ชาวบางปะกงต้านอิสต์วอเตอร์สร้างโรงสูบน้ำแห่ง4 หวั่นกระทบปลากระชัง ระบบนิเวศ

 
15 ส.ค.53 ที่ศาลาการเปรียญวัดกลางบางปะกง อำเภอบางปะกง มีชาวบ้านในเขตอำเภอบางปะกง และเจ้าของกระชังปลาที่เลี้ยงอยู่บริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง ประมาณ 200 ราย รวมตัวกันเพื่อคัดค้าน การที่บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด มหาชน หรือ อีสต์วอเตอร์ สร้างโรงสูบน้ำบริเวณริมแม่น้ำบางปะกง พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง เพื่อส่งน้ำไปขายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งจะส่งผลกระทบกับระบบนิเวศริมแม่น้ำและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านโดยเฉพาะอาชีพเลี้ยงปลากระพงในกระชัง บริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีมากกว่า 4,000 กระชัง
 
นายประเสริฐ คงคาลัย นายกเทศมนตรีตำบลบางปะกง เปิดเผยว่า โรงสูบน้ำของบริษัทอีสต์วอเตอร์แห่งนี้ สร้างมาได้ 4 ปีแล้ว และเป็นแห่งที่ 4 ที่มีอยู่ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้ง 3 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงสูบน้ำที่สูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกง ที่อำเภอคลองเขื่อน หรือโรงสูบน้ำจากคลองท่าไข่ หรือ โรงสูบน้ำที่คลองพระองค์ไชยานุชิต ในเขตอำเภอเมือง ถูกต่อต้านร้องเรียนจากชาวบ้านตลอดมา
 
สำหรับจุดที่ 4 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง หมู่ที่ 1 ตำบลเขาดิน สร้างมาแล้ว 4 ปี โดยมีการวางท่อรับน้ำจากโรงสูบน้ำในเขตอำเภอคลองเขื่อน มากักเก็บไว้ที่บ่อก่อนที่จะส่งไปขายให้พื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง ตามลำดับ เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โรงสูบน้ำแห่งนี้ ได้เดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงโดยตรง ชาวบ้านเกรงว่าจะเกิดผลกระทบและปัญหาเหมือนกับโรงสูบน้ำที่คลองเขื่อน และกระทบกับสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง จึงคัดค้านและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ปัญหาดังกล่าว
 
ขณะที่ นายธาตุทอง บุญรอด อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 หมู่ที่ 7 ตำบลบางปะกง ได้นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบพื้นที่ตั้งโรงสูบน้ำ โดยพบว่า อยู่ห่างจากถนนสายมอเตอร์เวย์ประมาณ 200 เมตร ขณะที่อีกด้านหนึ่งอยู่ติดแม่น้ำบางปะกง มีรั้วรอบขอบชิด มียามรักษาความปลอดภัย 2 คนและไม่อนุญาตให้เข้าไปภายใน จากการสังเกตภายใน พื้นที่โรงสูบน้ำ พบท่อ ระบายน้ำ ขนาดความยาวประมาณ 2 เมตรกว้าง 1 เมตรเศษ วางอยู่จำนวนมาก และจากการสอบถามยามรักษาความปลอดภัย บอกว่า ไม่มีผู้บริหารอยู่ มีเพียงเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบสูบน้ำเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งโรงสูบน้ำแห่งนี้เดินเครื่องมาได้แล้วประมาณ 1 สัปดาห์ วันละ 70,000 – 100,000 ลบ.เมตรหรือแล้วแต่ผู้บริหารจะสั่งลงมา
 
นายธาตุทอง บุญรอด เปิดเผยว่า หากบริษัท อีสต์วอเตอร์ จำกัดตั้งเครื่องสูบน้ำ จะส่งผลกระทบมากมายเป็นวงกว้าง ซึ่งจะขึ้นไปถึงเขตอำเภอบ้านโพธิ์และอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ที่มีอาชีพเกษตรกรรม ประมง รวมทั้งระบบนิเวศ วิถีชีวิตชาวบ้าน กุ้งหอยปูปลา สัตว์น้ำเล็กๆน้อย ๆจะสูญพันธุ์ไป โดยเฉพาะบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง มีผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชังมากที่สุดในประเทศไทย คือมากกว่า 4,000 กระชัง ปริมาณน้ำจะลดระดับลง รวมทั้งการพังทลายของดินริมตลิ่ง น้ำเค็มหนุนสูงเร็ว น้ำจืดจะน้อยลง เป็นต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขปัญหาโดยด่วน
 
ด้านนางสุมิตรา ศรีสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด มหาชน ยื่นเอกสารต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตต่อท่อสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกง บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลเขาดิน โดยอ้างว่า จะสูบน้ำส่งไปกักเก็บเอาไว้ที่บ่อพักน้ำในเขตอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ก่อนที่จะส่งย้อนกลับมาใช้เพื่อการผลิตน้ำประปาให้แก่พื้นที่ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาสิ่งล่วงล้ำลำน้ำจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธาน ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าการดำเนินการอาจจะเกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมหรือกับชุมชนหรือไม่ จึงส่งเรื่องคืนไปให้บริษัทฯ ได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและชุมชนก่อน ขณะนี้ยังไม่มีการนำเสนอผลการศึกษามายังคณะกรรมการแต่อย่างใด
 

 

ที่มา: เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์