเวลา 18.09 น. ของวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดหุ้นในประเทศปิดทำการไปแล้ว
 
 
สำหรับบรรยากาศกระทู้ในห้องสินธรวันนี้ (2 พ.ย.) มีการตั้งกระทู้เรื่องข่าวทุบหุ้น เพียง 2 กระทู้ คือ “จากข่าวสองผู้ต้องหาทุบหุ้น.....ถามว่าอย่างนี้เรียกว่าทุบหุ้นหรอ” และ “ผู้ต้องหาสองคนที่โดนจับคดีทุบหุ้น----->ดูแปลกๆ”
 
โดยทั้ง 2 กระทู้ได้เปิดประเด็นเรื่องความน่าสังเกตในการจับกุม โดยมีการโพสต์ข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ประชาไทเว็บบอร์ด อ้างอิงวันเวลาที่ผู้ต้องหารายหนึ่งโพสต์ข้อความซึ่งแปลมาจากข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กอีกทอดหนึ่ง โดยเวลาในการโพสต์นั้นเป็นเวลา 18.09 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดหุ้นปิดทำการไปแล้ว
ผู้โพสต์กระทู้ “จากข่าวสองผู้ต้องหาทุบหุ้น.....ถามว่าอย่างนี้เรียกว่าทุบหุ้นหรอ” ตั้งข้อสังเกตว่า “.... เพราะคนที่โดนจับที่เป็นพี่ผู้หญิง เขาโพลส์ข้อความซึ่งได้จากการเเปลข่าวจากbloomberg ในเย็นวันที่14 หลังจากหุ้นตกไปเรียบร้อยเเล้ว ปิดตลาดเรียบร้อยเเล้ว  (แต่นสพ.บางฉบับลงว่าลงวันที่13) “แสดงว่าต้องมีตัวการอื่นทำให้ดัชนีมันดิ่งลงก่อนหน้านี้เเล้ว เเล้วทำไมไม่หาคนๆนั้น แต่กลับมาจับแค่คนแปลข่าว แถมเว๊ปไซต์ที่ลง ก็ไม่ใช่เว๊ปที่พวกนักลงทุนเข้าไปเล่นเป็นหลักอยู่เเล้ว แล้วจะส่งผลมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรคะ”
 
ท่าทีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับข่าวลือซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุน วันนี้ (2 พ.ย.) นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เกี่ยวกับกรณีการปล่อยข่าวลือที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นในวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา
 
โดย ก.ล.ต.ได้รายงานว่า การซื้อขายหุ้นของ 2 บุคคลดังกล่าวไม่พบสิ่งผิดปกติในการซื้อขายก่อนการปล่อยข่าวลือ แต่เป็นเพียงการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทาง ก.ล.ต. ได้มีหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทุกแห่งให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายหุ้นของ 2 ผู้ต้องหาดังกล่าว รวมถึงขยายผลไปยังการซื้อขายหุ้นให้กับผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลในสกุลเดียวกันว่าได้รับประโยชน์จากการปล่อยข่าวลือหรือไม่ ส่วน 2 โบรกเกอร์ที่ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ ไม่พบความเกี่ยวโยงกับ 2 ผู้ต้องหาที่จับตัวได้ (อ่านข่าวที่นี่)
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์