อานนท์ นำภา:ทำไมโลก จึงอ้างว้าง ได้อย่างนี้ ?

    

 

                    เกินกึ่ง  ศตวรรษ “รัฐสัตว์”

            ฉลองฉงน การปฏิวัติ  รัฐประหาร

            เลือดไพร่พร้อม อาบพื้น เพื่อยืนกราน

             ว่า “บ้านเมืองนี้เป็นของเรา”

 

                   เหน็บหนาว  น้ำตา ประชาชาติ

            รดเท้า เยื้องยาตร   แต่ปางเก่า

            ความรัก เคว้งคว้าง บางเบา

            กอบเอา ไม่เอือม ระอาอาย

 

                   เสี้ยมสมุน สโมสร สมานฉันท์

             เสริมสวรรค์ หวานชื่น หื่นกระหาย

             ทบกองทัพ กรีฑา ออกท้าทาย

             ว่าอี-อ้าย ไหนกล้า ก็มาลอง

 

                    เสียงของไพร่  ไม่เพราะ เสนาะโสต

             สู้เสียงความ เหี้ยมโหด  จากในห้อง

             “ราชประสงค์”  จึงประสงค์  ศพเกลื่อนกอง

             สังเวยการ  ปรองดอง  ปัญญาชน ฯ

 

                  เพลิงขบถ   อุบัติโหม  รัฐสามานย์

            ตอบโต้การ  เข่นฆ่า   อย่างเข้มข้น

            ทั้งเผายาง  วางเพลิง   ระดมพล

            หยุดฆ่าคน! หยุดฆ่าคน! ได้ยินมั้ย ....          

 

                  ฆาตกร  ตกมัน  พลันล้อมปราบ

           ยัดข้อหา ตราบาป  วางเพลิงไหม้

          ซากศาลากลางทมิฬ  มอดดับไป

          ซากประชาธิปไตย ไฟยังร้อน !

 

                 จึงถูกขัง  ซังเต   เร่ออกข่าว

         ก่อเรื่องราว “แดงคลั่งบ้า” อุทาหรณ์

         องค์กรสิทธิ์  กลไกรัฐ  ถูกตัดตอน

         ด้วยสันดอน  “คนดี”  ศรีแผ่นดิน

      

                  ผ่านวันคืน  หมื่นแค้น  แสนสาหัส

         กลิ่นใบสั่ง  คนใจสัตว์  แสร้งตัดสิน

         จึงทางออก  สุดท้าย  ที่ได้ยิน

         ต้องกลืนกิน  ความตาย   ในตาราง

 

             แล้วล้มทรุด   ดุจใจ   เจ้าลอยล่อง

       เพื่อนกระโจน  อุ้มท้อง  ประคองร่าง

       ฟูมน้ำลาย  ฟายน้ำตา  ตกตามทาง

       ทำไมโลก  จึงอ้างว้าง  ได้อย่างนี้ ?

      

             ขาเขาถูก  ล่ามโซ่  โชว์ชาวบ้าน

       ขึงกับเตียง   เพื่อต้าน  การหลบหนี

       ปากยังโอย  โอยเสียง  เพียงที่มี

       ข่าวทีวี   เงียบหาย  ในสายลม...

 

             เมียรัก  กุมมือ  แล้วร้องไห้

        ปานใจ   จะขาด  ด้วยขื่นขม

        หอมแก้ม  ผัวรัก  ดอมดม

        ก่อนก้ม   ห่มผ้า  อย่างอาทร

 

             เสียง"พ่อจ๋า พ่อจ๋า อย่าทิ้งหนู"

        ปลุกวิญญาณ  การรับรู้  จากฝันหลอน

        ลืมตาทั้ง น้ำตา ด้วยอาวรณ์

        สะอื้นอ้อน เอ่ยคำ แค่แรงมี

 

             ปลอบลูกแก้ว  เมียขวัญ  ว่าขวัญพ่อ

       ชาตินี้ขอ  กอดเจ้า  ก่อนเป็นผี

       จูบหน้าผาก  ด้วยรักเจ้า   เท่าชีวี

       อย่าร้องเลย  คนดี   เดี๋ยวไม่งาม

 

              ว่าพลาง  ต่างถ้อย ค่อยค่อยหลับ

         นานับ  ลูกน้อย ตั้งคำถาม

         นี่คือโศกนาฏกรรมอันต่ำทราม

         ที่สังคม มองข้าม อย่างย่ามใจ

 

               อีกมุมหนึ่ง    ณ  หอทอง   ครองอำนาจ

        สูบเลือดราษฎร์   ยิ้มย่อง  อย่างผ่องใส

        เพียงน้ำเสียง  สั่นเครือ  บอกความนัย

        ว่า “ขอโทษ” คนไทย ยังไม่มี !

 

 

               

                  :  แด่ พี่ หนุ่ม  วินัย ปิ่นศิลปชัย จำเลยคดีเผาศาลากลาง

                      ผู้ยอมพลีร่างเพื่อครอบครัว และเสรีภาพเพียงข้ามคืน

                      28 พฤศจิกายน 2553

                      อานนท์  นำภา

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท